วันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หนังสยองขวัญ Hollywood ที่กำกับโดยชาวสเปน

     นี่คือตัวอย่างบางส่วน ของบรรดาภาพยนตร์แนวสยองขวัญสั่นประสาท ที่เคยอวดโฉมบนจอเงิน โดยผู้กำกับชาวสเปน ซึ่งผู้ชมหลายท่านอาจไม่เคยรู้มาก่อน


     Juan Carlos Fresnadillo (ฆวน การ์โลส เฟรสนาดิ๊โหยะ) เกิดในหมู่เกา Canarias (กาน๊าเรียส) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ , นักเขียนบทและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวสเปน เขาเคยกำกับภาพยนตร์เรื่อง Intruders , 28 Weeks Later ​​ภาพยนตร์ของเขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ในปี 1996
 
1.28 Weeks Later เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของ 28 Days Later เกี่ยวกับเชื้อไวรัสที่ระบาดในประเทศอังกฤษทำให้ผู้คนกลายเป็นซอมบี้ ไล่อาละวาดกัดผู้คน จนประเทศสหรัฐอเมริกาต้องเข้าไปกำจัดเชื้อหลังจากนั้น 24 สัปดาห์ แต่ทว่ายังมีผู้ติดเชื้อที่มีภูมิคุ้มกันพิเศษทำให้ไม่กลายร่างเป็นซอมบี้ แต่ยังคงแพร่เชื่อต่อได้
 
 2.Intruders (Intrusos) เด็กสองคนที่อยู่คนละประเทศต้องเจอกับผู้บุกรุกที่ไร้โฉมหน้ามาหาพวกเขาทุกคืน มันคือปีศาจร้ายที่ต้องการจะสิงพวกเขา และเรื่องราวก็ยิ่งน่ากลัวและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อพ่อแม่ของเด็กสองบ้าน ต้องเป็นพยานรู้เห็นกับเหตุการณ์สยองนี้
 
     Rodrigo Cortés Giráldez (โรดริโกะ โกรเตส ฆิร๊าลเดซ) เกิดในแคว้น Galicia (กาลิเซีย) ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสเปน เป็นนักแสดง , บรรณาธิการ และผู้กำกับภาพยนตร์
 
3.Red Lights (Luces rojas) เรื่องราวของกลุ่มคนที่ทำการสืบหาความจริงกับชายคนหนึ่งที่ อ้างตัวว่า เป็นผู้มีพลังจิต เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นนักต้มตุ๋น หรือเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติจริงๆ
 
4.Buried (Enterrado) ถ้าคุณตื่นขึ้นมาในที่มืดจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ คุณพยายามที่จะขยับเขยื้อนร่างกายแต่ทว่าพื้นที่ที่คุณอยู่กลับดูจำกัด ความกลัวและความหวาดหวั่นก็จะเข้าครอบงำคุณ 
 
     Jaume Balagueró (ฆว๊าเหมะ บาลาเกโร่) เกิดในแคว้น Catalonia (ชาวคะตะลัน) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญชาวสเปนที่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง
 
5.The Nameless (Los Sin Nombre) ศพเมื่อหกปีก่อนที่ลอยอยู่ในหลุมที่เต็มไปด้วยน้ำ ถูกระบุว่าเป็นแองเจล่าลูกสาวที่หายไปของคลอเดีย มีเพียง 2 สิ่งที่จะนำมายืนยันคือ สร้อยข้อมือของเธอใกล้ที่เกิดเหตุอาชญากรรม และเท้าขวาของเธอที่มีนิ้วเท้าทั้งสี่ ยาวกว่าด้านซ้าย ห้าปีต่อมา หลังจากคลอเดียหย่าร้างและติดยาเสพติด ก็ได้รับโทรศัพท์จากใครบางคนซึ่งอ้างว่าเป็นลูกสาวของเธอที่ยังมีชีวิตอยู่ และขอร้องให้เธอหาเบาะแสของการฆาตกรรม 
 
 6.Darkness (Oscuridad) หลังจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อ 40 ปีก่อน ครอบครัวของ เรจิน่าได้ย้ายเข้ามาในบ้านที่ซุกซ่อนความลับบางอย่าง ที่มีความเป็นความตายของเด็ก 7 คน อยู่เืบื้องหลัง
 
7.Sleep Tight (Mientras Duermes) ซีซ่าร์ คนเฝ้าประตูอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง เป็นผู้ที่หลงใหลในการเฝ้าสังเกตการณ์ ติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวของผู้พักอาศัย เมื่อใดที่เขาต้องการ เขาสามารถควบคุมการใช้ชีวิตผู้คนที่อยู่อาศัยได้ราวกับเป็นพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบาดแผลหรือแม้กระทั่งล้วงลึกเข้าไปในจิตใจ โดยไม่ได้สร้างความเคลือบแคลงใจ แก่ผู้อยู่อาศัยแม้แต่น้อย เขาคลั่งไคล้การสร้างความทุกข์และความเจ็บปวดให้แก่ผู้คนที่พักอาศัย และแล้ววันหนึ่งก็มีหญิงสาวที่สดใสมีชีวิตชีวา ได้เข้ามาอยู่ในอพาร์ทเมนท์ และเธอก็ได้ตกเป็นเป้าหมายใหม่ของซีซ่าร์
 

     Jaume Balagueró และ Paco Plaza (ป๊าโกะ ปล๊าสะ) เป็นชาวบาเลนเซีย ประเทศสเปน เขาพูดได้ 3 ภาษาคือ ภาษาสเปน , ฝรั่งเศส และอังกฤษ มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่อง Rec ทั้ง 4 ภาค โดยมี Jaume Balagueró เป็นผู้กำกับภาพยนตร์
8.Rec (มี 4 ภาคแล้ว) เรื่องราวของนักข่าวสาวสมัครเล่นที่ทำรายการเจาะชีวิตทำงานยามดึกของผู้คนอาชีพต่างๆ ซึ่งในคืนเกิดเหตุ มีผู้โทรมาแจ้งว่า หญิงวัยกลางคนป่วยเป็นโรคประหลาดในอาคารแห่งหนึ่ง เธอติดสอยห้อยตามไปพร้อมกับพาโบล ตากล้อง เมื่อไปถึงก็พบว่าหญิงนางนั้นได้มีอาการเหมือนผีดิบซอมบี้และทำร้ายเจ้าหน้าที่รายหนึ่งจนบาดเจ็บสาหัส เป็นจุดเริ่มต้นให้ทีมงานทั้งหมดต้องเอาตัวรอดจากสถาณะการณ์ที่ถูกบีบคั้นและการหนีตายเอาตัวรอดจากซอมบี้ที่ซ่อนตัวอยู่ทุกซอกมุมในอาคาร
     Juan Antonio Bayona (ฆวน อันโตนิโอะ บาโย๊หนะ) ผู้กำกับภาพยนตร์ , โทรทัศน์ , วิดีโอเพลงและโฆษณาชาวคะตะลัน ประเทศสเปน เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้กำกับหนังสยองขวัญ ว่าเขามีเหตุการณ์สะเทือนใจกับสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า 
 
 9.The Orphanage (El Orfanato) ลอร่าเคยใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างมีความสุขที่บ้านเด็กกำพร้าริมทะเล 30 ปีต่อมา เธอกลับไปที่บ้านเด็กกำพร้าอีกครั้งพร้อมสามี คาร์ลอส และลูกชายวัย 7 ขวบ ซิมอน หลังจากที่ถูกปิดทิ้งร้างอยู่นาน บ้านใหม่และสภาพแวดล้อมที่ดูลึกลับได้ปลุกจินตนาการของ ซิมอน ขึ้นมา  เด็กน้อยเริ่มแต่งและเล่าเรื่องราวในจิตนาการและเล่นเกมที่ไม่ใช่เกมใสซื่อ ของเด็กอีกต่อไป ลอร่าเชื่อว่ามีบางอย่างที่น่ากลัวแอบซ่อนอยู่ในบ้านร้างแห่งนี้ บางอย่างที่รอการปรากฎตัวเพื่อทำลายครอบครัวของเธอ
 
10.the impossible(lo imposible) 26 ธันวาคม 2011 ครบรอบ 7 ปี ของเหตุการณ์สึนามิถล่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ภาพยนตร์ที่สร้างจากเรื่องจริงของสามีภรรยาชาวอังกฤษคู่หนึ่งขณะพาครอบครัวมาเที่ยว ชายหาดภาคใต้ของไทยในวันที่เกิดเหตุการณ์นั้น
 
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป" 
10 พฤศจิกายน 2012


วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Spencer Tunick สลัดผ้าถ่ายภาพ

้อมูลโดย หนังสือพิมพ์​ไทย​โพสต์
 
ช่างภาพชื่อดังระดมอาสาสมัครชายหญิงกว่า 1,700 คนร่วมสลัดอาภรณ์สร้างผลงานศิลปะ ต้อนรับ​เทศกาล​โอ​เปร่าของ​เมืองมิวนิก
 
ตากล้องชาวอ​เมริกัน ส​เปน​เซอร์ ทิวนิก ​ได้จัด​ให้อาสาสมัคร​ทั้งหมด​เพนต์ร่างกายอัน​เปล่า​เปลือยด้วยสี​แดง​และ สีทอง ​เพื่อ​เลียนฉาก​ในละคร​โอ​เปร่าของริชาร์ด วาก​เนอร์ ​ใน​เรื่อง Der Ring des Nibelungen
มหกรรมศิลปะ​ซึ่งจัดขึ้นที่จัตุรัส Max Joseph Platz นี้ มีขึ้น​ใน​โอกาส​การ​เปิดฤดูกาล​โอ​เปร่าฤดูร้อนของ​เมืองมิวนิกประจำปี 2555
 
หน่วยงาน​ผู้จัด​โอ​เปร่าของรัฐบาวา​เรียน บอกว่า งานศิลปะของทิวนิกมีอาสาสมัคร​เข้าร่วมนับพัน ​ผู้คน​ในสภาพ​เปลือยกาย​ได้รวมกัน​แปลง​เป็นรูปทรง​ใหม่ สอดคล้องกับภูมิทัศน์​โดยรอบ กลาย​เป็นภาพนามธรรมที่ท้าทายทัศนะของ​ผู้คน​เกี่ยวกับศิลปะภาพ​เปลือย​และ​ ความ​เป็นส่วนตัว
 
ทิวนิก​เริ่มถ่ายภาพนู้ด​ในที่สาธารณะครั้ง​แรกที่กรุงลอนดอน​ในปี 2529 ต่อมา​ในปี 2537 ​เขา​เริ่มรวบรวมชายหญิงมา​เปลือยกายถ่ายภาพตามสถานที่ที่มีชื่อ​เสียง
 
นับ​แต่นั้น ​เขา​ได้ถ่ายภาพ​เปลือยหมู่มา​แล้ว 75 ครั้งตามสถานที่ต่างๆ ตั้ง​แต่​โรคละครซิดนีย์ ​โอ​เปร่า ​เฮาส์ ​ไปจน​ถึงทะ​เล Dead sea
 
งานถ่ายภาพ​เปลือยหมู่ครั้ง​ใหญ่ที่สุด​ได้​เกิดขึ้นที่​เม็กซิ​โก​ เมื่อ 5 ปีก่อน ​โดยมีประชาชน 18,000 คน​เข้าร่วมที่จัตุรัส​โซกา​โล​ในกรุง​เม็กซิ​โกซิตี ​ซึ่ง​ทำลายสถิติ 7,000 คนที่​เมืองบาร์​เซ​โลนา​เมื่อปี 2546
 
ทิวนิกบอกว่า ภาพของ​เขามีรูป​แบบ​เป็นนามธรรม ​และกลาย​เป็นส่วนหนึ่งที่กลมกลืน​ไปกับสภาพ​แวดล้อมนั้นๆ "ร่างกายที่​เปล่า​เปลือย​เป็น​เสมือนวัตถุดิบ ศิลปินคนอื่นอาจ​ใช้สีน้ำมัน​หรือดิน​เหนียว​ใน​การสร้างผลงาน ​แต่ผมหลงรักภาพหมู่คนที่สามารถ​แปร​เปลี่ยน​เป็นรูปทรง​ได้อย่างหลากหลาย ขณะที่ฉากหลังที่ผม​เลือก ​ไม่ว่าชนบท ​เมือง ​ในที่ร่วม ​หรือกลาง​แจ้ง ​เปรียบ​เป็นผืนผ้า​ใบ"

 
"ผลงานของผม​เป็น​ความพยายามที่จะท้าทาย​ความคิด​เกี่ยวกับ​การ​เปลือย​ ในพื้นที่สาธารณะ ​และ​ความคิด​เกี่ยวกับ​เรือนร่าง​ในวัฒนธรรมของ​เรา ​เมื่อคุณ​ได้​เห็น​ผู้คน 300 คน​เปลือยกายอยู่ที่สถานีรถ​ไฟ ​แกรนด์ ​เซ็นทรัล ส​เต ชั่น ​ในนิวยอร์ก ​หรือ​เห็น​เรือนร่าง​เปล่า​เปลือยหลั่ง​ไหลราวสายน้ำผ่าน​ไปตามทาง​เดิน​ใน ห้างสรรพสินค้า มันชวน​ให้คุณคิด​ถึงประ​เด็นทางสังคม​และ​การ​เมือง​ได้มากมาย"
 
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
9 พฤศจิกายน 2010  

วันพุธที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เกาะมิโคนอส (Mykonos) หายเปลือย 18+

 ข้อมูลโดย thaiza.com
เกาะมิโคนอส (Mykonos)
ในเกาะมิโคนอส ประเทศกรีซ การเปลือยกายอาบแดด สำหรับที่นี่ธรรมดามาก ๆ เพราะเกาะแห่งเทพเจ้านี้ คือใบผ่านสู่สวรรค์ชั้นยอด ชายหาดถึง 27 หาด  เป็นเกาะแห่ง Jet Set หรือเหล่าชนชั้นสูงทั่วโลกที่ต่างนิยมล่องเรือยอร์ทมาพักผ่อนตากอากาศ และเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในหมู่เกาะไซคลาดิกด้วยทิวทัศน์และบริเวณตอนกลาง เยื้องลงมาทางใต้ของทะเลอีเจียน อยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ เมืองหลวงของกรีซ 94 ไมล์ทะเล
 12 (6).jpg
ซึ่งสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มายังเกาะนี้คือ น้ำทะเลสีเขียวเข้มใสสะอาดและหาดทรายสีทองที่โดดเด่นโดนใจอีกอย่างก็คือบรรดาบ้านช่องทรงสี่เหลี่ยมบนเกาะล้วนทาสี ขาวสะอาดตา  
  
สัมผัสมนต์เสน่ห์ของกลุ่มบ้านริมทะเลอีเจี้ยนที่ถูกขนานนามว่า เมืองเวนิซน้อยๆ“Small Venice” (Mikri Venetia) ถือว่าเป็นอีกจุดที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุด ริมทะเลอีเจี้ยน ที่มีบรรยากาสคล้ายคลึงกับนครเวนิส ประเทศอิตาลี 
 
มหัศจรรย์กับ Windmills หรือกังหันกลางทะเลที่เรียกว่า Kato myloi ซึ่งในอดีตมีมากกว่า 20 อันปัจจุบันเหลือเพียง 7 อันเท่านั้น กังหันเหล่านี้ตั้งเรียงรายอยู่ริมชายฝั่งเป็นซิมโบลิกของภูมิปัญญาชาวบ้าน เนื่องจากเกาะนี้มีคลื่นลมแรงเกือตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม เป็นช่วงที่มีลมเข้ามามากที่สุด

 
นอกจากนั้นเรายังมีโอกาสสำรวจความสวยงามของเกาะแห่งนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการนอนแก้ผ้าอาบแดดตามชายหาดสีขาวๆ ซึ่งมีมากกว่า หาดทั่วเกาะ หรือจะไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง ในย่านเมืองเก่า (Chora) ย่านที่บ้านเรือนทุกหลังทาสีขาว ประดับระเบียงบ้านด้วยกระถางดอกไม้ ชมวิวกลุ่มเรือหลากสีล่องลอยอยู่กลางทะเล

12 (2).jpg
 
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
 7 พฤศจิกายน 2012
  

วันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สาวคาบาเรต์จากฝรั่งเศส Le Crazy Horse

 ข้อมูลโดย kuchub.com
 
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ว่า กลุ่ม สาวคาบาเรต์จากฝรั่งเศส ชุด”Le Crazy Horse”หรือทหารม้าร้อนแรง ได้เดินทางมายังกรุงลอนดอน เพื่อเปิดการแสดงในย่านเซ้าท์แบงก์ และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้บันทึกาพ โดยการแสดงดังกล่าวถือเป็นการแสดงตามวัฒนธรรมฝรั่งเศสตั้งแต่ยุค 1951 และเป็นสิ่งดึงดูดชาวปารีสมากว่า 60 ปี
 
 ด้านผู้จัดแสดงบอกว่า คณะสาวคาบาเรต์ชุดนี้รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เดินทางมาแสดงในกรุงลอนดอน เนื่องจากเคยฝันเอาไว้ว่าจะได้แสดงทีนี่ โดยกลุ่มจะแสดงลีลาชุด”God Save Our Bareskin”ซึ่งเป็นการโชว์หลักที่นำมาเล่นในทุกครั้งที่เดินทางไปทั่วโลก สำหรับ การแสดงคาบาเรห์ดังกล่าวจะประกอบด้วยไปด้วยนักเต้นที่น่าตื่นตาตื่นใจ ผสมผสานกับชุดที่มีสไตล์ ดนตรีเก่า พร้อมแสงสีเสียงและเอฟเฟ็คตระการตา
 
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56 
กลุ่ม "รวมบาป"
5 พฤศจิกายน 2012 

วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เจ้าสาวบราซิเลียนนิยมไม่สวมกางเกงใน

้อมูลโดย กระปุกดอทคอม


          คุณผู้หญิงทั้งหลายอ่านแล้วคงจะงุนงง ว่าเรื่องแบบนี้มีอยู่ด้วยหรือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง "ประเทศบราซิลเตรียมออกกฏหมายบังคับให้เจ้าสาวทุกคนต้องสวม กางเกงชั้นใน ในพิธีแต่งงานของตนเอง" รวมทั้งเรื่อง "เจ้าสาวที่ไม่ใส่กางเกงใน มีอยู่จริง ๆ หรือไม่" ก็ต้องขอชี้แจงเอาไว้ตรงนี้เลยแล้วกันค่ะ ว่ามีอยู่จริง ๆ ทั้งสองเรื่องเลยทีเดียว

          ในเมือง Vila Velha (วิล่า เวลยา) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบราซิล เจ้าสาวจำนวนไม่น้อยเลือกจะเปลือยท่อนล่างไว้โล่งโจ้งภายใต้ชุดแต่งงาน เนื่องด้วยมีธรรมเนียมที่เชื่อกันว่า หากไม่ใส่กางเกงในในพิธีแต่งงานแล้ว ชีวิตคู่จะมีความสุข บรรดาเจ้าสาวหลาย ๆ รายก็เลยพากันละทิ้งอาภรณ์ตัวจิ๋วชิ้นนี้ไป แต่ก็มีคนที่ไม่เห็นด้วยกับ ธรรมเนียมแต่งงานแบบนี้ด้วยเช่นกัน รวมทั้งพรรครีพับลิกันของบราซิล ที่เตรียมออกกฏหมายต่อต้านธรรมเนียมความเชื่อนี้ โดยมีเรื่องห้ามการ เปลื้องกางเกงชั้นในเข้าพิธีแต่งงานอยู่ในนั้นด้วย ทั้งแว่ว ๆ ว่ายังมีเรื่องกำหนดความห่างของหน้าอก (ระหว่างเต้าทั้งสองข้าง) เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์น่าอับอายระหว่างพิธีแต่งงานอีกด้วย (ก็ไม่รู้ว่าเป็นสถานการณ์แบบไหนบ้างเหมือนกัน)


 อย่างไรก็ตามก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการออกกฏหมายข้อ นี้ อย่างบาทหลวงของโบสถ์แห่งหนึ่งกล่าวว่า น่าจะเป็นสิทธิ์ของเจ้าสาวที่จะทำตามความเชื่อเพื่อความสบายใจของเธอ "ถ้าจะมีตำรวจมาคอยตรวจว่าเจ้าสาวใส่กางเกงในมาไหม มันคงดูแปลก ๆ" แต่ก็มีคนแย้งว่า หากมีกฏออกมาควบคุมได้จริงก็ดี จะได้รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ที่ใช้จัดงาน

 

          จนถึงบัดนี้ก็ยังเป็นข้อถกเถียงกันไม่สิ้นสุด แต่นอกจากที่บราซิลจะมีความเชื่อเรื่องแปลก ๆ เกี่ยวกับกางเกงในแล้ว ที่อื่น ๆ ก็ยังมีความเชื่อในประเภทที่คล้ายคลึงกันอยู่ด้วย อย่างที่ประเทศสเปน เชื่อกันว่าหากใส่กางเกงในสีแดงในคืนก่อนวันปีใหม่จะทำให้โชคดี ที่เปรูเชื่อว่าหากใส่กางเกงในสีเหลืองในพิธีแต่งงาน จะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่ดี

 
          โชคดีที่ประเทศของเราไม่มีความเชื่ออะไรแปลก ๆ แบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าสุดท้ายจะหาข้อสรุปตกลงกันได้อย่างไรน่ะสิ !?
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
4 พฤศจิกายน 2012 

วันเสาร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

เปลือยกายประท้วงในเมืองบิลเบา (สเปน)

 ้อมูลโดย matichon.co.th
 
ชาวสเปนทั้งหญิงชายจำนวนกว่า 100 คน ของกลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ ได้ร่วมรณรงค์เปลือยกาย ในเมืองบิลเบา ของแคว้นบาสก์ เพื่อประท้วงการแสดงสู้วัวกระทิงของสเปน โดยเหล่าผู้ประท้วงต่างทาตัวเองเป็นสีดำและสีแดงประกอบกันเป็นรูปกระทิงนอน ตายอาบด้วยเลือด นอนเรียงติดต่อกันเพื่อแสดงสัญญลักษณ์ของการประท้วงการแสดงสู้วัวกระทิง พร้อมทั้งระบุว่า ที่ผ่านมา แคว้นคาตาเนีย ได้กลายเป็นเมืองแรกที่แบนการสู้วัวกระทิง ซึ่งเป็นตัวอย่างอันดีที่เมืองอื่น ๆ ที่ควรจะปฎิบัติตาม ทั้งนี้ การประท้วงนี้ยังมีขึ้นในช่วงเริ่มเทศกาลสู้วัวกระทิงประจำปีด้วย 
 
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
3 พฤศจิกายน 2012  

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

Greek Art

ข้อมูลโดย thaigoodview.com

                ชาวกรีกเป็นมนุษย์เผ่าพันธุ์อินโด-ยูโรเปียนที่อพยพเคลื่อนย้ายลงสู่แหลมบอล ข่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนกระทั่ง 2,000 ปี ก่อน ค.ศ. จึงได้ตั้งหลักที่เป็นประเทศกรีซในปัจจุบัน ประกอบด้วย 2 รัฐใหญ่ที่สำคัญคือเอเธนส์ และสปาตา ชาวกรีกมีการศึกษาศิลปวิทยาจนมีความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์ อักษรศาสตร์ ปรัชญา และการปกครอง ศิลปกรรมกรีกมีความเจริญสูงสุด เป็นแบบฉบับในทางศิลปะของมนุษยชาติตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน
               
                ศิลปกรรมของกรีกที่สำคัญได้แก่ งานสถาปัตยกรรม อาทิ วิหาร สนามกีฬา หอประชุม และสถานที่แสดงอุปรากร วิหารที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ วิหารพาร์เธนอน (Parthenon) สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว มีความงดงามมากแม้จะสร้างมาแล้วเป็นเวลานานกว่า 2,000 ปี ก็ไม่มีที่ติว่าควรจะ  แก้ไขข้อบกพร่องส่วนใดส่วนหนึ่งของวิหารพาร์เธนอน ภายในวิหารตกแต่งด้วยภาพแกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม

อิทธิพลของสภาพภูมิศาสตร์ที่มีต่อประวัติศาสตร์กรีก
 
                ภูเขามาก ทำให้เกิดรัฐเล็กรัฐน้อย ภูเขาเป็นแหล่งวัสดุหินอ่อน สภาพพื้นดิน ขาดความอุดมสมบูรณ์ทะเล เป็นแหลมยื่นไปในทะเล  นับถือธรรมชาติ นับถือเทพเจ้าหลายองค์ (Polytheism)  นักปรัชญา โซเครติส เพลโต อริสโตเติล

ประติมากรรม  นิยมสลักรูปหินอ่อน 2 แบบคือ
1.คูรอส (Kouros) รูปผู้ชายเปลือยเต็มตัวในท่ายืน
2.โคเร (Kore) รูปผู้หญิงเต็มตัว ใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยในท่ายืน
ดวงตาใหญ่ เบิกโพลง มีรอยยิ้มคล้ายการกลั้นยิ้ม - ยิ้มแบบอาร์เคอิด (Archaic Smile)
สถาปัตยกรรม  วัสดุใช้หินปูนและหินอ่อนสิ่งก่อสร้างสาธารณะ วิหาร
โธลอส (Tholos) สิ่งก่อสร้างที่มีแผนผังเป็นรูปวงกลม หลังคารูปกรวย มีฐานเป็นบันไดล้อม 3 ชั้น มีเสาล้อมรอบภายในสุสาน
โรงมหรสพ (Theatre) สร้างที่นั่งเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป
วิหารพาร์เธนอน
โรงมหรสพ (Theatre)
Erechtheion(วิหารอิเลคเทอุม)
 
ศิลปกรรมสมัยคลาสสิค
                สถาปัตยกรรม อโครโปลิส (Acropolis) เนินดินหรือภูเขาเล็ก ปกติใช้เป็นป้อมปราการและต่อมากลายเป็นที่สิงสถิตของ เทพเจ้าวิหารพาร์เธนอน (Parthenon)           วิหารอีเรคเธอุม (Erectheum) วิหารโพรไพเล (Propylae) โรงมหรสพ (Theatre) /อะกอรา (Agora) / สเตเดียม / ฮิปโปโดรม
ประติมากรรม  รูปคนแสดงท่าทางเคลื่อนไหวมากขึ้น การทำกล้ามเนื้อถูกต้องตามหลักกายวิภาค
ประติมากรคนสำคัญในสมัยคลาสสิค
1.พิดิอัส (Phidias) สลักรูปหญิงนุ่งห่มเสื้อผ้าเบาบางแนบเนื้อคล้ายเปียกน้ำ
2.โพลีไคลตุส รูปชายเปลือย
3.ไมรอน  รูปเทพนิยาย นักกีฬา ท่าทางเคลื่อนไหว ขว้างจาน
4.แพร็กซิเทลิส วิธีการยืน การวางท่าแบบให้เส้นเป็นรูปตัว "S"
Venus de Milo/ Aphrodite
NIKE เทพีแห่งชัยชนะ
Myron- Diskobolos คนขว้างจาน

สรุป ลักษณะเด่นของ Greek Art
                แนวคิด เป็นเรื่องความดีงาม คุณธรรมคือความรู้มีสุนทรียภาพสูง มีทักษะสูง เป็นยุคทองทางอารยธรรมของโลกก่อนคริสต์ศักราช สร้างระบบคิดเป็นวิทยาศาสตร์ เช่น สัดส่วนทองบูชาเทพเจ้า แต่แบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายธรรมะและอธรรม คือคนดีบูชาเทพเจ้าฝ่ายดีงาม เทพเจ้าดีงามจะคอยปกป้องจากเทพฝ่ายชั่วร้ายงานศิลปกรรมเด่น ได้แก่ สถาปัตยกรรมและประติมากรรม ส่วนงานจิตรกรรมนั้นเป็นรอง ไปอยู่ในจุลศิลป์งานประติมากรรม นิยมสร้างรูปคนเหมือน เทพเจ้า นักกีฬา แสดงความงามของรูปทรงที่สมบูรณ์ งดงามไปพร้อมกับจิตใจที่งามมีนักปราชญ์เกิดขึ้นมากมาย ระบบปกครองเป็นสาธารณรัฐ

งานสถาปัตยกรรมกรีกแบ่งตามลักษณะหัวเสา 3 แบบใหญ่ ๆ คือ
1. แบบดอริก (Doric) 2. แบบไอโอนิก (Ionic) 3. แบบคอรินเทียน (Corinthian)
แบบดอริก (Doric)
แบบไอโอนิก (Ionic)
แบบคอรินเทียน (Corinthian)
                งานทางด้านประติมากรรมของกรีก นิยมสร้างสรรค์แนวเหมือนจริง (Realistic) โดย เฉพาะสรีระของคนเรา ชาวกรีกถือว่ามีความงดงามยิ่ง ชาวกรีกจึงนิยมปั้นและแกะสลักรูปคนเปลือยกายไว้มากมาย งานประติมากรรมลอยตัวที่มีชื่อเสียง ได้แก่ เทพธิดาวีนัส (Venus) รูปเทพเจ้าอพอลโล (Apollo) รูปนักกีฬาไมรอน (Myron) ประติมากรรมโลหะสัมฤทธิ์รูปเด็กหนุ่ม เป็นรูปเปลือยที่มีส่วนสัดของร่างกาย ตลอดจนการจัดวางท่วงท่าได้อย่างงดงาม

สมัยเฮลเลนนิสติค
                ประติมากรรม  ชอบแสดงอารมณ์รุนแรง ท่าทางเคลื่อนไหวบิดเอี้ยวกายมากขึ้นซับซ้อน เนื้อหาจากศาสนา เทพนิยา นักกีฬา นักรบ รูปเลาคูนและบุตร รูปเทพีในค์แห่งซาโมเธรส (Nike) เทพีแห่งชัยชนะ รูปอโพรไดท์แห่งเกาะเมลอส (Aphrodite of Melos) (-วีนัสเดอ ไมโล)
               
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
1 พฤศจิกายน 2012