วันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Brazilian Jiu Jitsu ศิลปะต่อสู้เพื่อผู้หญิงตัวเล็ก

้อมูลโดย ติชน



เพราะ "ภัย" มีอยู่รอบตัว การสรรหาวิธีการป้องกันตัวจึงเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นคาราเต้ เทควันโด ศิลปะป้องกันตัวต่างๆ ล่าสุด "บราซิลเลียนยูยิสสึ"เป็นกีฬาศิลปะป้องกันตัวแนวใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมของหนุ่มสาวเป็นอย่างมาก
 
"บราซิล เลียนยูยิสสึ" มีต้นกำเนิดจากศิลปะการต่อสู้ของนักรบซามูไร จากประเทศญี่ปุ่น และต่อมาถูกนำไปฝึกในบราซิลจนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งพัฒนาให้เป็นศิลปะการต่อสู้ที่ไม่เน้นความรุนแรง แต่ให้เกิดวิธีการเอาตัวรอดด้วยการให้คู่ต่อสู้ล้มลงและกดล็อค
ที่สำคัญ "บราซิลเลียนยูยิสสึ" ยังเหมาะสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ ให้มีแรงต่อสู้ได้อย่างสบาย
 
นาย นิติ เตโชติอัศนีย์ ครูผู้ฝึกสอน บอกว่า บราซิลเลียนยูยิสสึมีเสน่ห์ตรงที่ไม่เน้นความรุนแรง แต่เน้นการล็อคทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถโต้ตอบได้ หากเป็นการแข่งขันหรือฝึกซ้อมจะเกิดการบาดเจ็บน้อยมาก และถ้าใช้ในสถานการณ์จริงจะเหมาะสำหรับคู่ต่อสู้ที่มาแบบตัวต่อตัวมากกว่า
หลัง จากทราบประวัติคร่าว ๆ แล้ว ครูนิติจึงพาไปชมการฝึกซ้อมบราซิลเลียนยูยิสสึ และยังกระซิบบอกอีกว่า บราซิลเลียนยูยิสสึนั้นคนตัวเล็กๆ สามารถฝึกล้มคนตัวใหญ่ได้เช่นกัน แต่ต้องได้รับการฝึกและมีกำลังแรงพอสมควร 
 
เพราะธรรมชาติแล้วผู้หญิงจะมีพละกำลังไม่มาก จึงต้องฝึกท่าง่าย ๆ โดยเริ่มจาก "การรวบขา" (Double leg take down) ให้ ย่อตัวลงมาและรวบขาสองข้างของคู่ต่อสู้ แล้วผลักให้ล้ม เพื่อลดทอนกำลังเพราะคนที่นอนอยู่บนพื้นจะไม่สามารถเคลื่อนไหวและใช้กำลัง ได้ 
 
จากนั้นหากล้มแล้วสามารถ "ขึ้นคร่อม" (Mount) ซึ่ง ทำให้คนที่อยู่ด้านบนได้เปรียบมาก ออกหมัดใส่หน้า ลำตัวทันทีที่ล้ม หรือกระทุ้งให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถสู้และเคลื่อนไหวได้ ซึ่งต้องฝึกท่าศิลปะการต่อสู้บนพื้นเพื่อเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอด
 
สำหรับท่า "การควบคุมด้านข้าง" (Side control) และ "การควบคุมด้านหลัง" (Back control) เป็น ท่าที่คล้ายกัน เพียงแค่ว่าตัวเองอยู่ด้านข้าง หรือข้างหลังของคู่ต่อสู้ จากนั้นให้ล็อคคอช่วงคอหอยเพื่อให้หายใจไม่ถนัด และจุก จากนั้นหักตัวให้ล้ม แล้วขึ้นคร่อม
 
แต่ถ้าให้ง่ายสำหรับผู้หญิง "การรัดคอ" (Choke) ท่า นี้ง่ายกว่า ด้วยการทำให้คู่ต่อสู้หมดสติได้ง่ายโดยใช้มือ หรือข้อแขน รัดบีบคอหอย ซึ่งเป็นจุดอ่อนของคน รัดคอให้หมดแรงจึงหนีให้เร็วที่สุด
 
ต่อด้วย "ท่าล็อคกางเขน" (Arm bar) เป็น การโจมตีส่วนที่เป็นข้อต่อของท่อนแขน ด้วยการฟันมือลงไปตรงข้อ หรือหักแขนไปด้านหลังคู่ต่อสู้ กดไม่ให้มีแรง ซึ่งถ้าคู่ต่อสู้ไม่ยอมแพ้จะทำให้เกิดการบาดเจ็บถึงขั้นแขนหักได้
แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังมีข้อจำกัดของผู้เล่นที่ไม่ควรฝึก อย่างผ่าตัดมา หรือเป็นโรคหัวใจ เป็นโรคเกี่ยวกับข้อ กระดูก เพราะจะเกิดอันตรายได้
ผู้ ฝึกสอนบอกว่า ตอนนี้การเล่นบราซิลเลียนยูยิสสึเริ่มเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น แต่คนยังไม่รู้จักมากนัก เพราะบราซิลเลียนยูยิสสึเข้ามาในเมืองไทยประมาณ 8 ปีแล้ว ผู้เล่นต้องได้รับการฝึกเป็นอย่างดี
"ใน ตอนนี้ผู้หญิงหันมาเล่นเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นศิลปะป้องกันตัวที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ สามารถฝึกฝนนำมาป้องกันตัวได้ และได้รับการบาดเจ็บน้อยที่สุด เนื่องจากเน้นให้คู่ต่อสู้ไม่มีแรง และตัวเราเองสามารถหนีได้ ขึ้นอยู่กับเทคนิคซึ่งต้องได้รับการฝึกฝน แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะป้องกันตัวเราเองได้ คือ สติ ต้องมีตลอดเวลา เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมา ถ้าควบคุมสติได้ก็สามารถต่อรอง และวิ่งหนีได้"

เรียนรู้การป้องกันตัวแล้ว อย่าลืมมี "สติ" ปกป้องตัวเองด้วย
  
 จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
28 ตุลาคม 2012  

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Goya ความฝันเฟื่องกับการแสดงความคิดเห็นทางสังคม


 ข้อมูลโดย : รองศาสตราจารย์อัศนีย์  ชูอรุณ 

ฟรานซิสโก  โกยา (Francisco José de Goya y Lucientes)
ประเทศสเปน พ.ศ. 2289 2371


         นักประวัติศาสตร์หลายคนมีความคิดเห็น  เกี่ยวกับความชอบเรื่องความฝันเฟื่องของโกยา  เลยถือว่าเขาเป็นศิลปินลัทธิโรแมนติกนั้น  การที่เขาเขียนภาพจำลองบุคลิกภาพของมนุษย์ออกมาอย่างเปิดเผย  ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใคร่ใช้คำว่า  ศิลปินลัทธิเรียลิสต์กับเขาด้วย  การระบุด้วยคำหลังนี้ดูเหมือนว่าจะถูกต้องแน่นอนทีเดียว  สมกันกับที่ผลงานอันมีจินตนาการของเขา  ได้เน้นถึงการยอมรับความเป็นจริงแห่งการกระทำอันไร้เหตุผลในประสบการณ์มนุษย์


"ใต้ร่มเงาแดด"  พิพิธภัณฑ์ปราโด  กรุงมาดริด  ประเทศสเปน         แต่ถึงกระนั้นก็ตาม  ศิลปกรรมของโกยาก็แตกต่างไกลลิบกับผลงานของศิลปินลัทธิเรียลิสต์  แห่งฝรั่งเศสในตอนปลายพุทธศตวรรษที่ 24  ครูของโกยาหลายคนเป็นครูช่างจุลศิลป์  แต่ครูช่างเหล่านี้ไม่ค่อยจะมีอิทธิพลแก่ศิลปกรรมของโกยาเท่าไรนัก  อิทธิพลโดยมากมาจากจิตรกรรมของติเอโปโล  และเบลาซเกซมากกว่า



"3 พฤษภาคม พ.ศ. 2351" พ.ศ. 2357-58  สีน้ำมันบนผ้าใบ  ขนาดภาพราว 9 ฟุต X 11 ฟุต  พิพิธภัณฑ์ปราโด  กรุงมาดริด  ประเทศสเปน
   ในผลงานที่แสดงวุฒิภาวะเต็มที่ของโกยา  เป็นการใช้ลักษณะผิวผิดแผกแตกต่างกันจนดูพร่านัยน์ตา  แบบอย่างศิลปะของเขา  มีตั้งแต่การใช้แสงที่จ้ามากกับรูปทรงที่เรียบมาก  เรื่อยไปจนถึงการใช้แสงที่นุ่มนวลกับผลลักษณะมวลและส่วนละเอียดของภาพ  ที่ดูเหมือนว่ามองผ่านอากาศอันมีละอองหนาแน่น  ในภาพ วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2351  ซึ่งแสดงให้เห็นประชาชนชาวสเปนกำลังถูกทหารของนโปเลียนยิงอยู่นั้น  เป็นแบบอย่างศิลปะการใช้แสงจ้า  การรวมกลุ่มรูปร่างต่าง ๆ  เข้าเป็นเนื้อที่ของแสงสว่างและเงามืดแบบง่าย ๆ  ได้ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้กับกิริยาท่าทางเรื่องราว  และช่วยกระชับภาพองค์ประกอบโดยรวมได้ด้วย  จากภาพนี้โกยาได้กรุยทางให้กับศิลปกรรมของมาเนในกาลต่อมาด้วย



"พระราชวงศ์พระเจ้าชาลส์ที่ 4" พ.ศ. 2343  พิพิธภัณฑ์ปราโด  กรุงมาดริด  ประเทศสเปน
         การแสดงความคิดเห็นต่อสังคม  มีอยู่แจ่มแจ้งชัดเจนในภาพเหมือนบางภาพของโกยาด้วยเหมือนกัน  ภาพ พระราชวงศ์พระเจ้าชาลส์ที่ 4   ได้เปิดเผยอย่างจริงใจถึงความจริงในสภาพธรรมดา  หรือถึงความดุร้ายของบุคคลอันมีบุคลิกภาพแตกต่างกันไป  และได้แสดงการตัดกันในระหว่างลักษณะเหล่านี้  กับลักษณะเสื้อผ้าอาภรณ์อันหรูหราฟุ่มเฟือยมากทีเดียว  การแสดงออกอย่างเรียบง่ายและจริงใจของโกยานี้  ได้ทำให้ทางราชการทึ่งในผลงานของเขามาก  เขาจึงกลายเป็นจิตรกรประจำองค์กษัตริย์  และประจำตัวประธานราชบัณฑิตสถานแห่งสเปนด้วย



"ซาตาน สวาปามลูกน้อย" พ.ศ. 2462-66  รายละเอียดส่วนหนึ่งของภาพ  ขนาดราว 4 ฟุต 9 นิ้ว X 2 ฟุต 8 นิ้ว  พิพิธภัณฑ์มูเซโอ เดล ปราโด  กรุงมาดริด  ประเทศสเปน

         ผลงานของโกยาที่มีลักษณะน่าหวาดกลัวและลึกลับมาก  ที่เรียกกันว่า
จิตรกรรมสีดำ  นั้น มีทำไว้บนผนังบ้านของเขาในช่วงพุทธศักราช 2363-73  ความคิดเห็นทางสังคมอย่างรุนแรงที่สุด  และความฝันเฟื่องอย่างไม่หยุดยั้งของเขานั้น  ส่วนมากพบได้ในภาพพิมพ์ชุด การเปลี่ยนใจง่าย  ซึ่งเป็นผลงานภาพพิมพ์เทคนิคกัดกรดวิธีแอควะทินต์ชุดหนึ่งของเขา  มีจำนวน 82 ภาพ  แสดงเป็นรูปคนในลักษณะที่ไร้เหตุผล  มีความต่ำต้อย  มีความอ่อนโยน  และมีความรุนแรง



"ความ ฝันของเหตุผล" ราว พ.ศ. 2337-42  ภาพพิมพ์กัดกรด จากชุด "การเปลี่ยนใจง่าย"  ขนาดภาพราว 8 นิ้ว X 5 นิ้ว  พิพิธภัณฑ์มูเซโอ เดล ปราโด  กรุงมาดริด  ประเทศสเปน
         ภาพชุด ลักษณะต่าง ๆ กัน  เป็นภาพพิมพ์เทคนิคแอควะทินต์อีกชุดหนึ่งของเขา  มีจำนวน 22 ภาพ  ภาพพิมพ์ชุดนี้เผยให้เห็นจินตนาการอันแปลกพิลึกของโกยา  เป็นทัศนภาพอันพิลึพิลั่นที่เรียงไว้เป็นลำดับ  บ่อยครั้งทีเดียวที่ยังมีความหมายคลุมเครือ  แต่ผลลักษณะโดยส่วนรวมเป็นเรื่องของความหวาดกลัว  และความมีเสน่ห์อย่างหนึ่งจากการเฝ้าสังเกตดูมนุษย์เรา



"แขวนคอ" พ.ศ. 2353  ภาพพิมพ์กัดกรด  จากชุด "ความหายนะของสงคราม"  หอสมุดสาธารณะนิวยอร์ค  ประเทศสหรัฐอเมริกา
         มนุษยธรรมและความโหดร้ายชิงชังกันของมนุษย์  เป็นสาระสำคัญของภาพชุด ความหายนะของสงคราม  ภาพพิมพ์เทคนิคแอควะทินต์ จำนวน 83 ภาพนี้  เป็นการเสนอประมวลภาพความดุร้ายป่าเถื่อนที่เกิดขึ้นในประเทศสเปน  ในช่วงสมัยที่นโปเลียนปกครองอยู่ทั้งสิ้น




จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
27 ตุลาคม 2012 

วันศุกร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2555

วันศิลป์ พีระศรี บิดาแห่งวงการศิลปะ


 ข้อมูลจาก Kapook.com


ศิลป์ พีระศรี
ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
ศิลป์ พีระศรี


ศิลป์ พีระศรี

        ใน วันที่ 15 กันยายน ของทุกปี เป็นที่รู้กันที่ในหมู่คนรักศิลปะว่า เป็นวันรำลึกถึง... ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ผู้เปรียบเสมือนบิดาแห่งวงการศิลป์ และผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ผลงานมากมายจากฝีมือของ ศิลป์ พีระศรี ปรากฎเป็นชิ้นงานสำคัญของไทยมากมาย รวมถึงบทความ งานทางวิชาการที่ยังเคยเผยแพร่ให้คนรุ่นหลังเล็งเห็นคุณค่าของศิลปะ

        ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี เดิมชื่อ CORRADO FEROCI เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435 ตำบลซานยิโอวานนี เมืองฟลอเรนซ์  ประเทศอิตาลี บิดาชื่อ  นายอาร์ทูโด มารดาชื่อ นางซันตินา มีอาชีพทำธุรกิจการค้า  ท่านได้สมรสกับนาง  FANNI  VIVIANI มีบุตรด้วยกัน 2 คน บุตรหญิงชื่ออิซาเบลลา ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจ  บุตรชายชื่อ  โรมาโน  เป็นสถาปนิก
        ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นชาวฟลอเรนซ์ เมืองที่เต็ม ไปด้วยศิลปะ เมื่อเยาว์วัยท่านชื่นชมผลงานศิลปกรรมของไมเคิล แองเจโล ประติมากรเอกของโลกชาวฟลอเรนซ์ เมื่อโตขึ้นจึงได้เข้าศึกษาศิลปะที่ ราชวิทยาลัยศิลปะแห่งนครฟลอเรนซ์ จบการศึกษาตั้งแต่อายุยังน้อยเพียง 23 ปี เท่านั้น ได้รับประกาศนียบัตรช่างเขียนช่างปั้นและเข้าสอบชิงตำแหน่ง ศาสตราจารย์ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง         ผลงานในวัยหนุ่มที่ได้รับยกย่องและมีชื่อเสียงโด่งดังใน ฐานะของศิลปิน  คือ  ได้รับรางวัลชนะการประกวดออกแบบอนุสาวรีย์หลายครั้ง

 ชีวิตในวัยหนุ่ม
        ใน วัยหนุ่มของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นวัยที่มีพลัง ดังนั้นท่านจึงไม่พอใจในสภาพชีวิตที่เป็นอยู่ในสังคมที่ เจริญแต่เพียงด้านวัตถุในประเทศอิตาลีสมัยนั้น เมื่อท่านได้ทราบข่าวว่า รัฐบาลแห่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ต้องการช่างปั้นชาวอิตาเลี่ยน เพื่อเข้ามารับราชการงานอนุสาวรีย์ในประเทศ ไทย ท่านจึงยื่นความจำนงพร้อมผลงานเข้าแข่งขันกับศิลปินอีกจำนวนมาก ในที่ สุดรัฐบาลไทยได้เลือก Prof. C. Feroci เข้ามารับราชการในประเทศไทย

 เริ่มแรกในเมืองไทย
        ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ได้ออกเดินทางโดยทางเรือจากประเทศอิตาลีถึงกรุงสยาม ในราวต้นเดือนมกราคม พ. ศ. 2466 อายุได้ 31 ปี เข้ารับราชการในตำแหน่งช่างปั้นของกรมศิลปากร กระทรวง วัง เมื่อวันที่ 14 มกราคม ปีเดียวกัน โดยมีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้า ฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ศิลปินเอกแห่งกรุงสยามเป็นองค์อุปถัมภ์         ในระยะแรกเป็นช่วงเวลาที่ท่านต้องปรับตัวเองให้เข้ากับ สังคมแวดล้อมและการเมือง อีกทั้งยังต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ยอมรับของผู้มี อำนาจในสมัยนั้น ด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างผลงาน รัฐบาลไทยจึงได้ยอมรับ ท่านเรื่อยมา  เช่น  มอบหมายให้ปั้นพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 เท่าพระองค์จริง ปัจจุบันประดิษฐานใน ปราสาทพระเทพบิดร  และปั้นพระรูปสมเด็จฯ  เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ฯลฯ

 งานอนุสาวรีย์ในเมืองไทย

ศิลป์ พีระศรี
ผลงานศิลป์ พีระศรี  

        ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประสงค์ที่จะใช้บุคลากรที่เป็นคนไทยในการทำงานศิลปะ เมื่อท่านได้มี โอกาสจัดสร้างอนุสาวรีย์ ท่านได้ฝึกฝนกุลบุตรกุลธิดาของไทยให้ได้ศึกษาเรียน รู้วิชาการปั้น และการหล่อโลหะขนาดใหญ่ การจัดสร้างอนุสาวรีย์ในยุคสมัยของท่านดังกล่าว นับเป็นยุคแรกที่ได้มีการจัดสร้างอนุสาวรีย์บุคคลสำคัญขึ้นในประเทศไทย

 ผลงานที่สำคัญซึ่งปรากฏเห็นในปัจจุบันมีดังนี้

        • พระ บรมราชานุสาวรีย์ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีขนาด 3 เท่าคนจริง ประดิษฐาน ที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ท่านเป็นช่างปั้น และเดินทางไปควบคุมการ หล่อที่ประเทศอิตาลี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2472
        • อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2477         • รูปปั้นหล่อประกอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485         • พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่สวนลุมพินี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2484         • พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2493         • พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดสุพรรณบุรี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2497           • รูปปั้นประดับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน         • พระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล 25 พุทธศตวรรษ ที่จังหวัดนครปฐม พ.ศ .2498 ฯลฯ         นอกจากนั้นยังมีโครงการที่ทำยังไม่แล้วเสร็จอีกคือ พระ บรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน   อนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  จังหวัดลพบุรี เป็นต้น



 ผลงานด้านการศึกษา
        ด้วย เหตุที่ท่านได้ฝึกฝนเยาวชนไทยให้เข้าช่วยงานปั้นอนุสาวรีย์  จึงเป็นแรงบันดาลใจท่านจัดตั้งโรงเรียนของทางราชการขึ้นในปี พ.ศ. 2469 โดยสอนเฉพาะวิชาประติมากรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2481 ทางกระทรวงธรรมการได้เห็นความสำคัญในสิ่งที่ท่านทำ จึงได้จัดตั้งขึ้น เป็นโรงเรียนศิลปากร  จัดทำหลักสูตรศิลปกรรมชั้นสูง  4  ปี  ต่อมาโรงเรียนแห่งนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี  พ.ศ. 2486  ปัจจุบันมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นสถาบันการศึกษาอุดมศึกษาสังกัดทบวง มหาวิทยาลัย

 ผลงานด้านเอกสารทางวิชาการ
        ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี มีผลงานทางด้านเอกสารทางวิชาการ ตำรา และบทความมากมาย ซึ่งล้วนแต่ให้ความรู้ทางศิลปะ  พยายามชี้ให้เห็นคุณค่าของศิลปะ เช่น ทฤษฎีของสี ทฤษฎีแห่งองค์ประกอบศิลป์ คุณค่าของจิตรกรรมฝาผนัง ศิลปะ และราคะจริต อะไรคือศิลปะ ภาพจิตรกรรมไทย พรุ่งนี้ก็ช้าเสียแล้ว ฯลฯ ตลอดเวลาที่ ศาสตราจารย์ศิลป์  พีระศรี ได้เดินทางเข้ามารับราชการและใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทย ท่านได้ ทุ่มเทความรัก ความรับผิดชอบให้แก่งานราชการอย่างมหาศาล แม้ว่าท่านอยู่ในฐานะของชาวต่างชาติก็ตาม ต่อมาในปี พ.ศ. 2485 ท่านได้โอนสัญชาติเป็นไทยและเปลี่ยนชื่อเป็นไทย พ.ศ. 2502 สมรส กับ คุณมาลินี เคนนี และใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยตลอดอายุของท่าน         ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ถึงแก่กรรมด้วยโรคหัวใจและโรคเนื้องอกในลำไส้ที่โรงพยาบาล ศิริราช เมื่อคืนวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 รวมอายุได้ 69 ปี 7 เดือน 29 วัน ท่านได้อุทิศตนให้กับราชการไทยเป็นเวลาทั้งสิ้น 38  ปี 4 เดือน 

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
26 ตุลาคม 2012  

วันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Μαρίνα Καρέλλα - ศิลปินหญิงชาวกรีก

ข้อมูลโดย wikipidia
มารีนา กาเรลลา เป็นพระชายาในเจ้าชายไมเคิลแห่งกรีซและเดนมาร์ก เกิดในกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ มีนามเดิมว่า มารีนา กาเรลลา เป็นธิดาของนายทีโอดอร์ กาเรลลา และนางเอลลี คาลิกิโอเปาลอส ชาวกรีซ เธอเคยเป็นจิตรกรเกี่ยวกับงานประติมากรรม และงานวาดภาพก่อนหน้าที่เธอเสกสมร และปัจจุบันเธอก็ยังแสดงผลงานของเธออยู่ โดยจัดแสดงในสหรัฐอเมริกา

 
มารีนา ได้เสกสมรสกับเจ้าชายไมเคิลแห่งกรีซและเดนมาร์ก ณ พระราชวังหลวงในกรุงเอเธนส์ แต่การสมรสของทั้งคู่เป็นการสมรสแบบต่างฐานันดร


 เนื่องจากนายทีโอดอร์ กาเรลลา และนางเอลลี คาลิกิโอเปาลอส บิดาและมารดาของเธอเป็นสามัญชน ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นการตัดสิทธิในการสืบราชบัลลังก์ของเจ้าชายไมเคิล ซึ่งรวมไปถึงผู้สืบเชื้อสายด้วย ซึ่งการตัดสินใจออกจากการสืบราชบัลลังก์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากการ อนุมัติการสมรสจากสมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ

ด้วยเหตุนี้มารีนาจึงไม่มีอิสริยยศเป็น เจ้าหญิงแห่งกรีซและเดนมาร์ก แต่เธอจะได้รับชื่อเป็น มารีนา พระชายาในเจ้าชายไมเคิลแห่งกรีซและเดนมาร์ก

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
25 ตุลาคม 2012

วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Анатолия Коненко “ตู้ปลาเล็กที่สุดในโลก”

้อมูลโดย Paow007

เผยโฉม “ตู้ปลาเล็กที่สุดในโลก” ผลงานสร้างสรรค์ของนายอนาโตลี โคเนนโก ศิลปินและนักประดิษฐ์ของจิ๋วชื่อดังชาวรัสเซีย  วัย 57 ปี ที่เคยประดิษฐ์  “หนังสือเล็กที่สุดในโลก” ขนาดเพียง 0.9 มิลลิเมตร เมื่อปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540)
 
“ตู้ปลาเล็กที่สุดในโลก” ผลงานล่าสุดของนายอนาโตลี กอนเนนโก ทำจากกระจก มีความกว้างเพียง 30 มิลลิเมตร (1.2 นิ้ว ) ลึก 14 มิลลิเมตร (0.6 นิ้ว ) และสูง 24 มิลลิเมตร (0.9 นิ้ว) สามารถบรรจุน้ำได้เพียง 10 มิลลิลิตร หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะเท่านั้น

ภายในตู้ปลาดังกล่าวยังตกแต่งด้วยก้อนหินและไม้น้ำไซส์จิ๋วลักษณะเดียวกับตู้ปลาทั่วไป แถมยังมีลูกปลาดานิโอ หรือปลาม้าลายแหวกว่ายอยู่ภายในอีก 3 ตัว  นอกจากนี้ นายอนาโตลี กอนเนนโก ยังสร้างเครื่องปั๊มอากาศชนิดพิเศษสำหรับตู้ปลาไซส์จิ๋วของเขาอีกด้วย
นายอนาโตลี โคเนนโก ใช้ที่ตักปลาไซส์มินิที่ตนประดิษฐ์ขึ้น เพื่อตักลูกปลาตัวน้อยเข้ามาปล่อยในตู้ปลาขนาดจิ๋ว
ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา นายอนาโตลี กอนเนนโก ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะไซส์จิ๋วมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หนังสือเล็กที่สุดในโลก” และหนังสือจิ๋วอื่นๆ อีกกว่า 200 เล่ม นอกจากนี้ ยังมีผลงานชุด คาราวานอูฐใน “รูเข็ม” (ความสูง 0.25 มม.), ภาพวาดใบหน้าตนเองบนเมล็ดข้าว, ตั๊กแตนสีไวโอลิน (ใช้ตั๊กแตนจริง ส่วนไวโอลินมีความยาว 12 มม. พร้อมรายละเอียดสมจริง) , กับดักหนูเล็กที่สุดในโลก และอื่นๆ อีกมากมาย
คลิกที่รูปเพื่อดูภาพขยาย
ถึงจะมีขนาดเล็กจิ๋ว แต่มูลค่างานศิลปะของนายอนาโตลี โคเนนโก ไม่ได้น้อยนิดตามขนาดผลงานเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานสร้างชื่ออย่าง คาราวานอูฐใน “รูเข็ม”, หมัดสวมเกือกม้าถือกรรไกร และ ตั๊กแตนสีไวโอลิน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 5 หมื่นยูโรหรือกว่า 2 ล้านบาทเลยทีเดียว

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
24 ตุลาคม 2012

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Rain room ห้องฝนตก - 3 ศิลปินเยอรมัน

ข้อมูลจาก edtguide.com
 Rain room ห้องฝนตก
Rain room ห้องฝนตก ช่วงฤดูฝนหลายคนเจอฝนเปียกๆเข้าไปคงทำให้เบื่อๆกันไปเพราะมันทั้งเปียกและก็หนาวด้วย แต่ที่ศูนย์ศิลปะบาร์บิกัน กรุงลอนดอน อยู่กลางฝนกันได้โดยตัวไม่เปียกเลยในห้องที่ชื่อว่า เรนรูม เป็นฝีมือของ 3ศิลปินชาวเยอรมัน ฮันเนส ค็อก ฟลอเรียน ออร์ตคราส ไบรตัน สจ๊วต โดย พวกเขาได้ทำการติดตั้งโปรแกรมควบคุมน้ำที่มีเซนเซอร์จับจุดที่มีคนยืนอยู่ และห้องจะไม่ปล่อยน้ำในจุดที่มีคน ทำให้เราเดินเข้าไปในห้องได้โดยไม่เปียกตัวเลย มันเจ๋งมากๆอย่างกับเราควบคุมท้องฟ้าได้เลย
 Rain room ห้องฝนตก
 Rain room ห้องฝนตก
 Rain room ห้องฝนตก
Rain room ห้องฝนตก 
Rain room ห้องฝนตก
 Rain room ห้องฝนตก
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
23 ตุลาคม 2012  

วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2555

Gauguin ศิลปินหัวขบถขนานแท้!ศิลปินหัวขบถขนานแท้!

๙  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๔๔๖  พอล  โกแกง (Paul Gauguin)  เสียชีวิต
        
          โกแกง  เป็นศิลปินคนสำคัญของฝรั่งเศสในกลุ่ม โพสต์-อิมเพรสชั่นนิสม์ (Post-Impressionism)  เกิดเมื่อวันที่  ๗  มิถุนายน  ๒๓๙๑  ที่กรุงปารีส  ตอนอายุ ๓ ขวบครอบครัวต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ที่ประเทศเปรู  แต่พ่อของเขาเสียชีวิตระหว่างทาง  เขากับพี่สาวและแม่ได้อาศัยอยู่กับลุงที่เมืองลิมา (Lima)  ซึ่งเมืองนี้ได้สร้างภาพประทับใจให้เขาได้แสดงออกในผลงานศิลปะในเวลาต่อมา

         ตอนอายุ ๗ ขวบโกแกงและครอบครัวย้ายกลับไปฝรั่งเศสอีกครั้ง  เมื่อมีอายุได้ ๑๗ ปีเขาเข้าทำงานเป็นลูกเรือในเรือเดินสมุทร  และเข้ารับราชการทหารกับราชนาวีฝรั่งเศส  จากนั้นก็เล่นหุ้น  แต่งงานและมีลูก ๕ คน  นับว่าเป็นครอบครัวที่มีความสุขเขาใช้เวลาว่างในการเขียนรูป  และสะสมผลงานศิลปะ

         จนกระทั่งได้รู้จักกับ กามิล  ปิซาโร (Camille Pssarro)  ศิลปินอิมเพรสชั่นนิสม์ขาวฝรั่งเศส  ได้แนะนำเขาให้รู้จักกับศิลปินคนอื่นๆ  และบอกให้เขาเขียนรูปของตัวเองต่อไป  โกแกงจึงเช่าสตูดิโอและเขียนรูปอิมเพรสชั่นนิสม์อยู่ระหว่างปี  ๒๔๒๔ - ๒๔๒๕

         อีกสองปีต่อมาเขาพาครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เมืองโคเปนเฮเกน  ประเทศเดนมาร์ก  แล้ววันหนึ่งเขาก็ตัดสินใจละทิ้งการงานที่มั่นคง  ชีวิตที่สะดวกสะบายและครอบครัวเพื่อออกมาเขียนรูปอย่างจริงจัง  เขาออกไปเขียนรูปกับปิซาโร  เซซาน (Paul Czanne)  และแวนโก๊ะห์ (Vincent van Gogh)  ในปี  ๒๔๓๒  โกแกงได้แสดงงานศิลปะที่ปารีสและเริ่มมีชื่อเสียง  
         ในระยะนั้นศิลปะตะวันออกและแอฟริกา  เริ่มเข้ามาเผยแพร่ในตะวันตก  โดยเฉพาะงานพื้นบ้าน (folk art)  และภาพพิมพ์ญี่ปุ่น  โกแกงมีความสนใจงานศิลปะพื้นบ้านอยู่แล้วจึงตัดสินใจไปใช้ชีวิตเขียนรูปที่เกาะตาฮิติ (Tahiti)  ที่นี่เองเขาได้เกิดแรงบันดาลใจ  พัฒนาฝีมือสร้างสรรค์งานศิลปะออกมาให้โลกชื่นชมเป็นจำนวนมาก
 
         ภายหลังเขาได้ไปใช้ชีวิตที่เกาะมาร์เควซาส์ (Marquesas)  ในบั้นปลายชีวิตเขาตาบอด  ป่วยด้วยโรคซิฟิลิส  และเสียชีวิตที่นี่  ก่อนจะถูกนำศพไปฝังที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะตาฮิติ  ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขารักมากที่สุด

         ภาพวาดของโกแกงหลังจากที่เป็นชาวเกาะ  มักเต็มไปด้วยสีสันสดจัด  รูปทรงเรียบง่าย  บิดเบี้ยว  แบนเพราะไม่มีเงา  แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวและวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวเกาะ  ต่อมาเรียกสไตล์ศิลปะแบบนี้ว่า Synthetism  เขาเชื่อว่าศิลปินสามารถสร้างงานที่ดีได้หากได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ  โกแกงนับเป็นศิลปินหัวขบถขนานแท้ที่กล้าละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทำงาน ศิลปะที่ตนรัก  โกแกงเป็นศิลปินในกลุ่มโพสต์-อิมเพรสชั่นนิสม์  ร่วมกับเซซาน และ ฟาน ก็อกห์  ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อพัฒนาการศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art)

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
22 ตุลาคม 2012