วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ชื่อเดือนของภาษาในตระกูลละติน


ภาษาในตระกูลละติน (ภาษาของอาณาจักรโรมันก่อนล่มสลาย) ได้แก่ ภาษาสเปน , ภาษาโปรตุเกส , ภาษาอิตาลี , ภาษาฝรั่งเศส และภาษาโรมาเนีย คำศัพท์ของภาษากลุ่มนี้จึงมีหน้าตาคล้ายคลึงกัน ส่วนนี่เป็นชื่อเดือนของประเทศเจ้าของภาษา นำมาให้ลองเปรียบเทียบกันดูครับ

จอมณรงธร ศรีอริยนันท์ (ตี๋)
10 กรกฎาคม 2012
สมัครเข้ากลุ่มเฟสภาษาตะวันตกได้ที่ 
https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 


ชื่อเดือน
ภาษาสเปน
ภาษาโปรตุเกส
ภาษาอิตาลี
ภาษาฝรั่งเศส
มกราคม
Enero
เอเนโหระ
Janeiro
ชาเนย์รู
Gennaio
เจนนาริโอะ
Janvier
ฌองวิเยร์
กุมภาพันธ์
Febrero
เฟเบรโหระ
Fevereiro
เฟเวเรย์รู
Febbraio
เฟบไบรโอะ
Février
เฟฟริเยร์
มีนาคม
Marzo
มาร์โสะ
Março
มาร์โสะ
Marzo
มาร์โสะ
Mars
มารคสฺ
เมษายน
Abril
อาบริล
Abril
อาบริล
Aprile
อาปริเหละ
Avril
อาฟริเลอะ
พฤษภาคม
Mayo
มาโหยะ
Maio
มายอู
Maggio
มาจโจะ
Mai
แม
มิถุนายน
Junio
ฆูนิโอะ
Junho
ชุนยู
Giugno
จูนโหยะ
Juin
ฌัว
กรกฎาคม
Julio
ฆูลิโอะ
Julho
ชุลยู
Luglio
ลูลิโหยะ
Juillet
ฌุเหยะ
สิงหาคม
Agosto
อาโกสโตะ
Augusto
เอากุสตู
Agosto
อาโกสโตะ
Août
อุทฺ
กันยายน
Septiembre
เซปเตียมเบระ
Setembro
เซเตมบรู
Settembre
เซตเตมเบระ
Septembre
เซปทองเบครอะ
ตุลาคม
Octubre
โอกตูเบระ
Outubro
โอวตูบรู
Ottobre
โอตโตเบระ
Octobre
ออกโตเบครอะ
พฤศจิกายน
Noviembre
โนเวียมเบระ
Novembro
โนเฟมบรู
Novembre
โนเวมเบระ
Novembre
โนวองเบครอะ
ธันวาคม
Diciembre
ดิเซียมเบระ
Dezembro
เดเซมบรู
Dicembre
ดิเชมเบระ
Décembre
เด้ซองเบครอะ

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ประวัติโอลิมปิก




ข้อมูลจาก wikipedia

ประวัติความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิก

          การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) หรือ โอลิมปิกส์ (Olympics) เป็นการแข่งขันกีฬาหลายชนิด จากหลายประเทศทั่วโลกร่วมแข่งขัน โดยจัดขึ้นทุก 4 ปี และมีการแบ่งออกเป็นโอลิมปิกฤดูร้อน และโอลิมปิกฤดูหนาว

โอลิมปิกสมัยโบราณ
          ก่อนหน้าคริสตกาลกว่า 1,000 ปี การแข่งขันกีฬาได้ดำเนินการกันบนยอดเขา “โอลิมปัส” ในประเทศกรีซ โดยนักกีฬาจะต้องเปลือยกายเข้าแข่งขัน เพื่อประกวดความสมส่วนของร่างกาย และยังมีการต่อสู้บางประเภท เช่น กีฬาจำพวกมวยปล้ำ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแรง ผู้ชมมีแต่เพียงผู้ชาย ห้ามผู้หญิงเข้าชม ดังนั้นผู้ชมจะต้องปีนขึ้นไปบนยอดเขา ครั้นต่อมามีผู้นิยมมากขึ้น สถานที่บนยอดเขาจึงคับแคบเกินไป ไม่เพียงพอที่จุทั้งผู้เล่นและผู้ชมได้ทั้งหมด ดังนั้น ในปีที่ 776 ก่อนคริสตกาล ชาวกรีกได้ย้ายที่แข่งขันลงมาที่เชิงเขาโอลิมปัส และได้ปรับปรุงการแข่งขันเสียใหม่ให้ดีขึ้น โดยให้ผู้เข้าแข่งขันสวมกางเกง พิธีการแข่งขันจัดอย่างเป็นระเบียบเป็นทางการ มีจักรพรรดิมาเป็นองค์ประธาน อนุญาตให้สตรีเข้าชมการแข่งขันได้ แต่ไม่อนุญาตให้เข้าแข่งขัน ประเภทกรีฑาที่แข่งขันที่ถือเป็นทางการในครั้งแรกนี้ มี 5 ประเภท คือ วิ่ง, กระโดด, มวยปล้ำ, พุ่งแหลน และขว้างจักร ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่ง ๆ จะต้องเล่นทั้ง 5 ประเภท โดยผู้ชนะจะได้รับรางวัล คือ มงกุฎที่ทำด้วยกิ่งไม้มะกอกซึ่งขึ้นอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสนั่นเอง และได้รับเกียรติเดินทางท่องเที่ยวไปทุกรัฐ ในฐานะตัวแทนของพระเจ้า



          การแข่งขันได้จัดขึ้น ณ เชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส ที่เดิมเป็นประจำทุก ๆ สี่ปี และถือปฏิบัติติดต่อกันมาโดยไม่เว้น เมื่อถึงกำหนดการแข่งขัน ทุกรัฐจะต้องให้เกียรติ หากว่าขณะนั้นกำลังทำสงครามกันอยู่ จะต้องหยุดพักรบ และมาดูนักกีฬาของตนแข่งขัน หลังจากเสร็จจากการแข่งขันแล้ว จึงค่อยกลับไปทำสงครามกันใหม่ ประเภทของการแข่งขันได้เปลี่ยนแปลงไปบ้างในระยะต่อ ๆ มา โดยมีการพิจารณาและลดประเภทของกรีฑาเรื่อยมา อย่างไรก็ดีในระยะแรก ๆ นี้กรีฑา 5 ประเภทดังกล่าวที่จัดแข่งขันกันในครั้งแรกก็ยังได้รับเกียรติให้คงไว้ ซึ่งเรียกกันว่า เพ็นตาธรอน หรือ ปัญจกรีฑา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการรำลึกถึงกำเนิดของกรีฑา ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการแข่งขันกันอยู่ แต่ประเภทของปัญจกรีฑาได้เปลี่ยนไปตามเวลา


          การแข่งขันได้ดำเนินติดต่อกันมานับเป็นเวลาถึง 1,200 ปี จนมาในปี พ.ศ.936 (ค.ศ. 393) จักรพรรดิธีโอดอซิดุชแห่งโรมันได้ ทรงประกาศให้ยกเลิกการแข่งขันนั้นเสีย เพราะเกิดมีการว่าจ้างกันเข้ามาเล่นเพื่อหวังรางวัล และผู้เล่นปรารถนาสินจ้างมากกว่าการเล่นเพื่อสุขภาพของตน รวมทั้งมีการพนันขันต่อ อันเป็นทางวิบัติซึ่งผิดไปจากวัตถุประสงค์เดิม คือ ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายต่างก็อยากได้ชื่อลอเรลซึ่งเป็นรางวัลของผู้ชนะ ด้วยเหตุนี้เอง พระองค์จึงสั่งให้ล้มเลิกการแข่งขันนี้เสีย




          ตลอดระยะเวลาที่มีการแข่งขันนั้น ได้จัดขึ้น ณ บริเวณที่แห่งเดียว คือ เชิงเขาโอลิมปัส แคว้นอีลิส จึงเรียกการแข่งขันตามชื่อของสถานที่ว่า “การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก”


โอลิมปิกสมัยใหม่




          หลังจากโอลิมปิกโบราณได้ล้มเลิกไปเป็นเวลาถึง 15 ศตวรรษ โอลิมปิกยุคใหม่ก็เกิดขึ้น โดยมีนักกีฬาคนสำคัญของฝรั่งเศสชื่อ
Baron Pierre Frédy de Coubertin (บารอน ปีแยร์ เฟรดี บารง เดอ กูแบร์แต็ง) ท่านขุนนางผู้นี้เกิดในกรุงปารีส เมื่อ 1 มกราคม พ.ศ. 2406 (ค.ศ. 1863) สนใจประวัติศาสตร์ ปัญหาการเมืองและสังคม ในปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) ท่านอายุได้ 26 ปี ได้เกิดความคิดที่จะฟื้นฟูการแข่งขันโอลิมปิก ซึ่งได้ล้มเลิกมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 936 (ค.ศ.393) โดยติดต่อกับบุคคลสำคัญของประเทศอังกฤษ, สหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศส เป็นเวลาถึง 4 ปี ในที่สุดได้เปิดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการขึ้น ที่ตำบลซอร์บอนน์ ในกรุงปารีส เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) และประกาศ ณ ที่นั้นว่า การแข่งขันโอลิมปิกซึ่งได้หยุดมานานกว่า 15 ศตวรรษ จักได้พื้นขึ้นใหม่เป็นการปัจจุบัน และแผนการของงานโอลิมปิกปัจจุบันนั้น ได้เป็นที่ตกลงกันในที่ประชุมจำนวน 15 ประเทศ ณ ตำบลซอร์บอนน์ ประเทศฝรั่งเศส
 


       คณะกรรมการผู้ริเริ่ม ได้ลงมติว่า ให้ทำการเปิดการแข่งขันโอลิมปิกปัจจุบันขึ้น โดยกำหนด 4 ปีต่อ 1 ครั้ง โดยให้ประเทศสมาชิกหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ แต่การเปิดแข่งขันครั้งแรกให้เริ่ม ณ กรุงเอเธนส์ ใน พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการกำเนิดกีฬาโอลิมปิกเมื่อครั้งโบราณ จากนั้นเป็นต้นมา การแข่งขันและวิธีเล่นกรีฑาก็พัฒนาไปอย่างกว้างขวาง และการแข่งขันทุก ๆ ครั้ง ให้ถือเอากรีฑาเป็นกีฬาหลัก ซึ่งจะขาดเสียมิได้ในการแข่งขันแต่ละครั้ง


เจ้าภาพ

          การกำหนดว่าประเทศใดจะได้เป็นเจ้าภาพในครั้งต่อไปนั้น กระทำขึ้น ณ สถานที่ที่การแข่งขันครั้งล่าสุดดำเนินอยู่นั้นเอง คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะ พิจารณาบรรดาประเทศสมาชิกที่เสนอขอจัด และมีอำนาจเด็ดขาดที่จะลงมติให้ประเทศใดเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการในวันพิธีเปิดการแข่งขันครั้งล่าสุดนั้น ประเทศที่ได้รับพิจารณาให้เป็นเจ้าภาพถือได้ว่าเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ รับความไว้วางใจ อันก่อให้เกิดความภาคภูมิใจต่อปวงชนทั้งประเทศ


สมาชิก

          
           ในปัจจุบัน ประเทศทั่วโลกเป็นสมาชิกโอลิมปิก 197 ประเทศ แต่บางประเทศไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน เพราะเป็นประเทศเล็ก ขาดความพร้อมในเรื่องตัวนักกีฬา ท่านบารอน ปีแยร์ เฟรดี บารง เดอ กูแบร์แต็ง ได้ให้นิยามการเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกว่า ผู้เข้าร่วมการแข่งขันนั้นไม่เลือกผิวพรรณ ศาสนา ลัทธิการปกครอง แต่อย่างใด ความหมายการแข่งขันเพื่อให้นักกีฬาชาติต่าง ๆ ได้มาร่วมชุมนุมกัน ตัวนักกีฬาเปรียบเสมือนทูตสันถไมตรีส่งมาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ร่วมเล่นสนุกสนานด้วยความเห็นอกเห็นใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดทั้งสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน อันนำมาซึ่งความสามัคคีและเพื่อสันติภาพของโลก การแพ้หรือชนะไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การเข้าร่วม”


รางวัล

         รางวัลของการแข่งขันในสมัยโบราณผู้ที่ชนะจะได้รับการสรรเสริญมาก รางวัลที่ให้แก่ผู้ชนะในสมัยนั้น คือ กิ่งไม้มะกอกซึ่งตัดมาจากยอดเขาโอลิมปัส อันเป็นที่สิงสถิตของเทพซุส แล้วทำเป็นวงคล้ายมงกุฎ จักรพรรดิจะเป็นผู้พระราชทานครอบลงบนศีรษะของผู้ชนะนั้น ๆ พร้อมทั้งได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้ให้ชนรุ่นหลังศึกษาและชื่นชมต่อไป


          สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกสมัยปัจจุบันแบ่งรางวัลเป็นสามระดับ คือ เหรียญทอง, เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง ให้แก่ผู้ชนะเลิศ, ผู้ชนะเลิศที่สอง และที่สามตามลำดับ ส่วนอันดับที่สี่ไปถึงอันดับที่หก จะได้ประกาศนียบัตรการเข้าร่วมการแข่งขัน


จอมณรงธร ศรีอริยนันท์ (ตี๋)
  6 กรกฎาคม 2012
สมัครเข้ากลุ่มเฟสภาษาตะวันตกได้ที่ 
https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 



วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ตำนานเทพ 12 ราศี ของกรีซ

  ข้อมูลจากเว็บ the 12 zodiac


Sagitarius (ราศีธนู)

        กลุ่มดาวคนยิงธนูครับ ชาวกรีกโบราณมีความ เชื่อว่ามีจังหวัดหนึ่งของกรีกชื่อ เทสซาโลนิกา (Thessaionica) มี ประชากรเป็น   คนครึ่งม้า โดย ครึ่งบนเป็นคนครึ่งล่างเป็นม้า คนครึ่งม้า ไครรอน (Chirons) มีความเฉลียวฉลาดใช้ธนูเก่งมาก จึงมีหน้าที่สอนวีรบุรุษ เช่น เฮอร์คิวลิส ดังนั้น คนยิงธนูจึงได้ชื่อว่าเป็นนักรบผู้แม่นธนู


 
 

Scorpius (ราศีพิจิก)


      อ่านว่า สกอร์ปีไอ เป็นภาษาลาติน แปลว่าแมงป่องเหมือนกัน และก็แมงป่องใน 12 ราศี แมงป่องตัวนี้เป็นแมงป่องยักษ์ที่ทวดจีอาสั่งให้ไป ฆ่านายพรานโอไรออน เพราะโกรธที่โอไรออนพูดว่าเขาสามารถฆ่าสัตว์ป่า ซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลาน ของนางได้หมดทั้งโลก
  



  Capricon (ราศีมังกร)

        ราศีมังกร ชาวกรีกโบราณหรือชนชาติแถบ ยุโรปมีความเชื่อว่า มังกรเป็นสัตว์ในเทพนิยาย ซึ่งเดิมมีรูปร่างเป็นแพะ แต่ต่อมาได้กลายร่างโดยมีส่วนบนเป็นแพะ หาง เป็นปลา จึงมี ชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า แพะทะเล ในเทพนิยายกรีกมีเรื่องเกี่ยวกับราศีนี้ก็คือ เทพบดีซูส มอบหน้าที่ให้แกนิมีด ผู้ถือแก้วน้ำของเหล่าเทพเจ้าเป็นผู้ส่งน้ำไปยังโลก โดยเอียง แก้วให้น้ำไหลอย่างไม่ขาดสาย กลายเป็นแม่น้ำหลายสายบนโลก รวมทั้งแม่น้ำไนล์ ซึ่งเป็นสถานที่รื่นรมย์ของเทพเจ้าแพนผู้มีร่างเป็นแพะและชอบเป่าขลุ่ย วันหนึ่งงู ยักษ์ไทฟอนจะเข้ามาทำร้าย เทพเจ้าแพน เขาจึงกระโดดหนีลงน้ำ แต่ว่ายน้ำไม่เร็วเพราะกีบแพะเล็กนิดเดียว ดังนั้นไท้เทพซูสจึงช่วย แปลงร่างของเทพแพนให้เป็นหางปลา และเรียกสัตว์ชนิดใหม่นี้ว่า แพะทะเล หรือ มังกร


m119472

Aquarius (ราศีกุมภ์)

        ราศี กุมภ์ ไม่ค่อยมีความสำคัญ อะไรเท่าไหร่ในจักรราศี มีตำนานกรีกกล่าวไว้นิดเดียวครับว่า หลังจากแม่น้ำไนล์ได้เกิดขึ้น เนื่องจากแกนิมิดส่งน้ำมายังโลกแล้ว มีชายคนหนึ่งที่ลงมาจากสวรรค์ เขาคือ คนแบกหม้อน้ำ ผู้นำหม้อเปล่ามา ตักน้ำจากแม่น้ำไนล์แห่งนี้


ราศี

Pisces (ราศีมีน)

         ราศี มีน นิทานกรีกกล่าวว่าปลาทั้งสอง ในกลุ่มดาวปลาเป็นร่างแปลงของ เทพธิดาอโฟรไดที่ (Aphrodite) และ บุตรชาย อิรอส (Eros) ซึ่งกระโดดลงไปในแม่น้ำยูเฟรตีส เพื่อหนี ภัยจากยักษ์ไทฟอน (Typhon) ผู้หายใจเข้าออกเป็นเปลวไฟ แต่นิทานโรมัน เล่าว่า เป็นฝูงปลาที่พาอโฟรไดที่และอิรอส ไปสู่ความปลอดภัย


ราศี

Aries (ราศีเมษ)

         ราศี เมษ ตามตำนานกรีกเล่าไว้ว่า เทพปริณายกซูส ส่งแกะขึ้นไปท้องฟ้าเพื่อช่วยพริกซัส (Phryxus) และ เฮอล์ (Helle)  ลูกของราชา แห่งเทสซาลี (Thessaly) ให้รอดพ้นจากทารุณกรรมของแม่เลี้ยงต่อมา พริกซัสได้นำแกะไปบูชายัญ และ เมื่อเขาแขวนขนแกะไว้ในป่าเล็ก ๆ อันศักดิ์สิทธิ์ ขนแกะได้ กลายเป็น ทองคำ กัปตันเจสันและลูกเรือได้แล่นเรืออาร์โกเพื่อค้นหา และได้พบขนแกะทองคำในที่สุด


ราศี

Taurus (ราศีพฤษ)

 ราศี พฤษก ดาวพฤษนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ดาวตาวัว”ชื่อเฉพาะเป็นภาษาอาหรับว่า อัลดิบะแรน (Aldebaran) แปลว่าผู้ติดตาม นิยายกรีกได้กล่าวถึง ราศีพฤษนี้ว่า ในประเทศเฟนิเซีย โบราณมีสาวงามชื่อยู่โรปา ลูกสาวของอินาคัวยูโรปาชอบฝูงวัว เลี้ยงของพ่อมาก เทพปริณายกซูสได้หลง รักยูโรปา แต่รู้ว่าอินาคัส คงไม่ยอมแน่ จึงแปลงร่างเป็น
วัว สีขาวราวหิมะไปปะปนในฝูงวัว เมื่อยูโรปาเห็นวัวสีขาวที่ไม่ดุจึงเข้าไปลูบวัว และขึ้นไปขึ่บนหลัง วันต่อมาเมื่อยูโรปา ขึ้นขี่วัวอีก ซูสคิดจะพาเธอไปเกาะครีต (Grete) จึงวิ่งไปอย่างเร็วแต่ไปไม่พ้นเพราะน้ำลึก ด้วยเหตุนี้ เองกลุ่มดาววัว บนท้องฟ้า จึงเห็นเพียงหน้าวัวและโหนกวัวเท่านั้นเอง


ราศี
Gemini
หรือ ราศีเมถุน ประกอบด้วยดาวฤกษ์อย่างน้อย 8 ดวง เรียงเป็นรูปคนคู่หรือฝาแฝดชื่อว่า คาสเตอร์ และ พอลลักซ์ และตำนาน กรีกเล่าไว้ว่า คาสเตอร์และพอลลักซ์เป็นชื่อเทพเจ้ากรีก ทั้งคู่เป็นลูกฝาแฝดของเทพบดีซูส หรือเซอุส (Zeus) เมื่อ ฝาแฝดทั้งคู่โตขึ้น แต่ละคนมีพรสวรรค์คนละอย่าง พอลลักซ์เป็นนักชกมวยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ส่วนดาสเตอร์
ฝึกฝนตนเอง เป็นผู้ปราบพยศม้าป่าที่มีความสามารถ เล่ากันว่าทั้งคู่มีรูปร่างหน้าตาท่าทางเหมือนกันมาก และเคยออกศึกสงครามร่วม กันหลายครั้ง เมื่อสิ้นชีวิตลง ซูสจึงส่งวิญญาณคนคู่นี้ขึ้นไปบนสวรรค์เป็นดาวที่เห็ นชัดเจนตลอดคืนหน้าหนาว อยู่ใกล้ เคียงกันประกอบเป็นกลุ่มดาวคนคู่ ทั้งชาวกรีกและชาวโรมันต่างนับถือบูชาดาวทั้งสองว่าเ ป็นเทพเจ้า ที่คอยคุ้มกันภัยอันตรายต่าง ๆ ทหารบกชาว โรมันหรือชาวกรีก ก่อน ออกรบมักจะสวดอ้อนวอนต่อคาสเตอร์และพอลลักซ์ ขอให้พวกตนชนะข้าศึก ทหารเรือก็สวด อ้อนวอนกลุ่มดาวคนคู่เหมือนกัน โดยหวัง ว่าหากเรืออับปางลงคนคู่จะช่วยให้รอดชีวิตได้ ทุกคนที่สวดมนต์ อ้อนวอนจะ ไม่ลืมจบคำอ้อนวอนด้วยคำว่า by Gemini ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็น by Jimmy
ราศี
Cancer  
 หรือ ราศีกรกฎ ตำนานกรีกกล่าวว่าปูตัวนี้เป็นสมุนลับ ๆของฮีรา ผู้เป็นมเหสีของซูส และเป็นศัตรูของเฮอร์คิวลิส ฮีราได้สั่ง ให้ปูไปทำร้ายเฮอร์คิวลิส ขณะที่เฮอร์คิวลิส กำลังต่อสู้กับงูไฮดราแต่ก็ต้องพ่ายแพ้แก่เฮอร์คิวลิ ส ฮีราจึงนำไปไว้บนสวรรค์กลายเป็นกลุ่มดาวปู 
ราศี
Leo
หรือ ราศีสิงห์ ตามตำนานกรีกกล่าวไว้ว่า ในสมัยก่อนชาวกรีกโบราณเคารพบูชาดวงจันทร์ซึ่งถือว่า เป็นเทพธิดาชื่อ เซลินี (Selene) นอกเหนือจาก เทพเจ้าที่มีความสำคัญมากกว่า เช่นเทพซูส และเทพอพอลโล ชาวกรีกต้องเซ่นไหว้เทพธิดาและเทพเจ้าเหล่า นี้เป็น ประจำทุกปี แต่บังเอิญมีอยู่ปีหนึ่งชาวเมืองเนเมีย (Nemea)ลืมเซ่นไหว้เทพธิดาเซลินี ทำให้เธอโกรธจัดถึงกับส่ง สิงโตจากฟ้าลง มารังควานชาวนาชาวไร่ในเมืองเนเมีย ถ้าเป็นสิงโตธรรมดาก็ไม่มี ปัญหาอะไร แต่มันเป็นสิงโตที่ดุร้าย หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า มันไล่กัดกิน!และมนุษย์ที่ขวางหน้า ผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว ในขณะนั้นราชายูริสธีอัส (Eurystheus) มีผู้รับใช้ที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่ง คือ เฮอร์คิวลิส (Hercules) ราชายูริสธีอัสจึงทรงพระ บัญชาให้เฮอร์คิวลิสไปฆ่าสิงโตดุร้ายนั้นเสียเฮอร์คิ วลิสเป็นผู้ชายร่างใหญ่ อดทนและแข็งแรงที่สุดในโลก เขามี อาวุธหลายอย่างเช่น ดาบ มีด ธนู แต่ที่ชอบ มากคือ กระบองยักษ์ที่ ทำด้วยไม้ เฮอร์คิวลิสเข้าต่อสู้พันตูกับสิงโตดุร้ายอย่างห้าวห าญ แต่ทว่าอาวุธ เช่น ธนูและดาบไม่สามารถทำอันตรายกับ ผิวหนังของสิงโตตัวนั้น ได้เลย แม้จะใช้กระบองยักษ์ฟาดลงบนหัวของสิงโต ก็ยังไม่สามารถ ทำอะไรมันได้เช่นกัน ในที่ สุดเฮอร์คิวลิสคิดได้ว่าคงไม่มีอาวุธอันใดที่จะใช้ฆ่ าสิงโตตัวนี้ได้ เขาจึงย่อตัวลงต่ำเข้ากอดรัดสิงโต ใส่ “เฮดล็อก” สิงโต ดิ้นไม่หลุดถูกรัดคอจนตาย หลังจากที่เฮอร์คิวลิสล้มสิงโตดุร้ายตัวนั้นได้ เฮอร์คิวลิสได้ถลกหนัง หัวและขาหน้าทั้งสองของสิงโตมาทำเป็น เครื่องแต่งตัว โดยห่ม หนังสวมหัวเป็นหมวกกันชน และผูกขาหน้าไว้เหนือหน้าอก เขาจึง ไม่เพียงมีเกราะคุ้มกันอาวุธ แต่ยังดูดุร้ายน่ากลัวกว่าเมื่อก่อน และถ้าถือกระบองไม้ยักษ์ด้วยแล้วเฮอร์คิวลิสก็เหมือน มนุษย์อยู่ในถ้ำ เทพธิดาเซลินีได้ส่งสิงโตกลับขึ้นไปอยู่บนฟ้าดังเดิม อยู่กลางฟ้าเป็น กลุ่มดาวจักรราศี โดยเซลินี (ดวงจันทร์) ผ่านทุก ๆ เดือน และสิงโตวิ่งหนีเฮอร์คิวลิสอยู่ตลอดเวลา โดยสิงโตจะอยู่สูงสุดบนฟ้า ในขณะ ที่เฮอร์คิวลิสขึ้นทางทิศ ตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อเฮอร์คิวลิสขึ้นไปสูงสุดสิงโตจะลับขอบฟ้าทางทิศ ตะวันตก เฮอร์คิวลิสจึงไม่มีทางไล่สิงโตทัน
ราศี
Virgo
หรือ ราศีกันย์ ตามตำนานกรีกกล่าวไว้ว่า หญิงสาว พรหมจารีคือ เทพธิดาแอสเตรีย ซึ่งเป็นธิดาของซูสเทพบดีและเทมิส เธอลงมาจากศวรรค์พร้อมน้องสาวชื่อว่า พูดิซิเตรีย ทั้งคู่ถือ พรหมจรรย์ ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ แอสเตรียเป็นเทพธิดาแห่งความยุติธรรม ไม่เคยทำให้ผู้ใดหรือสัตว์โลกใด ๆ เลือดตกยางออก เธอปรารถนาที่จะให้โลกร่มเย็น ไม่เบียดเบียนกันและกัน แต่เหตุการณ์ กลับเป็นตรงกันข้าม มนุษย์รบราฆ่าฟันกัน ขโมยข้าวของกันและกัน คน จนถูกกดขี่ข่มเหง เธอทนไม่ได้จึงหนีเข้าไปอยู่ในป่าเขา มีผู้คน จำนวนหนึ่งติดตามเธอไป ส่วนเทพธิดาผู้ เป็นน้องสาวทนไม่ไหวจึง ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ แอสเตรียเชื่อว่าความยุติธรรมจะยังคงมีอยู่ในโลก แต่ในที่สุดเธอก็จำเป็นต้องหนีไปอยู่ บนสวรรค์ เมื่อมีอาชญากรรมเพิ่มขึ้น ความยุติธรรมหายไปจากโลกเหลือแต่ความผิด หวัง ต่าง ๆ แอสเตรียขึ้นไปอยู่บนฟ้าในฐานะ หญิงพรหมจารี ซึ่งเธอ จะปรากฏให้เห็นเฉพาะคนที่รักและใฝ่หาสันติภาพกับความ ยุติธรรม เท่านั้น เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติ เธอจึงบด รวงข้าวแล้วหว่านเมล็ดข้าว ไปรอบฟ้า กลายเป็นทางช้างเผือก ซึ่งมีแต่ความสวยงามร่มเย็น และสันติสุข
ราศี

Libra
หรือ ราศีตุลย์ ชื่อที่น่าสนใจเป็นภาษาอาหรับว่า ซูเบนเอสซา มาลี (Zubeneschamali) แปลว่า ก้ามแมงป่องที่อยู่ทางทิศ เหนือ สว่างรองลงมาก็คือ ดวงที่ 2 มีชื่อว่า ซูเบนเอลเกนูบิ (Zubenelgenubi) แปลว่า ก้ามแมงป่องที่อยู่ทางทิศใต้ ตำนานกรีก กล่าวไว้ว่า คันชั่งเป็นเครื่องมือที่เทพธิดาแห่งความยุติธรรมใช้ เพื่อวัดความเที่ยงธรรมในโลกมนุษย์
 
 
จอมณรงธร ศรีอริยนันท์ (ตี๋)
  5 กรกฎาคม 2012
สมัครเข้ากลุ่มเฟสภาษาตะวันตกได้ที่ 
https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 



วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

เทพแห่งโอลิมปัส


โอลิมปัส เป็นดินแดนแห่งมหาเทพ 12 องค์ ตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณ สถิตอยู่ ณ ภูเขาโอลิมปัส ซึ่งเป็นภูเขาซึ่งสูงที่สุดและมีอยู่จริงในประเทศกรีซ


เทพทั้ง 12 ประกอบด้วย 

ซูส (Zeus) จอมเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ราชันแห่งทวยเทพแห่งยอดเขาโอลิมปัส ปกครองสวรรค์และทวยเทพทั้งมวล เทพแห่งท้องนภา  เทพแห่งสายฟ้า และความยุติธรรม


โพไซดอน (Poseidon) เทพเจ้าแห่งห้วงสมุทร ท้องทะเลและแม่น้ำ น้ำท่วมและแผ่นดินไหว เป็นพี่ชายของเทพซุส  ผู้ให้กำเนิดม้า

  
เฮรา (Hera) ชายาและพี่สาวของซูส ราชินีแห่งทวยเทพและสรวงสวรรค์ เทพีแห่งการสมรสและความจงรักภักดี  ผู้คุ้มครองหญิงสาว การแต่งงาน การตั้งครรภ์และมารดรภาพ


ดีมิเตอร์ (Demeter) พี่สาวของซูส เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์และการเก็บเกี่ยว การกสิกรรม ธรรมชาติ และฤดูกาล

  
อพอลโล (Apollo) โอรสของซูส เทพแห่งดวงอาทิตย์ (แสง) เทพแห่งศิลปวิทยาการ ดนตรี กวีนิพนธ์  การแพทย์ ผู้รักษาเยียวยา การพยากรณ์ทำนายและความจริง  ผู้แม่นธนู 


 อาร์เทมีส (Artemis) เป็นฝาแฝดหญิงกับอพอลโล ผู้เป็นพรหมจรรย์ เทพีแห่งดวงจันทร์ เทพีของเหล่าพรานและการล่าสัตว์ ผู้ดูแลปกป้องหญิงสาว


อะธีนา (Athena) ธิดาอีกองค์หนึ่งของซูส เทพีแห่งสงคราม เทพีแห่งปัญญา งานหัตถกรรม (โดยเฉพาะงานทอผ้า ปั้นหม้อ และงานไม้) เทพีแห่งปัญญา ศิลปาการ และกลยุทธ์


เฮฟเฟสตุส (Hephaestus) เทพแห่งการตีเหล็ก เทพแห่งไฟ นายช่างแห่งหมู่เทพ 

  
อาเรส (Ares) เทพแห่งสงคราม โทสะ และการหลั่งโลหิต


อโฟรไดท์ (Aphordite) เทพีแห่งความรัก ความงาม และความปรารถนา


เฮอร์มีส (Hermes) เทพแห่งการค้า เทพแห่งการโจรกรรม และผู้ส่งสารของเหล่าทวยเทพ เทพแห่งการค้า ความเร็ว โจร และการแลกเปลี่ยน


เฮสเทีย (Hestia) เทพีแห่งการครองเรือนและครอบครัว เทพีแห่งเตาไฟในครัวเรือน 


สำหรับ ฮาเดส (Hades) เทพผู้ปกครองโลกที่อยู่เมืองบาดาลเบื้องล่าง และเป็นพี่ชายของจอมเทพซุส แต่เดิมเคยถูกจัดอยู่ใน 12 เทพโอลิมปัสด้วย แต่ตัดออกจากกลุ่มในภายหลัง


จอมณรงธร ศรีอริยนันท์ (ตี๋)
  4 กรกฎาคม 2012  
สมัครเข้ากลุ่มเฟสภาษาตะวันตกได้ที่  
https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 



วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บราซิล ไม่ได้มีดีแค่ฟุตบอลและกาแฟ

  

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สถานเอกอัครราชทูตไทยในบราซิล

ประเทศ Brazil (บราซิล) มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก มีประชากรประมาณ 190 ล้านคน แบ่งเป็น 26 รัฐ (Estado - เอสตาดุ) กับ 1 เขตนครหลวง (Distrito Federal ดิสตริตุ เฟเดรัล - DF ) เมืองหลวงคือ กรุงบราซิเลีย (Brasília บราซิเลีย – DF) อยู่ตอนกลางของประเทศ


ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศบราซิลควรมีจุดหมายว่า จะเดินทางไปส่วนใดของประเทศ เนื่องจากแต่ละรัฐมีขนาดใหญ่และแต่ละเมืองอยู่ห่างไกลต้องเดินทางโดยเครื่องบินจึงจะสะดวก เมืองที่สำคัญได้แก่ 

1.กรุง Brasília (บราซิเลีย) เมืองหลวงและเป็นศูนย์ราชการ เป็นที่ตั้งของรัฐบาลกลางและกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ


2.นคร São Paulo (ซาว เปาลู) เป็นศูนย์กลางทางธุรกิจ 


3.นคร Rio de Janeiro (ริอู ดือ ชาเนยรู) เป็นเมืองท่องเที่ยว 


ภูมิอากาศ อากาศร้อนชื้นเกือบทั้งประเทศ ยกเว้นทางตอนใต้อากาศเย็น มีฤดูหนาวระหว่างเดือนมิถุนายน-กรกฏาคม พื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำอเมซอน และชายฝั่งมหาสมุทรมีความชื้นสูง มีฤดูฝนระหว่างเดือนมกราคม-กรกฎาคม  เวลาช้ากว่าเวลาไทยประมาณ 9 – 10 ชั่วโมง (จะเปลี่ยนเวลาเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคมไปจนถึงวันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี)

 



ทรัพยากรธรรมชาติ น้ำมันปิโตรเลียม บอกไซท์ ทองคำ แร่เหล็ก (เป็นผู้ส่งออกแร่และผลิตภัณฑ์เหล็กรายใหญ่ที่สุดในโลก) แมงกานีส นิกเกิล ฟอสเฟต พลาตินัม ดีบุก ยูเรเนียม พลังน้ำ (hydropower) และไม้ 

 
ภาษา โปรตุเกส (ภาษาราชการ) และสเปน (ภาษาที่ 2)
 

ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก (80%)
 

เชื้อชาติ ผิวขาว (โปรตุเกส อิตาลี เยอรมัน สเปน โปแลนด์ 55%) ผิวผสม (ขาว+ดำ 38%) ผิวดำ 6% และอื่นๆ (ญี่ปุ่น อาหรับ ชาวอินเดียนพื้นเมือง 1%)
 

อัตราผู้รู้หนังสือ ร้อยละ 86.4
 

หน่วยเงินตรา REAL - R$ (เรอัล) อัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญสหรัฐฯ เท่ากับ 1.70 R$

วันชาติ 7 กันยายน

สมาชิกองค์การระหว่างประเทศ FAO, ECLAC,G11, G15, G77, GATT, IBRD, ICAO, ILO,IMF,ITU,LAIA, MERCOSUR, NAM (OBSERVER), OAS, UN, UNCTAD, UNESCO, UNHCR, RIO Group, UNPROFOR, WHO, WIPO, เป็นต้น
 

เวลาต่างจากไทย ช้ากว่าไทย 9 ชั่วโมงในช่วงเดือนตุลาคม - มีนาคม และ 10 ชั่วโมง ในช่วงเดือนมีนาคม - ตุลาคม
 

รูปแบบการปกครอง ประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดี และเป็นสหพันธรัฐ
 

ฝ่ายบริหาร ประธานาธิบดีมาจากการเลือกตั้ง มีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี คณะรัฐมนตรีมาจากการแต่งตั้งโดยประธานาธิบดี
 

 จอมณรงธร ศรีอริยนันท์ (ตี๋)
 1 มิถุนายน 2012 
สมัครเข้ากลุ่มเฟสภาษาตะวันตกได้ที่ 
https://www.facebook.com/groups/365756166805480/