วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2555

หมี ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

 ข้อมูลโดย moohin.com

หมี จัดเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ขนยาวหยาบทั้งตัว หูใหญ่ ปลายจมูกค่อนข้างดำ เล็บเท้าโค้งยาวแหลม มักเดินด้วยส้นเท้า ปากยาว มีหางสั้น ปลายเท้ามีสีขาวหรือเหลือง ประสาทตาและหูไม่ค่อยไว แต่ประสาทรับกลิ่นดีมาก หมีเป็นสัตว์กินไม่เลือก เช่น ลูกไม้ ใบไม้อ่อน สัตว์เล็ก ๆ และแมลง ที่ชอบมากคือน้ำผึ้ง และตัวอ่อนของผึ้ง ชอบอยู่ป่าสูงและภูเขา ปกติออกหากินกลางคืน กลางวันนอนตามโพรงไม้หรือถ้ำ ปีนต้นไม้เก่ง อีกทั้งว่ายน้ำเก่งด้วย มีนิสัยดุ ชอบอยู่โดดเดี่ยวหรืออยู่ด้วยกัน 2-3 ตัว ชอบการต่อสู้ ถ้าเห็นคนมักหลบหนีไปก่อน เมื่อได้รับบาดเจ็บหรือจวนตัว จะต่อสู้จนถึงที่สุด หมีตั้งท้องนานประมาณ 7 - 8 เดือน ออกลูกครั้งละ 1-2 ตัว ชอบออกลูกตามโพรงไม้หรือในถ้ำ แม่จะเลี้ยงลูกจนโตพอสมควรจนกระทั่งใกล้จะออกลูกตัวใหม่จึงปล่อยลูกหากินตามลำพัง 

ภาษาสเปน                  Oso (โอ้โสะ)
ภาษาโปรตุเกส           Urso (อู้รฺสุ)
ภาษาอิตาลี                 Orso (โอรฺโสะ)
ภาษาฝรั่งเศส             Ours (อูครฺ)
ภาษาเยอรมัน             Bär (แบร์)
ภาษารัสเซีย                Медведь (มิดหวิด)

ภาษากรีก                    Αρκούδα (อารฺกูดะ)

ข้อมูลโดย http://karn.tv
หมีขั้วโลก เป็นนักล่าแห่งดินแดนขั้วโลกเหนือที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพชีวิตกลางน้ำแข็ง ธรรมชาติสร้างให้หมีขาวแตกต่างจากหมีพันธุ์อื่น คือ มีขนคลุมอุ้งเท้า นิ้วเท้าสั้น เล็บโค้งงอเพื่อ ให้ยึดน้ำแข็งได้อย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันก็มีท่อนขาขนาดใหญ่เพื่อเฉลี่ยน้ำหนักมหาศาล เพื่อสามารถเดินบนน้ำแข็งบางๆ ได้ มีถิ่นที่อยู่บริเวณอาร์กติก ขั้วโลกเหนือ แต่ไม่มีหลักแหล่งที่แน่นอน พบในอลาสกา แคนาดา รัสเซีย เดนมาร์ก (กรีนแลนด์) และนอร์เวย์ เป็นสัตว์สปีชีส์หนึ่งของโลกที่กำลังถูกคุกคาม ปัจจุบันหมีขั้วโลกมีจำนวนประมาณ 22,000-27,000 ตัว อยู่ในแคนาดามากที่สุดคือราว 15,000 ตัว ซึ่งการดำรงชีวิตให้อยู่รอดในแถบอาร์กติกที่มีอุณหภูมิหนาวเย็น ทำให้สัตว์หลายๆ ชนิดใช้เวลายาวนานในการวิวัฒนาการจนมีขนสีขาว หรือเปลี่ยนสีขนในฤดูหนาวจนกลมกลืนกับหิมะ ซึ่งเป็นการพรางตัวที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และหาอาหาร โดยเฉพาะหมีขั้วโลก ที่ใช้เวลาประมาณ 2 แสนปี พัฒนา และมีวิวัฒนาการจากหมีสีน้ำตาลมาเป็นหมีขาวในทุกวันนี้
หมีขั้วโลก
  
Oso polar (โอ้โสะ โปลาร์)
 Urso polar (อูรฺโสะ โปลาครฺ)
Orso bianco (โอรฺโสะ เบี้ยงโกะ)
Ours blanc (อูครฺ บลอง)
Polarbär (โพลารฺแบ)
Белый медведь (เบี้ยลลือ มิดหวิด)
Πολική άρκτος (โพลิกี้ อ้ารฺกโตส)
 
ข้อมูลโดย คลังปัญญาไทย
 หมีเเพนด้า คือสัตว์ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน ชอบกินใบไผ่  ลักษณะที่โดดเด่นของ หมีแพนด้า คือมีขนสีดำและสีขาว บริเวณหัว คอ ตะโพก จะมีสีขาว ส่วนรอบๆ ตาทั้งสองข้าง หู ไหล่ ขาหน้า และขาหลังจะมีสีดำ หัวของหมีแพนด้าจะใหญ่กว่า เมื่อเทียบกับสัดส่วนของตัว หมีชนิดอื่นๆ เท้าหน้ามี 6 นิ้ว พร้อมที่จะกางกว้างออกเมื่อปะทะกัน หรือปีนต้นไม้  

ส่วนมากหมีแพนด้าจะอาศัยอยู่เพียงลำพัง ยกเว้นหมีแพนด้าแม่ลูกอ่อน ในช่วงฤดูกาลให้นมลูก หมีเพศผู้จะต่อสู้กัน เพื่อแย่งเข้าไป หากลุ่มแม่หมี จำนวนลูกที่คลอดออกมาในแต่ละครั้ง จะมีเพียง 1-3 ตัว โดยปกติจะมีชีวิตรอดเพียงตัวเดียว มีวิธีดึงดูดเพศตรงข้ามสามวิธี วิธีแรก จีบด้วยกลิ่น โดยแพนด้าจะใช้ก้นถู ๆ ตามโคนต้นไม้ ก้อนหิน และบนพื้นให้กลิ่นติด และโชยไปแตะจมูกฝ่ายตรงข้าม หรือวิธีที่สองจีบด้วยเสียงเพลง โดยขึ้นไปร้องเพลงรักไม่ซ้ำแบบบนต้นไม้บ้าง บนพื้นบ้าง เพื่อดึงดูดความสนใจของอีกฝ่าย เพลงยอดฮิตก็คือ เลียนเสียงร้องของนก หรือเสียงแพะ และวิธีการจีบกันจะแสดงออกด้วยท่าทาง โดยบางตัวอาจแสดงออกด้วยอาการหงุดหงิด อยู่ไม่สุข กัดกิ่งไม้บ้างตามประสา ฝากรอยข่วนไว้ตามต้นไม้ เพื่อให้เตะตาฝ่ายตรงข้าม เมื่อทั้งสองต่างปิ๊งกันก็เข้าหอกันในทุ่งกว้างตามเชิงเขา ก็มีบางตัวที่หนีขึ้นไปบนต้นไม้ 

ภาษาสเปน โปรตุเกส และอิตาลี ใช้คำว่า "Panda" (ปั๊นดะ)
ภาษาฝรั่งเศส  Panda (ปองดะ)
ภาษาเยอรมัน Panda (พันดะ)
ภาษารัสเซีย Панда (ปันดะ)
ภาษากรีก Αρκτοειδές ζώο της ασίας (อารฺกโดซิเดียส โซว ดิส อาเซียส)



จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
13 ธันวาคม 2012 


วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ช้างน้ำ ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

ข้อมูลโดย พี่ปัด Dek-D.com

ช้างน้ำ (วอลรัส)


“วอลรัส”(Walrus) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ส่วนใหญ่แล้วจะอาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือ และมหาสมุทรแปซิฟิก ในช่วงฤดูร้อนที่สุดแสนจะสั้นของทวีปนี้ วอลรัสจะใช้ครีบและงาของมันดึงตัวเองขึ้นจากน้ำมาสู่หาดหินเพื่อทำการอาบแดด
               สัตว์ชนิดนี้ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง มีนิสัยรักครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผูกพันของแม่ - ลูก ผิวหนังของวอลรัสมีความหนามากถึง 4 เซนติเมตร!! และสามารถเปลี่ยนสีได้อีกด้วย โดยถ้าช่วงอากาศหนาวจะเป็นสีขาว แต่ถ้าอากาศอบอุ่นก็จะเปลี่ยนเป็นสีชมพู - แดง ในช่วงฤดูผสมพันธุ์วอลรัสจะชอบอวด “งา” หรือก็คือฟันบนซี่ยาวๆ 2 ซี่ ที่สามารถงอกยาวได้ถึง 1 เมตร เพื่อเป็นการดึงดูดความสนใจเพศตรงข้าม นอกจากนี้งายังมีประโยชน์ในการใช้หาอาหารทั้งขุดกุ้ง ขุดหอยขึ้นมาจากพื้นทะเลที่เป็นน้ำแข็ง และยังสามารถใช้ป้องกันตัวเองได้อีกด้วย วอลรัสที่มีขนาดตัวใหญ่มากจะมีขนาดตัวยาวถึง 3 เมตร และหนักถึง 1.5 ตัน (1,500 กิโลกรัม) เลยทีเดียว!! แต่พี่ปัดขอบอกว่าถึงจะเห็นตัวใหญ่แบบนี้แต่สัตว์ชนิดนี้มันสามารถดำน้ำได้ ลึกถึง 90 เมตรเลยนะจ๊ะ
               ถิ่นอาศัยของสัตว์ชนิดนี้ อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือที่หนาวจัด ฉะนั้นถ้าทุกคนไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาลดโลกร้อน ที่เป็นสาเหตุหลักทำให้น้ำแข็งขั้วโลกเหนือละลาย "วอลรัส" ก็อาจจะหายไปจากโลกนี้ได้เพราะขั้วโลกคือบ้านที่แสนสบายของสัตว์ชนิดนี้นั่นเอง

ภาษาสเปน                        Morsa (โม้รฺสะ)
ภาษาโปรตุเกส                 Morsa  (โม้รฺสะ)
ภาษาอิตาลี                       Morse (โม้รฺเสะ)
ภาษาฝรั่งเศส                   Morse (โมครฺเสอะ)
ภาษาเยอรมัน                  Walross (วั้ลรอส)
ภาษารัสเซีย                    Mорж (โมรฺช)
ภาษากรีก                        θαλάσσιος ίππος (ธาลาสซีส อิปโปส)
  
ข้อมูลโดย Ikamiso  in Chishiki

สัตว์จำพวกแมวน้ำและสิงโตทะเลนั้นอยู่ในกลุ่มสัตว์ที่มีเท้าเป็นครีบ ซึ่งเรียกรวมๆ ว่า  Pinniped ส่วนภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า 鰭脚類(ききゃくるい, คิเคียกุรุย) แปลตรงๆว่า "สัตว์เท้าครีบ" พวกนี้มัลักษณะที่เหมือนกันก็คือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแต่ว่าร่างกายถูกพัฒนาให้สามารถว่ายน้ำได้ดี อาศัยอยู่บนทะเลเป็นหลัก สัตว์เท้าครีบนั้นเป็นสัตว์ที่อยู่ในอันดับ Carnivora ซึ่งก็คือลำดับของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่กินเนื้อ แต่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ネコ目 (เนโกะ โมกุ) หมายถึง "สัตว์ในอันดับเดียวกับแมว" นั่น เพราะกลุ่มหลักของอันดับนี้คือแมวนั่นเอง (รวมเสือ สิงโต และชีตาห์) ดังนั้นแมวกับแมวน้ำ และสิงโตกับสิงโตทะเล ก็ไม่ใช่ญาติไกลกันมาก อย่างไรก็ตาม แมวน้ำกับสิงโตทะเล ก็มีความใกล้เคียงกับหมามากกว่าแมว
 
 แมวน้ำ

Fócido (โฟ้ซิโดะ)
Foca (โฟ้กะ)
Foche (โฟ้เขะ)
Phoque (โฟเกอะ)
Hundsrobben (ฮุนซร็อบเบน)
Настоящие тюлени (นาสตาเยียเชีย ติยูเลียหนิ)
Φώκια (โฟ้เกีย)

สัตว์ในอันดับ Carnivora มีทั้งหมด ๑๗ วงศ์ ในจำนวนนั้นเป็นสัตว์เท้าครีบ ๓ วงศ์ ดังนี้
- วงศ์สิงโตทะเล (Otariidae, アシカ科) ประกอบด้วย แมวน้ำมีใบหู ๘ สายพันธุ์ และสิงโตทะเล ๖ สายพันธุ์
- วงศ์แมวน้ำ (Phocidae, アザラシ科) ประกอบด้วย แมวน้ำไม่มีใบหู มีทั้งหมด ๑๘ สายพันธุ์
- วงศ์วอลรัส (Odobenidae, セイウチ科) ประกอบด้วย วอลรัส มีเพียงสายพันธุ์เดียว
มีรวมทั้งหมด ๓๓ สายพันธุ์

 
สิงโตทะเล
  
León marino (เลโอน มาริโหนะ)
 Leão-marinho (เลอาว มารินโหยะ)
Otaria (โอต้าเรีย)
Otarie (โอ้ตาครี)
Seelöwe (ซีลูเหวอะ)
Морской лев (มารฺสโกย เลียบ)
Θαλάσσιο λιοντάρι (ธาล้าสซี เลียนต้าหริ)

ที่แมวน้ำมีใบหูถูกจัดอยู่วงศ์เดียวกับสิงโตทะเลก็เพราะมีความใกล้เคียงกันมากกว่า
ในภาษาอังกฤษจะเรียกแมวน้ำไม่มีใบหูว่า seal คือเป็นแมวน้ำเฉยๆ และเรียกแมวน้ำมีใบหูว่า fur seal แมวน้ำที่มีขนเฟอร์ (ขนหนานิ่ม) แต่ในภาษาญี่ปุ่นเรียกแยกกันเลย คือแมวน้ำไม่มีใบหูจะเรียกว่า 海豹(アザラシ, อาซาราชิ) ซึ่งแปลตรงตัวว่า "เสือดาวทะเล" และเรียกแมวน้ำมีใบหูว่า 膃肭臍(オットセイ, อตโตะเซย์) ส่วน สิงโตทะเลก็เรียกว่า 海驢(アシカ, อาชิกะ) ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ลาทะเล" และตัววอลรัสเรียกว่า 海象(セイウチ, เซย์อุจิ) ซึ่งแปลตรงตัวว่า "ช้างทะเล"
                                        


จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
 ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
12 ธันวาคม 2012

วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ฮิปโปโปเตมัส ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

ฮิปโปโปเตมัส มีสี่ขา รูปร่างเหมือนหมู แต่ตัวใหญ่กว่ามาก เป็นสัตว์บกแต่สามารถว่ายน้ำได้อาหารของมันส่วนใหญ่ ได้แก่ หญ้านานาชนิด รวมทั้งพืชน้ำ โดยใช้ริมฝีปากที่แข็งงับแล้วดึงให้ขาดทั้งกอที่งับเอาไว้ บางครั้งกินเนื้อจากซากที่ตายแล้วด้วย เป็นสัตว์ที่โชคดี ที่ไม่เคยมีประวัติถูกคนล่า เพราะไม่มีสิ่งใดที่คนเห็นว่ามีค่า นอกจากไขมัน
 
ภาษาสเปน                       Hipopótamo (อิโปโป้ตาโหมะ)
ภาษาโปรตุเกส                Hipopótamo (อิโปโป้ตามู)
ภาษาอิตาลี                      Ippopotamo (อิปโปโปต้าโหมะ)
ภาษาฝรั่งเศส                  Hippopotame (อิปโปโปตาเหมอะ)
ภาษาเยอรมัน                  Nilpferd (นิลพ์เฟรด)
ภาษารัสเซีย                    Гиппопотам (กิปโปปาตาม)
ภาษากรีก                        Ιπποπόταμος (อิปโปโป้ตาโมส)

ข้อมูลโดย หนังสือสัตว์ป่าแอฟริกา 
 
ฮิปโปโปเตมัส  หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ฮิปโป  เป็นสัตว์บกที่มีน้ำหนักมากรองจากช้าง  มีเขี้ยวล่างที่ใหญ่ขนาดกล้วยหอมซึ่งยาวเต็มที่ถึง 50 ซม.  คำว่า "ฮิปโปโปเตมัส" มาจากภาษากรีก มีความหมายว่า "ม้าน้ำ" เพราะเมื่ออยู่ในน้ำครึ่งตัวจะมองดูคล้ายม้า  ฮิปโปใช้เวลากลางวันส่วนใหญ่แช่ตัวอยู่ในแม่น้ำ  ทะเลสาบ  หนอง  หรือบึง  จะขึ้นบกเมื่อใกล้ค่ำเพื่อกินหญ้าสด ๆ  เป็นอาหาร  โดยเดินเป็นวง เป็นระยะทางถึง 8 กม. ต่อวัน 
 
ฮิปโปเคลื่อนตัวได้รวดเร็วมากทั้งบนบกและในน้ำ  ได้มีผลสำรวจว่ามนุษย์เสียชีวิตเพราะฮิปโปมากกว่าควายป่า  ช้าง  หรือแรด  ทั้งนี้ ฮิปโปถูกล่าโดยสิงโต และจระเข้ในบางครั้ง       
ฮิปโปสามารถพบได้ที่อุทยานแห่งชาติ และในธรรมชาติ ทั้งเขตอนุรักษ์แห่งชาติมาไซมารา (Masai Mara National Reserve) ประเทศเคนยา  และในอุทยานเกรทเตอร์ เซนต์ ลูเซีย (Greater St. Lucia Park) ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นต้น  ทั้งนี้ประเทศแอฟริกาใต้มีฮิปโปอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในแอฟริกา 




จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
11 ธันวาคม 2012

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แรด ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

      แรด เป็นสัตว์บกขนาดใหญ่รองมาจากช้าง มีสี่ขา ลำตัวอ้วนกลม มีหนังหนามาก มีลักษณะพิเศษคือ มีนองอกออกมาตรงปลายจมูก ไว้ใช้ป้องกันตัว ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เขาหรือกระดูก แต่เป็นขนที่ขึ้นอย่างหนาแน่นจนแข็งเหมือนเขา และคนบางกลุ่มก็ล่าแรดเพราะนอนี้ เพราะมีความเชื่อว่าเป็นยาดี แรดชอบแช่โคลนตม เพราะผิวหนังระบายความร้อนไม่ค่อยดี เวลานอนจะหลับในท่ายืน 
 
ภาษาสเปน                Rinoceronte (ริโนเซโร้นเตะ)
ภาษาโปรตุเกส         Rinoceronte (คริโนเซร้นตือ)
ภาษาอิตาลี               Rinoceronte (ริโนเชโร้นเตะ)
ภาษาฝรั่งเศส           Rhinocéros (คริโนเซ้โครส)
ภาษาเยอรมัน           Nashorn (นาสฮอน)
ภาษารัสเซีย             Носорог (นาซาโรก)
ภาษากรีก                 Ρινόκερος (ริโน่เกโรส)

ข้อมูลโดย Mthai.com
ที่มาของคำว่าแรด

แรดเป็นสัตว์ที่มีสายตาแย่มาก แต่มีประสาทรับกลิ่นและประสาทหูดีเยี่ยม จึงเป็นสัตว์ที่มีนิสัยฉุนเฉียวง่าย โกรธง่าย ประกอบกับขนาดลำตัวที่ใหญ่จึงมักไม่ค่อยมีศัตรูตามธรรมชาติ

"แรด" ยังเอาใช้กับผู้หญิงที่ทำตัวไม่เหมาะสม ไม่เป็นกุลสตรี ทำกิริยาไม่เหมาะสมเวลาอยู่กับผู้ชาย  

บางท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่าคำว่า "แรด" ทำมันถึงเอามาใช้กับคนได้ เรื่องมันมีอยู่ว่า เวลาช่วงผสมพันธุ์ แรดตัวเมียจะเกิดความต้องการอย่างมากจนต้องหาตัวผู้มาผสมพันธุ์ด้วย และถ้าตัวผู้ไม่สนใจ มันก็จะเอานอไล่ขวิดจนกว่าตัวผู้จะยอมมีอะไรด้วย แต่ถ้าตัวผู้ยังไม่สนใจอีก มันก็จะขวิดจนกว่าตัวผู้จะตายไปเลย 



จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
10 ธันวาคม 2012

วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ช้าง ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

     ช้าง เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาช้านาน เมื่อก่อนธงชาติไทยเราจะมีช้างเป็นสัญลักษณ์ แม้ปัจจุบัน ก็มีรูปช้างอยู่บนตราฟุตบอลทีมชาติไทย ช้างเป็นสัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เดินสี่ขา กินพืชเป็นอาหาร มีใบหูใหญ่ มีจมูกยาวเป็นท่อลำเลียงน้ำเรียกว่า "งวง" ช้างตัวผู้จะมีเขี้ยวสีขาว เรียกว่า "งา" ส่วนช้างตัวเมียไม่มีงา แต่ถ้าเป็นช้างป่า ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะมีงา เมื่อก่อนคนใช้ช้างลากซุง และขนของหนัก เดี๋ยวนี้จับช้างมาเป็นนักแสดงตามสวนสัตว์ ให้ชาวต่างชาติเสียเงินขี่เล่น เจ้าของช้างคนไหนแย่หน่อยก็จับมาขอทานอยู่ตามถนนในกรุงเทพฯ เมืองกรุง ให้ช้างเสี่ยงอันตราย และกีดขวางทางจราจรเล่น อีกเช่นกัน สัตว์ใหญ่อย่างช้างก็ถูกคนกิน ถูกคนลับลอบฆ่าเอางา เป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ เพราะขยายพันธุ์ช้า ใช้เวลาท้องนาน 22 เดือน ออกลูกเพียงแค่ตัวเดียว
 
ภาษาสเปน                       Elefante (เอเลฟั้นเตะ)
ภาษาโปรตุเกส                Elefante (เอเลฟั้นตือ)
ภาษาอิตาลี                      Elefante (เอเลฟั้นเตะ)
ภาษาฝรั่งเศส                  Éléphant (เอเลฟอง)
ภาษาเยอรมัน                  Elefant (เอเลฟันท์)
ภาษารัสเซีย                    Слон (สโลน)
ภาษากรีก                        Ελέφαντας (เอเล้ฟันดัส)
  
      งาช้าง  สำหรับช้างแล้ว มีไว้ป้องกันตัวจากสัตว์ที่จะเข้ามาทำร้าย หรือใช้ขนของแทนมือ แต่สำหรับคนแล้ว งาช้างคือสิ่งมีราคา นำมาใช้เป็นเครื่องประดับ งานแกะสลัก เลยเป็นสาเหตุให้ช้างหลายเชือกตายอย่างอนาถ
  
Marfil (มาฟิล)
 Marfim (มาเฟม)
 Avorio (อะโสริโอะ)
Ivoire (อีวัวครฺ)
 Elfenbein (เอลเฟินไบน์)
Слоновая кость (สลานโน้วาหยะ โกสทฺ)
Ελεφαντόδοντο (เอเลฟันโด้โดนโดะ)

ข้อมูลจาก Mthai.com
มาดูความรักของแม่ช้างที่ปกป้องลูกจากจระเข้กันบ้าง เอามาจากหน้าแรกเผื่อบางคนไม่ได้ดู
ประทับใจเป็นการส่วนตัว  ขอบคุณตากล้อง ขอบคุณจขกท.หน้าแรกที่แบ่งปันเรื่องภาพสวยๆ  ซึ้งๆ


.....เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่แม่น้ำลวงวา (Luangwa) ในประเทศแซมเบีย แอฟริกา
โดยช้างเพศเมียและลูกของมันกำลังดื่มน้ำในแม่น้ำ 
แต่จู่ๆก็ถูกจู่โจมด้วยฟันอันแหลมคมของจระเข้ จนผู้เป็นแม่ถูกงับเข้าที่งวง
แล้วเสียหลักเท้าหลังเกือบไถลลงน้ำ แต่แม่ช้างยังคงต่อสู้จนจระเข้หลุดออกไป 
ซึ่งในที่สุดทั้งคู่ก็หนีรอดอย่างปลอดภัย

ลูกช้างหลบภัยอันตรายจากผู้ล่าที่มีฟันแหลมคมอยู่ข้างๆแม่

แม่ช้างสะบัดงวง หลังจากถูกจระเข้งับ จนเกิดการต่อสู้กัน

วินาทีที่แม่ช้างดึงงวงถอยกลับออกมา

ลูกของมันยังคงหลบอยู่ข้างๆแม่ ก่อนที่ทั้งสองพยายามหนีจากอันตราย แต่จระเข้ยังคงกัดไม่ปล่อย

แม่ช้างลากจระเข้ขึ้นมา โดยมีลูกของมันเอาใจช่วยอยู่ข้างๆ

และแล้วในที่สุดเจ้าจระเข้ก็ยอมปล่อย โดยลูกช้างรีบเอาตัวน้อยๆทับจระเข้ไว้ไม่ให้กลับมากัดอีก
ก่อนที่ทั้งสองจะหนีไปอย่างปลอดภัย


จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
9 ธันวาคม 2012

วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สวนสัตว์ ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

     สวนสัตว์ คือสถานที่ซึ่งคนเราจะไปดูสัตว์ป่าได้อย่างปลอดภัย ถ้าไม่หาเรื่องเอง บรรดาสัตว์ทั้งหลายจะถูกจับแยกไว้ในสถานที่ซึ่งเหมาะกับสัตว์นั้น ในกรงบ้าง ในรั้วบ้าง ในบ่อบ้าง ในตู้กระจกบ้าง จุดประสงค์เพื่อกันคนดูห่างจากสัตว์ที่น่าจะเป็นอันตราย และไม่ต้องการให้สัตว์ชนิดนั้นหลุดหนีออกไปได้ จะเรียกว่าเรือนจำสัตว์ป่าก็คงไม่ผิดนัก และมีคนไปเยี่ยมจำเลยที่ไร้ความผิดจากป่าเหล่านี้ เป็นบางครั้งคราว
 
ภาษาสเปน                        Zoo (โซ้โอะ) หรือ Jardín zoológico (ฆารฺดิ้น โซโอโล้ฆิโกะ)
ภาษาโปรตุเกส                 Jardim zoológico (ชารฺดิม โซโอโล้ชิกู)
ภาษาอิตาลี                       Zoo หรือ Giardino zoologico (จิอารฺดี๊โหนะ โซโอโล้จิโกะ)
ภาษาฝรั่งเศส                   Zoo (โซ)
ภาษาเยอรมัน                   Zoo (โซ่)
ภาษารัสเซีย                     Зоопарк (ซาป๊ารฺก) 
ภาษากรีก                         Ζωολογικός Κήπος (โซโอโลกิโกส คิโปส) 

ข้อมูลโดย Mthai.com
10 อันดับ สวนสัตว์ที่ดีที่สุดในโลก
         “สวนสัตว์” หนึ่งในดินแดนแห่งจินตนาการและการสร้างการเรียนรู้ ดึงดูดความอยากรู้อยากเห็นของบรรดาเด็กๆ ได้ดี แน่นอนว่า “เขาดินวนา” “ซาฟารีเวิลด์” คือสถานที่ฮิต! นอกจากบ้านเราแล้ว แอบมาดู สวนสัตว์ หลายแห่งที่ฮิตติดอันดับโลกกันบ้างดีกว่า
10. Zoo Praha, Prague, Czech Republic
Zoo Praha, Prague, Czech Republic
Zoo Praha, Prague, Czech Republic
         ไม่น่าเชื่อว่า Prague จะมีปลายทางอันดึงดูดใจอย่าง“Zoo Praha” สวนสัตว์ที่ มีนักท่องเที่ยวเข้าชมถึง 1.3 ล้านคนต่อปี ประกอบด้วยหลากหลายสัตว์ 5,000 ชีวิต 650 ชนิด ที่อาศัยอยู่ ภูมิศาสตร์อันโดดเด่นคือผาสูงท่ามกลางความเขียวชอุ่มของพันธุ์ไม้ เป็นจุดที่จะได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยที่สุด ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ “เกาะลิง” และ “ผืนป่าแห่งอินโดนีเซีย”
9. Zoologischer Garten, Basel, Switzerland Zoo
Zoologischer Garten, Basel, Switzerland Zoo
Zoologischer Garten, Basel, Switzerland Zoo
          “Zoologischer Garten” อยู่ที่เมือง Basel ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เป็นหนึ่งสวนสัตว์ที่ เก่าแก่ที่สุดในโลก มีนักท่องเที่ยวเข้าชมถึง 1.7 ล้านคนต่อปี ถือเป็นแหล่งทำรายได้ที่สำคัญ มีพื้นที่ทั้งหมด 24 เอเคอร์ ใกล้ใจกลางเมือง เป็นสวนสัตว์ที่ดึงดูดให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงความน่าพิศวงของโลกใต้น้ำ และผืนทะเลทราย พร้อมวิถีการดำรงในป่าดิบชื้นของสัตว์นานาพันธุ์
8. National Zoological Gardens, Pretoria, South Africa
National Zoological Gardens, Pretoria, South Africa
National Zoological Gardens, Pretoria, South Africa
        “National Zoological Gardens” เริ่มเปิดให้บริการใน ปี ค.ศ. 1899 เป็นสวนสัตว์ที่ดีที่สุดในแอฟริกา แขกไปใครมาแนะนำว่าต้องนั่งรถกอล์ฟ ไม่งั้นหอบรับประทาน เพราะกว้างใหญ่ไพศาลเอาเรื่อง มีเคเบิลคาร์ให้นั่งจากเส้นทางเขาอันลาดชันสู่พื้นดิน ประกอบด้วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 97 ชนิด สัตว์ปีก 161 สัตว์น้ำ 279 สัตว์เลื้อยคลาน 106 และสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำอีก 7 ชนิด นับแบบเป็นตัวๆ ก็ปาเข้าไป 4,500 ชีวิต บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าร่มรื่น อุดมด้วยไม้นานาพรรณ และที่ขึ้นชื่อติดอันดับอีกอย่างคือ “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ” ที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกาใต้
7. Bronx Zoo, New York City, USA
Bronx Zoo, New York City, USA
Bronx Zoo, New York City, USA
           ด้วยพื้นที่อันแสนมหึมา 256 เอเคอร์ และนับเป็นป่าดิบชื้นที่ใหญ่ที่สุดซึ่งรังสรรค์โดยฝีมือมนุษย์  แน่นอนว่า Bronx Zoo” จะทำให้นักเดินทางต้องใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ หมดไปกับการส่องนานาสัตว์ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเสือ ตระกูลลิง ตระกูลหมี กอริลล่า สารพัด! แต่ที่เป็นไฮไลท์เด็ด คือ “เสือดาวหิมะ” สัตว์หายากที่ต้องยลอย่างยิ่ง
6. Smithsonian National Zoological Park, Washington DC, USA
Smithsonian National Zoological Park, Washington DC, USA
Smithsonian National Zoological Park, Washington DC, USA
          ด้วยความที่สวนสัตว์แห่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของูลนิธิ Smithsonian (พิพิธภัณฑ์และศูนย์การวิจัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก) จึงเปิดให้เข้าชมฟรี! ใจดี๊ ใจดี ไม่ว่าคนจะล้นหลามแค่ไหน แม้จะเป็นช่วงวันหยุด ก็ยังไม่หลุดคอนเซ็ปต์ฟรีเพื่อมวลมนุษยชาติ Smithsonian National Zoological Parkมีพื้นที่โดยประมาณ 163 เอเคอร์ มีสัตว์เฉลี่ย 2,000 ตัว 400 ชนิด แต่สมาชิกคนดังที่ต้องกล่าวถึง คือ “แพนด้ายักษ์” เจ้าเทียนเทียน กับ เหมยเซียง คู่แข่งของ หลินฮุ่ย กับ ช่วงช่วง หรือเปล่าเนี่ย??
5. San Diego Zoo
San Diego Zoo
San Diego Zoo
         “San Diego Zoo” ประกอบด้วยสัตว์มากกว่า 4,000 ชีวิต 800 สายพันธุ์  ดูกันจนตาลายจะหมดมั้ย และเป็นอีกหนึ่งในไม่กี่สวนสัตว์ที่มี “เจ้าแพนด้ายักษ์” ให้เราทักทาย ชื่นชม บรรยากาศเป็นป่านานาพรรณบนพื้นที่ 100 เอเคอร์ สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นและกลิ่นอายของ San Diego ชัดเจน ใครอยากเข้าชมสัตว์อย่างใกล้ชิด ที่นี่ก็มีบริการแบบซาฟารีให้เป็นทางเลือกเสริม
4. Animal Kingdom, Orlando Florida Zoo
Animal Kingdom, Orlando Florida Zoo
Animal Kingdom, Orlando Florida Zoo
          “Animal Kingdom” สวนสัตว์ในเครือของ Disney ครอบคลุมพื้นที่ถึง 500 เอเคอร์ ใหญ่มาก  เป็นธรรมดาที่ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น เพราะดิสนีย์แลนด์ที่ Orlando ขึ้นชื่อว่าเป็นสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ทุกซอกทุกมุมของ “Animal Kingdom” จะแฝงกลิ่นอายของสวนสนุกไว้ในทุกๆ รายละเอียด โดยที่นักท่องเที่ยวนั้นมักมีโอกาสสัมผัสโดยไม่รู้ตัว สวนสัตว์แห่งนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1975 ตั้งแต่นั้นก็ได้รับความนิยมจากบรรดาครอบครัวสุขสันต์เรื่อยมาจนติดอันดับ ต้นๆ ของโลก
3. Toronto Zoo
Toronto Zoo
          “Toronto Zoo” สวนสัตว์ติดโผอันดับ 3 ด้วยพื้นที่ 700 เอเคอร์ กับนานาสัตว์นับ 5,000 ชีวิต พร้อมด้วยรางวัลที่การันตีว่าต้องมาเยือน อย่าง African Savanna, New Great Barrier Reef, Gorilla Rainforest และ Eurasia outdoor exhibits ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ สวนสัตว์เจ้าตัวน้อย อาทิ ลูกม้า Prezwalski, ลูกเสือดาวหิมะ, ลูกเสือไซบีเรีย และเพลิดเพลินใจกับโรงมหรสพริมน้ำ
2. Tiergarten Schonnbrunn Zoo, Vienna, Austria
Tiergarten Schonnbrunn Zoo, Vienna, Austria
Tiergarten Schonnbrunn Zoo, Vienna, Austria
          สวนสัตว์แห่งกรุงเวียนนานี้ เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1752 โห้ รุ่นบรรพบุรุษ!! ณ วันนี้ก็ถือว่า “Tiergarten Schonnbrunn Zoo” เป็นที่สุดของความแก่แต่ไม่หงำเหงือก อย่างน้อยๆ ก็มี“แพนด้ายักษ์” อย่าง หยางหยาง, หลงฮุ่ย, ฟู่หลง, และ ฟู่หู หมีขวัญใจโลกให้เราได้ชื่นชม โดยเฉพาะ“เจ้าฟู่หลง” หมีแพนด้าที่ถือกำเนิดในวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ด้วยการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติเป็นครั้งแรกในทวีปยุโรป และต่อคิวด้วย“เจ้าฟู่หู” ใน 3 ปี ต่อมา และพลาดไม่ได้กับการชม “หมีขั้วโลก” พร้อมยลความแสนรู้ของเจ้า“ลิงอุรังอุตัง” แค่จับกล้องเล่น ก็เป็นภาพข่าวที่ขายดีไปทั่วโลก!!
1. Singapore Zoo
Singapore Zoo
Singapore Zoo
          ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดอยู่ไม่ไกลบ้านเราอีกแล้ว “Singapore Zoo” เพื่อนบ้านผู้น่ารัก คว้าอันดับหนึ่ง“สวนสัตว์ที่ดีที่สุดในโลก” ด้วยแนวคิดและภูมิทัศน์ที่เปิดกว้าง เก็บทุกรายละเอียดการดำรงชีวิตจริงๆ ของสัตว์ มารังสรรค์อาณาจักรแห่งผืนป่าให้เราตื่นตา ประหนึ่งว่าได้หลุดเข้าไปในดินแดนพิศวง สัตว์นานาชนิดอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าเปิด บรรยากาศประกอบด้วย ภูเขา แมกไม้ ต้นน้ำ ลำธาร โดยมีเครื่องกั้นที่ซ่อนไว้อย่างแยบยล เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แต่ได้สัมผัสวิถีชีวิตของสัตว์อย่างใกล้ชิดเหมือนกับย่องมาทำสารคดีในป่า ใหญ่ ความสนุกสนานของการผจญภัยคือจุดดึงดูดใจสำคัญของที่นี่ รวมถึง“อาหารเช้า” ที่เขาจัดให้แบบ“อาหารป่า” กินไปชมไป หรืออยากยื่นกล้วย อ้อย เข้าปากช้าง ก็ควรมองซ้ายมองขวา ระวังเจ้าบ้านจอมตะกละ อย่าง“ลิงอุรังอุตัง”จะโผล่มาเซอร์ไพร์ส!!
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
8 ธันวาคม 2012 

วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แมงมุม ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

     แมงมุม สิ่งมีชีวิตที่มี 8 ขา เดินไต่ไปตามกำแพงได้ หัวกับตัวเป็นส่วนเดียวกัน มีตาหลายตา เวลาหาอาหาร จะพ่นใยสีขาวอันเหนียวหนึบออกมา ถักทอเป็นตาข่ายไว้ดักแมลงชนิดอื่น เมื่อติดกับแล้ว แมงมุมจะเข้าไปกัดเหยื่อและฉีดของเหลวที่ทำให้เป็นอัมพาต จากนั้นจึงพันเหยื่อด้วยใยอีกที เมื่อตอนจะกินจะปล่อยสารย่อยสลายเนื้อของเหยื่อจนกลายเป็นของเหลว แล้วดูดเข้าไป เป็นแขกบ้านแขกเรือนอีกชนิดที่คนเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี หากสิ่งของใดมีใยแมงมุมพันอยู่ หมายความว่า สิ่งนั้นไม่ได้ถูกใช้มานานมากแล้ว  

ภาษาสเปน                           Araña (อารั้นหยะ)
ภาษาโปรตุเกส                    Aranha (อารั้นหยะ)
ภาษาอิตาลี                          Ragno (รั้นโหยะ)
ภาษาฝรั่งเศส                      Araignée (อาเรนเยะ)
ภาษาเยอรมัน                      Spinne (สปินเหนอะ)
ภาษารัสเซีย                        Паук (ปาอุก)
ภาษากรีก                            Αράχνη (อารัคหนิ)

 ข้อมูลโดย 2snake2fish.com
 
ข้อมูลเฉพาะตัว
ชื่อวิทยาศาสตร์ :   ฺBrachypelma Smithi
วงศ์ :   Theraphosidae
ถิ่นกำเนิด :   กระจายอยู่ตามทวีปอเมริกา ตั้งแต่ป่าทึบ จนถึงทะเลทรายทางของอเมริกา
การขยายพันธุ์ :   วางไข่
อาหาร :   แมลง จิ้งหรีด ตั๊กแตน หนู นก สัตว์ขนาดเล็ก

 
แมงมุมทารันทูล่า (Tarantula)  ลักษณะโดยทั่วไป ตัวใหญ่ มีขนเส้นเล็กๆ ขึ้นตามตัวและขา ทั่วไปหมด มีทั้งขนสั้นและขนยาว ส่วนสีก็มีหลากหลาย ซึ่งก็จะแตกต่างกันไป แล้วแต่สายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น Mexican Red-Knee (Brachypelma Smithi) "เจ้าเข่าแดง" (ในรูป) หรือ Chilean Rose หรือ Pink Toed หรือ Indian Black and White ล้วนแล้วแต่เป็นที่นิยม ขนาดตัวโตเต็มวัย เมื่อวัดความยาวจากปลายหัวถึงก้น จะยาวประมาณ 6-7 cm ซึ่งสนนราคาก็อยู่ที่ราวๆ 1,500 บาทขึ้นไป แล้วแต่ฤดูกาล วิธีเลี้ยงควรใส่น้ำในภาชนะสะอาดตื้นๆ เช่น ถาด หรือ ใส่สำลีสะอาดๆ ชุ่มน้ำลงในภาชนะนั้นซักก้อนนึ่ง เพื่อให้แมงมุมได้ดูดกิน และสร้างความชื้น ซึ่งความชื้นจะมีผลต่อการ ลอกคราบของแมงมุมด้วย อาหารทารันทูล่า คือแมลง หนู มันเป็นแมงมุมที่มีเขี้ยวพิษ แต่พิษไม่ร้ายแรงนัก สามารถจับเล่นได้ แต่ควรระวัง ไม่ให้มันตกใจ

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
7 ธันวาคม 2012