วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประชันหลังบ้าน คู่ชิงฟุตบอลโลก 2014

 ข้อมูลโดย mthai.com
  article-2687381-1F8A56E500000578-593_636x421

ทีมงาน SportMthai ขอเรียกน้ำย่อยแฟนๆ ด้วยการเอาเหล่าบรรดาหลังบ้านของนักเตะทั้งสองทีมคู่ชิงฟุตบอลโลก 2014 มาวัดกันแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง ให้รู้กันไปเลยว่าใครแจ่มกว่ากัน
ผู้รักษาประตู
Untitled-1
แคทเทอริน กิลล์ (มานูเอล นอยเออร์) VS เอเลียน่า กัวชิโก้ (เซร์จิโอ โรเมโร)
กองหลัง
Untitled-2
แคทธี ฟิชเชอร์ (มัตส์ ฮุมเมลส์) VS อีเวนเจลิน่า แอนเดอร์สัน (มาร์ติน เดมิเคลิส)
Untitled-3
คลาวเดีย ลาห์ม( ฟิลิปป์ ลาห์ม) VS ทามาร่า กอร์โร่ (เอเซเคล การาย)
ยูเรก้า สเตรนท (แพร์ แมร์เตซัคเกอร์) VS คริสเทล คาสทาโญ่ (พาโบล ซาบาเลตา)
ยูเรก้า สเตรนท (แพร์ แมร์เตซัคเกอร์) VS คริสเทล คาสทาโญ่ (พาโบล ซาบาเลตา)
กองกลาง
ซาราห์ บลานเนอร์ (บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์) VS จิเซร่า ดัลโก (เฟร์นานโด กาโก้)
ซาราห์ บลานเนอร์ (บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์) VS จิเซร่า ดัลโก (เฟร์นานโด กาโก้)
Untitled-7
แอน-แคทธิน บรอมเมล (มาริโอ เกิทเซ่) VS จอร์จีลิน่า คาร์โดโซ่ (อังเคล ดิมาเรีย)
Untitled-8
เลน่า โจฮันนา เกอร์ครี (ซามี่ เคดิร่า) VS เฟอร์นันด้า มาเชราโน่ (ฮาเวียร์ มาเชราโน่)
Untitled-9
เมนดี้ คาพริสโต้ (เมซุต โอซิล) VS ยานินน่า ซรีเพนเต้ (เอเซเกล ลาเวซซี)
กองหน้า
มอนทาน่า ยอร์ด (อังเดร ชูร์เล่) VS คารินน่า เทเจด้า (เซร์คิโอ้ อเกวโร่)
มอนทาน่า ยอร์ด (อังเดร ชูร์เล่) VS คารินน่า เทเจด้า (เซร์คิโอ้ อเกวโร่)
โมนิก้า โพดอลสกี้ (ลูคัส โพดอลสกี้) VS โซเลดัด ฟานดิโน่ (กอนซาโล่ อิกัวอิน)
โมนิก้า โพดอลสกี้ (ลูคัส โพดอลสกี้) VS โซเลดัด ฟานดิโน่ (กอนซาโล่ อิกัวอิน)
Untitled-11
ลิซ่า มุลเลอร์ (โธมัส มุลเลอร์) VS อันโตเนลล่า รอสคัซโซ่ (ลีโอเนล เมสซี่)

จอมณรงธร (ตี๋)
สมาชิกชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2557-58
กลุ่ม "Fanclub FS"
13 กรกฎาคม 2014

วันเสาร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สนุกกันใหญ่ ดาราเยอรมันฉลองชัย

ข้อมูลโดย siamsport.co.th

 เดิร์คเต้นโชว์-คลุมนับไม่ทัน...เหล่าเซเล็บเยอรมันฉลองชัย

เหล่าบรรดาคนดังที่มีเชื้อสาย Deutsch (ด๊อยท์ช - ชาวเยอรมัน) ต่างพากันร่วมฉลองความสำเร็จในลักษณะต่าง ๆ ผ่านทางสื่อออนไลน์ หลังจากทีมชาติเยอรมันถล่มบราซิล ไปแบบยับเยิน 7-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบตัดเชือก

หลังจากทีมชาติบราซิลโดนเยอรมันถล่มเละ เป็นการแพ้คู่แข่งคาบ้านในแมตช์ทางการครั้งแรกในรอบ 62 เกมของทีมชาติบราซิล หรือตั้งแต่โดนทีมชาติเปรู บุกเชือด 3-1 ในนัดแรกของรอบรองชนะเลิศศึก โคปาอเมริกาปี  1975 

Heidi Klum (ไฮดี คลุม) ซูเปอร์โมเดลระดับตำนานเชื้อสายเยอรมัน ก็โพสต์ลง Facebook ของตัวเอง เป็นรูปเธอยืนปิดตาหน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่กำลังถ่ายทอดการแข่งขันคู่ ดังกล่าว โดยเธอบรรยายใต้ภาพว่า "คุณเชื่อไหม ฉันนับไม่ทันแล้ว 1...2...3.....4....5....6.....7"


ส่วน Jürgen Klinsmann (เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์) กุนซือทีมชาติสหรัฐอเมริกา ชาวเยอรมัน โพสข้อความลง Facebook ของตัวเองว่า "ประเทศเยอรมนีได้เขียนประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก น่าสรรเสริญอย่างใหญ่หลวง และยิ่งใหญ่! เป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของพวกเขา

Boris Becker (บอริส เบ็คเกอร์) ตำนานนักเทนนิสชาวเยอรมัน โพสรูปครอบครัวของเขาในเสื้อทีมชาติเยอรมันก็มาฉลองหน้าบ้าน โดยมีข้อความแปะว่า เยอรมัน 7 - บราซิล 1 เวิลด์คัพ พร้อมเขียนความเห็นว่า "ถึงแม้พวกเราจะชอบใจที่เยอรมันชนะ บราซิล 2014 ในคืนนี้ แต่ผมก็ไม่ชอบที่ได้เห็นความเศร้า/น้ำตาของแฟนๆชาวบราซิลจำนวนมาก ....พวกคุณจัดฟุตบอลโลกได้ยอดเยี่ยม และทีมของพวกคุณจะเป็นแชมป์ได้อีกครั้ง! มันเป็นเพียงเกมที่สวยงาม ไม่เกี่ยวข้องกับความเป็น/ความตายของมนุษย์!"


สำหรับ Angelique Kerber (อังเกลิก แคร์เบอร์) นักเทนนิสสาวสัญชาติเยอรมัน โพสในทวิตเตอร์เช่นกันว่า "7:1 เหลือเชื่อ !!! เข้ารอบชิง โอ้โห !!!!" 
 

ส่วน Sabine Lisicki (ซาบิเน่ ลีซิคกี้) นักหวดลูกสักหลาดเลือดด๊อยท์ชอีกราย ทวีตว่า "เยอรมัน ทำสิ่งที่น่าเหลือเชื่อในวันนี้ เข้ารอบชิง โอโฮ่โฮ้! ริโอ เรามาแล้ว!!!" พร้อมโพสภาพชูมือหรา

 

ทางด้าน Steffi Graf (สเตฟฟี่ กราฟ) อดีตราชินีคอร์ตเทนนิสของเยอรมันถูก Andre Agassi (อันเดร อากัสซี่) ตำนานนักเทนนิสที่เป็นสามี โพสรูปที่เธออยู่หน้าจอโทรทัศน์ขนาดยักษ์ ลงทวิตเตอร์ พร้อมข้อความว่า "ฟุตบอลโลกทำให้ผมมีจุดเบี่ยงเบนความสนใจแห่งที่ 2 ในบ้าน"

  
ปิดท้ายด้วย Dirk Nowitzki (เดิร์ค โนวิตซ์กี้) ซูเปอร์สตาร์วงการบาสเก็ตบอล NBA ของทีม ดัลลัส มาเวอริคส์ ออกมาทวีตหลายครั้งเมื่อเยอรมันทำประตูได้ ก่อนลงคลิปการเต้นอย่างสนุกสนานของเขาเป็นการปิดท้าย


สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 

จอมณรงธร (ตี๋)
สมาชิกชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2557-58
กลุ่ม "Fanclub FS"
12 กรกฎาคม 2014


วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

คนละอารมณ์

 ข้อมูลโดย siamsport.co.th

David Luiz (ดาวิด ลุยซ์) กองหลังค่าตัวแพง เปิดใจสุดผิดหวังที่ทำให้แฟนบอลชาว Brasileiros (บราซิเลย์รูส - ชาวบราซิล) ต้องเศร้าใจ หลังไม่สามารถนำทีมชาติบราซิล เข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 2014 เนื่องจากโดนทีมชาติเยอรมัน ไล่ถลุงยับเยิน 1-7 ในรอบตัดเชือกเมื่อวันอังคารที่ 8 กรกฎาคมผ่านมา 
 

เกมนี้ทีมชาติบราซิล ตั้งเป้าเอาไว้สูงหวังจะหักด่าน "อินทรีเหล็ก" เพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศ แต่กลายเป็นว่าโดนทีมชาติเยอรมัน ยิงประตูขึ้นนำ 7 ลูกรวด ดาวิด ลุยซ์ ซึ่งสวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน Thiago Silva (เตียกู ซิลวา) ที่ไม่ได้ลงเล่นเกมนี้ เนื่องจากติดโทษแบน กล่าวว่า 
 

"ผมก็แค่อยากที่จะทำให้เพื่อนร่วมชาติมีความสุข โชคร้ายเหลือเกินที่เราไม่สามารถทำได้ ผมเสียใจกับชาวบราซิลทุกคน ผมก็แค่อยากที่จะเห็นพวกเขามีรอยยิ้ม ทุกๆ คนรู้ว่ามันมีความสำคัญมากแค่ไหน แต่พวกเขา (ทีมชาติเยอรมัน) ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาเตรียมตัวมาดีกว่า พวกเขาเล่นได้ดีกว่า เราปล่อยให้เสียประตู 4 ลูกภายในเวลาเพียง 6 นาที มันเป็นวันที่น่าเศร้ามาก ๆ และเราจะต้องเรียนรู้จากสิ่งนี้" 

 

ส่วน Luiz Felipe Scolari (หลุยซ์ เฟลิปี สโกลารี) กุนซือทีมชาติบราซิล ออกมารับผิดชอบสำหรับความพ่ายแพ้ต่อเยอรมัน อย่างสิ้นท่าในศึกฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคาร บอกแข้ง "Seleção (เซเลเซา) พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ก็ไม่อาจต้านฟอร์มอันสุดยอดของ "อินทรีเหล็ก" ได้ และอยากกล่าวขอโทษต่อทุกคนในชาติที่ต้องผิดหวังอย่างใหญ่หลวง"

ไม่มีใครคาดคิดว่าทีมเจ้าภาพจะแพ้อย่างหมดสภาพ ถึงขนาดเป็นการปราชัยครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 94 ปีของพวกเขา อย่างไรก็ตาม สโกลารี ก็ไม่คิดที่จะโทษลูกทีมคนใดสำหรับผลการแข่งขันที่ออกมาและอยากกล่าวขอโทษต่อ ชาวบราซิลทุกคน


"ใครรับผิดชอบต่อผลการแข่งขัน? ผมเอง มันเป็นผม เสียงด่าทอสำหรับผลการแข่งขันอันเลวร้ายนี้สามารถลงมาที่เราทุกคนได้ แต่บุคคลที่ตัดสินใจเลือกตัวนักเตะและแท็กติกการเล่นคือผม มันเป็นการตัดสินใจของผม"

 "เราพยายามทำสิ่งที่เราทำได้ เราทำอย่างดีที่สุด แต่เราก็เจอกับทีม เยอรมัน ที่ยอดเยี่ยม เราไม่สามารถแสดงปฏิกิริยาตอบสนองออกมาได้เมื่อเป็นฝ่ายตามหลัง แม้กระทั่ง เยอรมัน ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่มันเป็นเพราะทักษะของพวกเขาที่คุณต้องให้ความเคารพ"

 "ข้อความ ของผมที่อยากส่งไปยังชาวบราซิลคือ กรุณาให้อภัยต่อเราสำหรับฟอร์มการเล่นนี้ ผมเสียใจที่เราไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงได้สำเร็จ และเราก็จะพยายามคว้าอันดับ 3 มาครองให้ได้ เรายังเหลือเกมที่มีความหมายอยู่" สโกลารีกล่าว
 
 

ส่วน Thomas Müller (โธมัส มุลเลอร์) หัวหอกทีมชาติเยอรมัน ชี้ชัยชนะเหนือทีมชาติบราซิล ในศึกฟุตบอลโลก รอบรองชนะเลิศ เมื่อวันอังคารเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ เนื่องจากไม่คิดมาก่อนว่าจะถล่มเจ้าภาพเละเทะขนาดนั้น พร้อมเตือนเพื่อนอย่าเพิ่งเหลิงไปกับผลงานในเกมนี้ เนื่องจากแต่ละแมตช์มีความแตกต่างกัน

 "แน่นอน คุณไม่สามารถคาดหวังเรื่องนั้นได้ นั่นแสดงให้เห็นว่าแต่ละเกมแตกต่างกันแค่ไหน บราซิล เล่นแตกต่างไปจากพวกทีมที่เน้นตั้งรับ และเราก็ฉวยความได้เปรียบนี้เอาไว้ มันเป็นเรื่องที่บ้ามาก" 
 

 อย่างไรก็ตาม ทีมชาติเยอรมัน ยังมีงานหนักรออยู่ในเกมรอบชิงชนะเลิศที่จะเจอกับทีมชาติอาร์เจนตินาที่สนาม Maracanã (มารากานัง) วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคมนี้ และมุลเลอร์ก็ต้องการให้เพื่อนร่วมทีมรักษาฟอร์มนี้เอาไว้

"คุณควรที่จะรักษาฟอร์มนี้เอาไว้ ทุกแมตช์มีความแตกต่าง เหมือนอย่างที่ทุกคนพูดถึง เราเคยเล่นแย่ หลังแมตช์กับ ทีมชาติแอลจีเรีย พวกเขาจะยกย่องคุณในตอนนี้ เราคือทีมที่มีคุณภาพกับทีมที่ยอดเยี่ยม"  

 

ขณะที่ Miroslav Klose (มิโรสลาฟ โคลเซ) ที่เพิ่งทำสถิติยิงประตูสูงสุดในฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่จำนวน 16 ประตู แซงหน้า Ronaldo (โรนัลดู) ตำนานนักเตะชาวบราซิล กล่าวว่า "เราเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม คุณเห็นได้ในการฝึกซ้อมว่าเราเล่นกันเป็นทีม เรามีความเหนียวแน่น มันสำคัญในเรื่องการเล่นลูกตั้งเตะ คุณเห็นในวันนี้อีกครั้งตอนที่เราได้ประตูแรก จากลูกเตะมุม นั่นคือจุดแข็งอย่างแท้จริง ผมไม่ได้ตื่นเต้น เพราะมีคนเตะเข้าที่เท้าผมตอนผมยิง"

 เลิฟเผยเข้าใจความเจ็บปวดคนบราซิล

ทางด้าน Joachim  Löw (โยอัคคิม เลิฟ) นายใหญ่ทีมชาติเยอรมัน เผยตนเข้าใจดีถึงความเจ็บปวดของคนบราซิล หลังจากที่ทัพ "เซเลเซา" ถูก "อินทรีเหล็ก" เขี่ยร่วงรอบตัดเชือกศึกฟุตบอลโลก 2014 แบบหมดสภาพ ระบุ "อินทรีเหล็ก" ก็เคยช็อกแบบนี้มาแล้วตอนบอลโลก 2006

ความปราชัยสุดย่อยยับของทีมชาติบราซิลครั้งนี้ ทำเอาคนทั้งประเทศเสียใจ และช็อกกันแบบสุด ๆ กระนั้น เลิฟ ก็เข้าใจความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี เพราะทีมชาติเยอรมัน ก็เคยเจอเรื่องแบบนี้มาแล้วตอนเป็นเจ้าภาพบอลโลก 2006 และพ่าย อิตาลี 0-2 ใน 120 นาทีของเกมรอบรองชนะเลิศ 

 

"เราเองก็เคยช็อกและเคยพบเจอประสบการณ์แบบนี้เหมือนกันในปี 2006 ตอนที่เราแพ้ อิตาลี ช่วงต่อเวลาพิเศษ เราหวังไว้สูงมากเหมือนกันในปี 2006 ซึ่งแมตช์แบบนี้ทีมเจ้าภาพมักจะกดดันเป็นพิเศษอยู่แล้ว คน 200 ล้านคนอยากเห็นคุณผ่านเข้ารอบชิงฯ มันก็เลยส่งผลให้นักเตะของคุณกดดัน ผมขอแสดงความเสียใจกับเขา (หลุยซ์ เฟลิเป้ สโคลารี่ กุนซือบราซิล) ด้วย ผมรู้ว่า ตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร" บุนเดสเทรนเนอร์วัย 54 กะรัต กล่าว 

Participe do grupo do Facebook "Clube de línguas ocidentais da Universidade deRamkhamhaeng" ao https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 

 จอมณรงธร (ตี๋)
สมาชิกชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2557-58
กลุ่ม "Fanclub FS"
11 กรกฎาคม 2014





วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สัตว์ประจำชาติของประเทศกรีซ

 ข้อมูลโดย Wikipedia

 

ปลาโลมาเป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศกรีซ คำว่า "Dolphin" (ดอลฟิน) ซึ่งเป็นชื่อเรียกในภาษาอังกฤษที่ใช้เรียกโลมา มาจากภาษากรีกโบราณคำว่า δελφίς "เดลฟิส" (Delphis) 

ในเทพปกรณัมกรีก Διονύσιος (ดีโอนีซีออส) เทพแห่งไวน์และการเฉลิมฉลอง แห่ง Όλυμπος (โอลิมปอส) ได้แปลงกายลงมาเป็นมนุษย์ ชื่อ "เดลฟิส" และได้โดยสารเรือข้ามจากเกาะอิคาเรียไปยังเกาะ Νάζος (น้าซอส) ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน 

 

ดีโอนีซีออสนั้นแม้จะเป็นเทพ แต่กลับไม่มีญาณหยั่งรู้ว่า เรือลำที่ตนโดยสารไปนั้นเป็นเรือโจร ลูกเรือได้ปล้นผู้โดยสารทุกคน เดลฟิสจึงถูกลูกเรือปล้น และคิดจะจับไปขายเป็นทาส ด้วยเหตุนี้ เดลฟิสจำต้องแสดงตนเป็นเทพ และสาปให้เรือมีเถาองุ่นขึ้นเต็ม มีเสียงขลุ่ยดังขึ้น พวกลูกเรือตกใจ และกระโดดน้ำหนีไปหมด และกลายร่างเป็นโลมา มาจนกระทั่งทุกวันนี้ 

 

เมื่อกลายเป็นโลมา นิสัยของลูกเรือก็เปลี่ยนไป กลายเป็นสัตว์ที่ใจดี มีเมตตา ทั้งยังเป็นผู้ช่วยของเทพเจ้าแห่งมหาสมุทรคือ Ποσειδώνας (โปเซโด้นัส) อีกด้วย ด้วยเหตุนี้โลมาจึงได้รับเกียรติจากเจ้าสมุทร บันดาลให้เป็นกลุ่มดาวที่ชื่อว่า "กลุ่มดาวโลมา" (Delphinus)
 
 

ส่วนคำว่า δελφίς (เดลฟีส) ในภาษากรีกหมายถึง "มดลูก" จึงอาจหมายถึง "ปลาที่มีมดลูก" ก็ได้ ต่อมาคำนี้ถูกส่งต่อผ่านทางภาษาละตินว่า delphinus (เดลฟีนุส) และในเวลาต่อมากลายเป็น dolfinus (โดลฟีนุส) จนถึงภาษาฝรั่งเศสโบราณจึงได้เรียกว่า daulphin ซึ่งเเปลว่า "หมูทะเล"

 

ส่วนสัตว์ประจำชาติของประเทศกรีซอีกชนิดคือ Φοίνιξ (ฟีนิกซ์) หรือก็คือ นกฟีนิกซ์
 
สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 

 จอมณรงธร (ตี๋)
สมาชิกชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2557-58
กลุ่ม "Fanclub FS"
10 กรกฎาคม 2014

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สัตว์ประจำชาติของประเทศโปรตุเกส

ข้อมูลโดย Wikipedia

 

Galo de Barcelos (กาลู ดี บาร์เซลูส - ไก่เมืองบาร์เซลูส) มาจากตำนานในศตวรรษที่ 17 ของเมือง Barcelos (บาร์เซลูส) เขต Braga (บร้ากา) อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศโปรตุเกส เล่าถึงไก่ตัวผู้ที่ตายแล้วได้ทำให้ชายคนหนึ่งรอดพ้น จากโทษประหารชีวิตได้อย่างปาฏิหาริย์ 
 
 

เรื่องเริ่มจาก เจ้าของที่ดินแห่งหนึ่งในเมืองบาร์เซลูสถูกขโมยเงินไป และชาวเมืองช่วยกันตามล่าอาชญากรคนนั้น อยู่มาวันหนึ่ง มีชายชาว Galego (กาเล้โก) จากประเทศเพื่อนบ้านตกเป็นผู้ต้องสงสัย แม้เขาจะสาบานอย่างใสซื่อว่า เขาเพียงแค่เดินทางผ่านเมืองบาร์เซลูส เพื่อแสวงบุญเท่านั้น 

 

แต่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมเขา และผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างพากันประณามเขา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พาเขาไปที่งานเลี้ยงในบ้านของผู้พิพากษา เพื่อให้ตัดสินโทษ ชาวกาเล้โกชี้ไปที่ไก่ย่างซึ่งอยู่บนโต๊ะที่จัดเลี้ยง พร้อมอุทานว่า "ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างแน่นอน ไก่ตัวนั้นจะขันทันที ถ้าพวกท่านปล่อยฉัน" ผู้พิพากษาผลักจานของตัวเองออกไป เนื่องจากเขาไม่คิดจะกินไก่ตัวนั้นอีก และปฏิเสธการอุทธรณ์ของชาวกาเล้โกอย่างสิ้นเชิง

 

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้แสวงบุญกำลังจะถูกแขวนคอ ไก่ย่างกลับลุกขึ้นยืนบนโต๊ะ และขันตามที่นักแสวงบุญได้กล่าวไว้ แล้วกลับไปนอนบนจานเหมือนเดิม เขาจึงได้รับการปล่อยตัวทันที ความผิดพลาดของผู้พิพากษาเกือบทำให้เขาถูกแขวนคอ ต่อมาชาวกาเล้โกผู้นั้น กลับไปเมืองบาร์เซลูส เพื่อปั้นรูปไม้กางเขน เพื่อขอบคุณไก่ของพระเจ้า โดยอนุสาวรีย์นี้ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์โบราณของเมืองบาร์เซลูส

 

สัตว์ประจำชาติของประเทศโปรตุเกสอีกชนิดหนึ่งคือ หมาป่าพันธุ์ไอบีเรียน 

Participe do grupo do Facebook "Clube de línguas ocidentais da Universidade deRamkhamhaeng" ao https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 

จอมณรงธร (ตี๋)
สมาชิกชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2557-58
กลุ่ม "Fanclub FS"
9 กรกฎาคม 2014








วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สัตว์ประจำชาติของประเทศสเปน

 ข้อมูลโดย Wikipedia

 

Toro Bravo (โต๊โร บร้าโบ - วัวกระทิงใจถึง) หรือวัวสู้ศึก ถือเป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศสเปน เป็นวัวพันธุ์ไอบีเรียน คือวัวพันธุ์หลักที่อยู่ตามทุ่งเลี้ยงสัตว์บนที่ดินที่กว้างขวางในภาคใต้ของประเทศสเปน , ประเทศโปรตุเกส และประเทศในแถบละตินอเมริกาที่มีการจัดงานสู้วัว 

 

ต้นกำเนิดวัวสู้ศึก เกิดจากชาวโรมันนำวัวป่าจากคาบสมุทรไอบีเรีย มาใช้ในเกมที่สนามกีฬาของจักรวรรดิโรมัน 

 

ภายหลังอาณาจักรโรมันล่มสลาย วัวที่ก้าวร้าวยังคงได้รับการคัดสรรสายพันธุ์อย่างดี โดยชาวสเปน , ฝรั่งเศส และโปรตุเกส เพื่อใช้ในการสู้วัว และถูกนำไปยังอาณานิคมของประเทศสเปนในแถบละตินอเมริกาด้วย วัวสู้ศึกถูกเลือกโดยพิจารณาจากความก้าวร้าว , กำลัง , ความแข็งแรง และความอึดของตัวมัน ซึ่งหมายถึง ความแข็งแกร่ง , ความอดทน และไม่ยอมแพ้ของชาวสเปน

 

นอกจากนี้ สัตว์ประจำชาติของประเทศสเปนยังรวมถึง แมวป่าพันธุ์ไอบีเรียน และนกอินทรีย์จักรพรรดิพันธุ์ไอบีเรียนอีกด้วย


Únete al grupo de Facebook "Club de las lenguas occidentales de la Universidad de Ramkhamhaeng" al https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

 จอมณรงธร (ตี๋)
สมาชิกชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2557-58
กลุ่ม "Fanclub FS"
7 กรกฎาคม 2014






 

วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สัตว์ประจำชาติของประเทศเยอรมนี

 ข้อมูลโดย Wikipedia

 

ประวัติของการใช้เหยี่ยวเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเยอรมนี เริ่มตั้งแต่สมัยแรกของจักรวรรดิโรมันและจักรวรรดิไบแซนไทน์ ซึ่งสงวนการใช้รูปเหยี่ยวสำหรับสิ่งที่มีความสำคัญเท่านั้น โดยเฉพาะสำหรับพระเจ้า และจักรพรรดิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความคงกระพัน 

 

ต่อมาเหยี่ยวได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของหลวง ในรูปของเหยี่ยวทอง (Golden Eagle) ที่เรียกกันในภาษาเยอรมันว่า Reichsadler (ไรช์สอัดลาร์ - เหยี่ยวเยอรมัน) ที่อาจจะใช้มาตั้งแต่รัชสมัยของ Karl der Große (คาร์ล แดร์ โกรเซอ) หรือ Charlemagne (ชาร์เลอมาญ) ในภาษาฝรั่งเศส ในปีคริสตศักราช 742 - 814 ราวปี 1200 เหยี่ยวดำบนทุ่งทองมักจะทราบกันว่าเป็นตราอาร์มหลวง

 

ในปี 1433 ก็เริ่มมีการใช้เหยี่ยว 2 หัวเป็นครั้งแรกโดยสมเด็จพระจักรพรรดิซิจิสมุนด์แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่นั้นมาเหยี่ยว 2 หัวกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิชาวเยอรมัน และเป็นตราอาร์มจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จากตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 เป็นต้นมาจักรพรรดิก็ใส่ตราเหยี่ยวของราชวงศ์บนอกของเสื้อ หลังจากการสิ้นสุดของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ในปี 1806 รัฐเยอรมันและสัญลักษณ์ของรัฐร่วมก็สิ้นสุดลง และกลายมาใช้เหยี่ยวตัวเดียวแทน

ตราแผ่นดินของเยอรมนี Wappen von Deutschland (วัปเพน ฟอน ดอยช์ลันด์) เป็นตราอาร์มของประเทศเยอรมนีที่ประกอบด้วยเหยี่ยว สีของตราคลายกับสีของธงชาติเยอรมนี (ดำ แดง และ ทอง) และเป็นตราประจำชาติที่เก่าที่สุดตราหนึ่งของยุโรปและของโลก

 

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 

 จอมณรงธร (ตี๋)
สมาชิกชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2557-58
กลุ่ม "Fanclub FS"
6 กรกฎาคม 2014