วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

10 อันดับภาษาที่เรียนรู้ยากที่สุด

 ข้อมูลจาก www.toptenthailand.com

10 อันดับภาษาที่เรียนรู้ยากที่สุด

ทั่วโลกนั้นมีคนมากมาย หลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรม ภาษาก็เช่นกันทั่วโลกนั้นมีหลายร้อยภาษาที่คนพูดคุยสื่อสารกัน บางคนพูดได้หลายภาษา บางคนพูดแต่ภาษาบ้านเกิดตัวเอง แต่เชื่อว่าทุกคนนั้นก็ล้วนต้องศึกษาเล่าเรียนภาษาต่างๆเหมือนกัน แต่เพื่อนๆรู้ไหมว่าภาษาที่ทั่วโลกใช้กันนั้น ภาษาใดเรียนรู้ได้ยากที่สุด ^^ ไปดูกัน …

อันดับที่ 10 Swahili
ภาษา สวาฮีลี (หรือ คิสวาฮีลี) เป็นภาษากลุ่มแบนตูที่พูดอย่างกว้างขวางในแอฟริกาตะวันออก ไม่ ว่าจะเป็น แทนซาเนีย เคนยา ยูกันดา รวันดา บุรุนดี คองโก-กินชาซา โซมาเลีย คอโมโรส (รวมมายอต) โมซัมบิก และมาลาวี ภาษาสวาฮีลีเป็นภาษาแม่ของ ชาวสวาฮีลี ซึ่งอาศัยอยู่แถบชายฝั่งของแอฟริกาตะวันออกระหว่างประเทศโซมาเลียตอนใต้ ประเทศโมแซมบิกตอนเหนือ มีคนพูดเป็นภาษาแม่ประมาณ 5 ล้านคนและคนพูดเป็นภาษาที่สองประมาณ 30-50 ล้านคน ภาษาสวาฮีลีได้กลายเป็นภาษาที่ใช้โดยทั่วไปในแอฟริกาตะวันออกและพื้นที่รอบ ๆ ว่ากันว่า การเรียนภาษาสวาฮิลีเป็นสิ่งท้าทายที่สุด
 
อันดับที่ 9 English
ภาษา อังกฤษ เป็นภาษาตระกูลเจอร์เมนิกตะวันตก มีต้นตระกูลมาจากอังกฤษ เป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นภาษาแรกมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ภาษาอังกฤษถือเป็นภาษากลาง (lingua franca) เนื่อง จากอิทธิพลทางทหาร เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ การเมือง และวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาทุกคนจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพราะว่าภาษาอังกฤษนั้นได้เข้ามามีบทบาทอย่างยิ่งต่อผู้คนในหลากหลายอาชีพ ซึ่งบางอาชีพต้องการผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษมาช่วยประสานงาน ทำให้งานทุกอย่างนั้นง่ายราบรื่นและสำเร็จลงไปได้ด้วยดี สาเหตุที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ยากโดยรวมเนื่องจาก เป็นภาษาที่ใช้อักษรละตินเป็นอักษรหลักในการเขียน และการสะกดคำหลายคำจะไม่ตรงกับการอ่านออกเสียง ซึ่งทำให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ยากภาษาหนึ่งในการเรียน
 
อันดับที่ 8 Korean
ภาษา เกาหลี เป็นภาษาที่ส่วนใหญ่พูดใน ประเทศเกาหลีใต้ และ ประเทศเกาหลีเหนือ ซึ่งใช้เป็นภาษาราชการ และมีคนชนเผ่าเกาหลีที่อาศัยอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนพูดโดยทั่วไป(ใน จังหวัดเหยียนเปียน มณฑลจื๋อหลิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับเกาหลี) ทั่วโลกมีคนพูดภาษาเกาหลี 78 ล้านคน รวมถึงกลุ่มคนในอดีตสหภาพโซเวียต สหรัฐอเมริกา แคนาดา บราซิล ญี่ปุ่น และเมื่อเร็วๆ นี้ก็มีผู้พูดใน ฟิลิปปินส์ ด้วย การจัดตระกูลของภาษาเกาหลีไม่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป แต่คนส่วนมากมักจะถือเป็นภาษาเอกเทศ นักภาษาศาสตร์บางคนได้จัดกลุ่มให้อยู่ใน ภาษาตระกูลอัลไตอิกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากภาษาเกาหลีมีวจีวิภาคแบบภาษาคำติดต่อ ส่วนวากยสัมพันธ์หรือโครงสร้างประโยคนั้น เป็นแบบประธาน-กรรม-กริยา (SOV) แม้ว่าภาษาเกาหลีจะมีตัวอักษร กับสระเพียงไม่กี่ตัวที่ต้องจำ(อักษร 19 + สระ 21) หากแต่ว่าไวยกรณ์ของเกาหลียากมาก ต้องจำกฎสารพัด กว่าจะเข้าใจและสามารถเขียนและอ่านได้
 
อันดับที่ 7 German
ภาษาเยอรมัน หรือด๊อยช์ เป็นภาษากลุ่มเจอร์เมนิกด้านตะวันตก และเป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นภาษาแม่มากที่สุดในสหภาพยุโรป ส่วนใหญ่พูดในประเทศเยอรมนี ออสเตรีย ลิกเตนสไตน์ ส่วนมากของสวิตเซอร์แลนด์ลักเซมเบิร์ก แคว้นปกครองตนเองเตรนตีโน-อัลโตอาดีเจในอิตาลี แคว้น ทางตะวันออกของเบลเยียม บางส่วนของโรมาเนีย แคว้นอัลซาซและบางส่วนของแคว้นลอร์แรนใน ฝรั่งเศส นอกจากนี้ อาณานิคมเดิมของประเทศเหล่านี้ เช่น นามิเบีย มีประชากรที่พูดภาษาเยอรมันได้พอประมาณ และยังมีชนกลุ่มน้อยที่พูดภาษาเยอรมันในหลายประเทศทางยุโรปตะวันออก เช่น รัสเซีย ฮังการี และสโลวีเนีย รวมถึงอเมริกาเหนือ (โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา) รวมถึงบางประเทศในละตินอเมริกา เช่น อาร์เจนตินา และในบราซิล ภาษาเยอรมัน จะว่ายาก..มันก็ยาก เพราะมีการแบ่งเพศในคำนามสิ่งของที่มีอยู่ในโลกนี้ 3 เพศ เช่น เวลา หรือ นาฬิกา นั้นเป็นเพศหญิง เครื่องดื่มที่เป็นแอลกฮอลล์ทุกชนิด ยกเว้นเบียร์ ถือว่าเป็นเพศกลาง เป็นต้น(มันคิดได้ไงว่ะเนี้ย) นอกจากนี้ยังยากตรงไวยากรณ์ เพราะมีข้อยกเว้นมาก และยากที่จะพูดให้คล่องโดยถูกหลักไวยากรณ์ เพราะคำกริยาบางทีก็อยู่ข้างหลังประโยค นอกจากนี้คำกริยาและคุณศัพท์ยังต้องผันตามเพศของคำนามอีก
 
อันดับที่ 6 Russian
ภาษา รัสเซีย เป็นภาษากลุ่มสลาวิกที่ใช้เป็นภาษาพูดอย่างกว้างขวางที่สุด ภาษารัสเซียจัดอยู่ในกลุ่มอินโด-ยูโรเปียน ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์กับภาษาสันสกฤต ภาษากรีก และภาษาละติน รวมไปถึงภาษาในกลุ่มเจอร์เมนิก โรมานซ์ และเคลติก (หรือเซลติก) ยุคใหม่ ตัวอย่างของภาษาทั้งสามกลุ่มนี้ได้แก่ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาไอริชตามลำดับ ส่วนภาษาเขียนนั้นมีหลักฐานยืนยันปรากฏอยู่เริ่มจากคริสต์ศตวรรษที่ 10ในปัจจุบัน ภาษารัสเซียเป็นภาษาที่มีการใช้นอกประเทศรัสเซียด้วย มีเอกสารทางวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งตีพิมพ์เป็นภาษารัสเซีย รวมทั้งความรู้ในระดับมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง ภาษารัสเซียเป็นภาษาที่มีความสำคัญทางการเมืองในยุคที่สหภาพโซเวียตเรือง อำนาจและยังเป็นภาษาราชการภาษาหนึ่งของสหประชาชาติ และเป็นหนึ่งในภาษาที่ยากต่อการทำความเข้าใจ สับสน วุ่นวาย ไม่ว่าจะเป็นเขียนหรือการอ่านออกเสียง
 
อันดับที่ 5 Japanese
ภาษา ญี่ปุ่น เป็นภาษาทางการ ของประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบัน มีผู้ใช้ทั่วโลกราว 130 ล้านคน นอกเหนือจากประเทศญี่ปุ่นแล้ว รัฐอังกาอูร์ สาธารณรัฐปาเลา ได้กำหนดให้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาทางการภาษาหนึ่ง นอกจากนี้ภาษาญี่ปุ่นยังถูกใช้ในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ย้ายไปอยู่นอกประเทศ นักวิจัยญี่ปุ่น และนักธุรกิจต่าง ๆ คำภาษาญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลมาจากภาษาต่างประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะภาษาจีน ที่ได้นำมาเผยแพร่มาในประเทศญี่ปุ่นเมื่อกว่า 1,500 ปีที่แล้ว และตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา ก็ได้มีการยืมคำจากภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาจีนมาใช้อีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะภาษากลุ่มอินโด-ยูโรเปียน เช่นคำที่มาจากภาษาดัตช์ สาเหตุที่ภาษานี้มีความยากจนเรียกได้ว่าถึงขั้นพิสดารอันเนื่องมาจากคน ญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีพิธีรีตองมาก ดังนั้นคำภาษาญี่ปุ่นจึงอักษรถึง3แบบ แบ่งคำศัพท์สำหรับใช้กับเพื่อน คนในครอบครัว อาจารย์เป็นต้น บางตัวไม่สามารถอธิบายได้ต้องจำเอาเอง ถือว่าเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อน ยิ่งเป็นอักษรคันจิยิ่งไปใหญ่ ขนาดคนญี่ปุ่นด้วยกันเองก็แทบแย่เหมือนกัน
 
อันดับที่ 4 Polish
ภาษาโปแลนด์ คือภาษาทางการของประเทศโปแลนด์ มี ต้นกำเนิดมาจากพื้นที่ของโปแลนด์ ในปัจจุบันจากภาษาท้องถิ่นต่างๆ โดยเฉพาะที่พูดใน Greater Poland และ Lesser Poland ภาษาโปแลนด์เคยเป็นภาษากลาง ในพื้นที่ต่างๆ ของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก เนื่องจากอิทธิพลทางการเมือง วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ และการทหารของเครือจักรภพโปแลนด์-ลิทัวเนีย ในปัจจุบันภาษาโปแลนด์ไม่ได้ใช้กันกว้างขวางเช่นนี้ เนื่องจากอิทธิพลของภาษารัสเซีย อย่างไรก็ดี ยังมีคนพูดหรือเข้าใจภาษาโปแลนด์ในพื้นที่ชายแดนทางตะวันตกของยูเครน เบลารุส และลิทัวเนีย เป็นภาษาที่สองและคนอพยพจากประเทศโปแลนด์ที่อาศัยในพื้นที่ในประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส ไอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อิสราเอล บราซิล แคนาดา สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ส่วนความยากนักคงเป็นที่ตัวอักษรที่ยากต่อความเข้าใจและการนำไปใช้ที่ยุ่ง ยากพอสมควร
 
อันดับที่ 3 Chinese
ภาษาจีนเป็น อีกภาษาที่ยากที่สุดในโลก หากแต่กระนั้นมันมีความสำคัญต่อโลกเหมือนกันเพราะประชากรประมาณ 1/5 ของโลกพูดภาษาจีนแบบใดแบบหนึ่งเป็นภาษาแม่ ทำให้เป็นภาษาที่มีคนพูดเป็นภาษาแม่มากที่สุด (สำเนียงพูดที่ถือเป็นมาตรฐาน คือ สำเนียงปักกิ่ง ซึ่งอยู่ในกลุ่มภาษาแมนดาริน)และเป็นหนึ่งใน 6 ภาษาที่ใช้ในองค์การสหประชาชาติ (ร่วมกับ ภาษาอังกฤษ ภาษาอาหรับ ภาษาฝรั่งเศส ภาษารัสเซีย และภาษาสเปน) แน่นอนความยากของภาษาจีนนั้นก็คือออกเสียงยาก เขียนยากอีกทั้งมันมีหลายแบบ หลายสำเนียง เช่น จีนกลาง, จีนกวางตุ้ง แถมอักษรยังมีสองแบบคืออักษรจีนตัวเต็ม และ อักษรจีนตัวย่อ
 
อันดับที่ 2 Hungarian
ภาษา ฮังการี เป็น ภาษากลุ่มฟินโน-อูกริกที่พูดในประเทศฮังการีและ ในประเทศเพื่อน บ้านคือ โรมาเนีย สโลวาเกีย ยูเครน เซอร์เบีย มอนเตเนโกร โครเอเชีย ออสเตรีย และสโลวีเนีย (ทั้งหมดเป็นประเทศที่ฮังการีได้สูญเสียดินแดนให้หลังสงครามโลกครั้งที่ 1) มีคนพูดภาษาฮังการีประมาณ 14.5 ล้านคน มี 10 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในฮังการี และมีชนพื้นเมืองฮังการี ประมาณ 1,434,377 คนที่อาศัยอยู่ในโรมาเนีย โดยมีประชากรชนกลุ่มน้อยมากที่สุดในพื้นที่ทรานซิลเวเนียของโรมาเนีย
 
อันดับที่ 1 Basque
ภาษา บาสก์ เป็น ภาษาที่พูดโดยชาวบาสก์ซึ่งอาศัยอยู่แถบเทือกเขาพีเรนีสในตอนกลาง ของภาคเหนือของประเทศสเปน รวม ทั้งในบริเวณภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศสที่มีอาณาเขตติดต่อกัน หรือลึกลงไปกว่านั้นคือ ชาวบาสก์ได้ครอบครองแคว้นปกครองตนเองที่มีชื่อว่าแคว้นปกครองตนเองบาสก์ (Basque Country autonomous community) ซึ่งมีวัฒนธรรมและอิสระในการปกครองตนเองทางการเมือง นอกจากนี้ก็ยังมีชาวบาสก์ที่อยู่ในเขตนอร์เทิร์นบาสก์ในฝรั่งเศสและแคว้น ปกครองตนเองนาวาร์ในสเปนอีกด้วย ชื่อเรียกภาษาบาสก์อย่างเป็นทางการ (ในภาษาตนเอง) คือ เออุสการา (euskara) ส่วนในรูปภาษาถิ่นอื่น ๆ ได้แก่ เออุสเกรา (euskera) เอสกูอารา (eskuara) และ อุสการา (üskara) แม้ว่าในทางภูมิศาสตร์จะถูกล้อมรอบด้วยภาษาในตระกูลอินโด-ยูโรเปียน แต่ภาษาบาสก์กลับจัดเป็นภาษาโดดเดี่ยว (language isolate) ไม่ใช่ภาษาในตระกูลดังกล่าว

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
22 สิงหาคม 2012

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มนุษย์ที่ฉลาดที่สุด พูดได้หลายภาษา


ข้อมูลจาก unigang.com

Kim Ung-Yong
เข้ามหาวิทยาลัยเมื่ออายุ 4 ขวบ
จบปริญญาเอกตอนอายุ 15 และมี IQ สูงที่สุดในโลก

       Kim Ung-Yong เกิดในปี 1962 และอาจจะถือได้ว่าเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ โดย Guinness Book of World Records ได้บันทึกว่าเขามี IQ สูงที่สุดในโลกคือสูงกว่า 210 คิมอ่านภาษาญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน และอังกฤษ ได้ตั้งแต่ 4 ขวบ ตอนวันเกิดครบ 5 ขวบ เขาก็สามารถแก้โจทย์แคลคิวลัส (differential and integral calculus) ที่ซับซ้อนได้ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ไปออกรายการทีวีญี่ปุ่นแสดงสามารถทางภาษาจีน สเปน เวียดนาม ตากาลอก เยอรมัน อังกฤษ ญี่ปุ่น และเกาหลี
        คิม เป็นนักเรียนรับเชิญในชั้นเรียนวิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัย Hanyang ตั้งแต่อายุ 3 – 6 ขวบ พออายุ 7 ขวบ NASA ได้เชิญเขาไปอเมริกาและเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย Colorado ในปี 1974 จนได้ Ph.D ด้านฟิสิกส์ ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมีอายุครบ 15 เสียอีก ระหว่างที่เรียนมหาวิทยาลัยเขาก็เริ่มทำงานวิจัยที่ NASA ด้วย และทำต่อมาตลอดจนกระทั่งเขากลับเกาหลีในปี 1978 และได้ตัดสินใจเปลี่ยนสาขาจากฟิสิกส์ไปเป็นวิศวกรรมโยธาและได้ศึกษาจนได้รับ ปริญญาเอกอีกเช่นกัน

 จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก 
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
21 สิงหาคม 2012

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555

พูดได้หลายภาษา ฉลาดกว่า

ข้อมูลโดย บ้านหมอ

 สำนักข่าว BBC ตีพิมพ์เรื่อง Being bilingual 'boosts brain power (เป็นคนพูดได้ 2 ภาษาเพิ่มพลังสมอง) = (พูดได้หลายภาษาฉลาดกว่า)

  • [ bilingual ] > [ ไบ่ - ลิ้ง - กั่ว; ตัวสะกด 'L' ออกเสียงคล้ายสระ "อัว" ] > http://www.thefreedictionary.com/bilingual > adjective = ซึ่ง(สามารถ)พูดได้ 2 ภาษา
  • คำนี้มาจาก 'bi-' = 2 เช่น bicycle = วงกลม 2 วง = จักรยาน; และ '-lingual' = ลิ้น ภาษา
  • [ lingua ] > [ ลิ้ง - กั่ว ] > http://www.thefreedictionary.com/lingua > noun = ลิ้น; คำนี้มาจากภาษาละติน
การศึกษา ใหม่จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น (ตีพิมพ์ใน Porceeings of the National Academy of Sciences) ทำในกลุ่มตัวอย่างนักศึกษา 48 คน (23 คนพูดได้ 2 ภาษา, 25 คนพูดอังกฤษได้ภาษาเดียว), บันทึกคลื่นสมอง และให้ฟังเสียงต่างๆ กัน 
ผลปรากฏว่า ทั้งสองกลุ่มฟังเสียงตัวอย่างในห้องเงียบๆ ได้ดีพอๆ กัน แต่เมื่อมีเสียงรบกวน (background chatter)... กลุ่มที่พูดได้ 2 ภาษาจะประมวลผลเสียงได้ดีกว่า
.
ศ.นินา เคราส์ หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า คนที่พูดได้ 2 ภาษามีแนวโน้มจะ "ฉลาด" ในเรื่องเสียงมากกว่า โดยเฉพาะการโฟกัสเสียงที่สำคัญในท่ามกลางเสียงรบกวนได้ดีกว่า
.
อ.วิโอริกา มาเรียน ซึ่งอยู่ในทีมวิจัยกล่าวว่า จุดเด่นของคนที่พูดได้ 2 ภาษาได้แก่
.
(1). attention > ความใส่ใจ หรือสมาธิในการฟังเรื่องสำคัญ (เรื่องหลัก) ดีกว่า
.
(2). inhibition > ความสามารถในการทนทาน หรือตัดใจจากสิ่งรบกวน (ลดการรับรู้เรื่องรอง เรื่องไม่สำคัญ) ดีกว่า
.
(3). encoding > ความสามารถในการถอดรหัสเสียง หรือตีความเสียงหลักดีกว่า
ความสามารถ นี้จะชัดมากในการทำงานด้านเสียง เช่น การเล่นดนตรี ฟังเพลง ฯลฯ แถมยังช่วยให้การสื่อสารเวลาเกิดวิกฤติ เช่น น่าจะมีโอกาสอยู่รอดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ-อุบัติภัย-สงคราม ฯลฯ เหนือกว่าคนที่พูดได้ภาษาเดียว
.
คนที่พูดได้ 2 ภาษาขึ้นไปตั้งแต่เล็กมักจะเรียน และทำธุรกิจได้ดีกว่าคนที่พูดภาษาเดียว
.
การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า การพูดได้ 2 ภาษา หรือการเรียนภาษาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นน่าจะช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้
.
ทุกวันนี้ความสามารถในการแข่งขันกับนานาชาติมีแนวโน้มจะขึ้นกับความสามารถทางภาษาสำคัญได้แก่
.
(1). ความสามารถในการพูดภาษาหลักของโลก เช่น อังกฤษ จีน ฯลฯ 
.
สมมติว่า คนกัมพูชาพูดอังกฤษได้มากกว่าคนไทย จะทำให้กัมพูชาได้เปรียบไทยในเรื่องการท่องเที่ยว การค้า-ลงทุน
.
(2). ความสามารถในการพูดภาษาเพื่อนบ้าน หรือภาษาของชาติที่ทำการค้าขายร่วมกัน
.
สมมติว่า คนกัมพูชาที่พูดไทยได้มีมากกว่าคนไทยที่พูดกัมพูชาได้... คนกัมพูชาจะได้เปรียบไทยในเรื่อง "รู้เขารู้เรา" เช่น ถ้ามีสงครามจะหาข่าวได้ดีกว่า ฯลฯ
.
ความสามารถ ในเรื่องภาษาต่างประเทศมีความสำคัญมากเป็นพิเศษในโลกออนไลน์ หรืออินเตอร์เน็ต


จอมณรงธร (ตี๋) 
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
20 สิงหาคม 2012

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ทำไมจึงควรเรียนหลายภาษา?


 ข้อมูลจาก Dek-D.com


     -

 

ทำไมต้องเรียน
    
หลัก การและเหตุผล (ดูวิชาการมาก) ของการเรียนภาษาต่างประเทศไม่ว่าจะ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ไล่มาจนถึงเอเซีย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี แต่ไม่ต้องขนาดแอฟริกานะ เพราะยังไม่เป็นที่กว้างขวางมาก ก็เพราะว่า ภาษาเหล่านี้เป็นข้อได้เปรียบในหลายๆ ด้าน ทั้งในตอนสมัครศึกษาต่อก็ใช้ไปข้อได้เปรียบ หรือทำให้มีตัวเลือกในสาขาวิชาต่างๆ หรือในด้านสังคมก็ทำให้หนุ่มๆ นักสปีค ดูเด่นเป็นเสน่ห์ สามารถตอบโต้เจ้าของภาษาได้อย่างคล่องแคล่ว มีทั้งการเรียนภาษา ยังเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ที่มักเกี่ยวเนื่องกับภาษาอีกด้วย


 อนาคตสดใส
     หาก หนุ่มๆ ฝึกปรือภาษาต่างๆ อย่างต่อเนื่องเชี่ยวชาญ ไม่ละทิ้งระหว่างทาง จะเป็นตัวช่วยที่ดีนำทางเลือก และความสำเร็จมาให้อย่างมากมาย จะเป็นนักแปลภาษาแปลหนังสือ, มัคคุเทศก์ พาชาวต่างชาติท่องเที่ยวประเทศไทย หรือเก่งมากๆ ก็เป็นครูสอนภาษาเสียเองเลย หรือหนุ่มๆ โตไปถึงขนาดเรียนจบ ก็มีงานที่ต้องใช้ภาษาเป็นสำคัญ รอให้เลือกอยู่

 หนทางพิชิตภาษาต่างดาว
      ดู เหมือนว่าภาษาที่เราไม่เข้าใจ จะดูยุ่งยากจนบางทีเราแอบคิดว่า มันเป็นภาษาของดาวดวงไหนในระบบสุริยะจักรวาล หรือเปล่า? แต่จากประสบการณ์ในการไปนั่งท่อง หนีห่าว, ไจ้เจี้ยน, เฉิน เมอ ก็พอจะได้เคล็ดลับในการจะบรรลุภาษาต่างประเทศเหล่านี้เช่นกัน   
 
ในห้องเรียน ตั้งใจเรียน,ไม่กลัวที่จะหัดออกเสียง (ถ้ามัวแต่กลัวผิด อาจไม่รู้สิ่งที่ถูก), ทำแบบฝึกหัด ขยันทบทวนบทเรียน, อ่านบทต่อไปที่จะเรียนล่วงหน้า, เพื่อจะได้เรียนรู้ได้เร็วและสามารถถามข้อสงสัยผู้สอนได้
     - เสริมเขี้ยวเล็บ ด้วยการหัดฟังเพลงหรือดูรายการของภาษาที่เรียนอยู่, หัดแชทหรือพูดคุยกับเจ้าของภาษา, และฝึกอ่านเขียนตัวอักษรด้วยนะ
     เป็นเคล็ดเล็กน้อย ที่อยากแนะนำสำหรับนักเรียนภาษา แอบหยิบไปใช้ตอนเรียนภาษา ในช่วงปิดเทอมอย่างนี้ได้นะ เวลามีใครมาถามว่า "แคน ยู สปีค..." เราก็ตอบไปเลยว่า
"เยสสส!!!"



 จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
19 สิงหาคม 2012









วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2555

พูดได้หลายภาษา ช่วยลดอาการสมองเสื่อม

  ข้อมูลโดย ครูเศรษฐ

นักวิจัยในแคนาดาเผยแพร่ผลการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่า ความรู้ความสามารถในการพูดภาษาได้อย่างน้อยสองภาษาขึ้นไป ช่วยชลออาการโรคความจำหรือเชาว์ปัญญาเสื่อม ที่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกการเริ่มต้นของโรค Alzheimer’s หรือสมองเสื่อมได้


ทีม วิจัยที่มหาวิทยาลัย York ในนคร Toronto ประเทศแคนาดา วิเคราะห์ประวัติทางการแพทย์ของคนไข้ 228 รายที่คลีนิครักษาโรคความจำเสื่อมแห่งหนึ่ง เปรียบเทียบกับความสามารถทางด้านภาษาของแต่ละคน
คนไข้เหล่านี้ถูกแพทย์วินิจฉัยแล้วว่ามีอาการโรคความจำหรือเชาว์ปัญญาเสื่อม หรือเป็นโรค Alzheimer’s
ผล การวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ที่รู้เพียงภาษาเดียวต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการบำบัดรักษาอาการโรค Alzheimer’s หรือความจำเสื่อม เร็วกว่าผู้ที่รู้อย่างน้อยสองภาษาขึ้นไปถึงสี่ปี
แต่นักวิจัยย้ำว่า การรู้ภาษามากกว่าคนอื่นๆ มิได้ป้องกันหรือชลอการเป็นโรค หากแต่ช่วยบรรเทาอาการของโรค ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าเป็นเพราะการพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษาขึ้นไปนั้น เกี่ยวโยงกับความสามารถของสมองในการควบคุมส่วนของสมองที่ทำงานในด้านการรับ รู้และเรียนรู้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนจุดมุ่งเน้นความสนใจ ซึ่งผู้ที่พูดได้มากกว่าหนึ่งภาษาขึ้นไปต้องสามารถทำได้ เมื่อเปลี่ยนการพูดจากภาษาหนึ่งไปสู่อีกภาษาหนึ่ง
นักวิจัยยังไม่แน่ ใจว่า การเรียนรู้ภาษาที่สองนั้น มีกำหนดหรือไม่ว่าจะต้องเรียนตั้งแต่อายุยังน้อย หรือเรียนตอนอายุมากๆได้ และก็ยังไม่รู้ด้วยว่า จะต้องสามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่ว และพูดทุกวันหรือเปล่า
ทำให้มีข้อสรุปได้หนึ่งข้อในชั้นนี้ กล่าวคือ ผู้อยู่ในวัยทอง หรือที่คิดว่าอยู่ในวัยทองที่ตั้งหน้าตั้งตาทำปริศนาอักษรไขว้ หรือเลขไขว้ เพื่อกันอาการสมองเสื่อมนั้น ควรจะหันมาเรียนภาษาต่างประเทศกันดีกว่า เพราะไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ และไม่ต้องตั้งเป้าสูง เรียนพอแค่สั่งอาหารได้ ช็อปปิ้งได้ ก็พอแล้ว

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
18 สิงหาคม 2012

วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2555

สุดยอด! เด็กไต้หวัน 10 ขวบ พูดได้ถึง 10 ภาษา



ข้อมูลจาก กระปุกดอทคอม

โซเนีย หยาง
          เว็บไซต์ เดอะซันของอังกฤษ รายงานว่า เด็กหญิงสุดอัจฉริยะคนนี้ คือ โซเนีย หยาง เด็กหญิงวัย 10 ขวบ ชาวไต้หวันสัญชาติอังกฤษ ที่ทำเอาคนทั่วโลกต่างทึ่งไปตาม ๆ กัน เมื่อเธอสามารถสื่อสารภาษาต่าง ๆ ได้มากถึง 10 ภาษา
 
          โดย โซเนีย หยาง เป็นชาวไต้หวันที่ย้ายมาอยู่ในเมืองสต๊อคพอร์ตของอังกฤษ ตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนระดับประถมศึกษา ซึ่งในตอนนั้น โซเนีย หยาง ในวัยเพียง 5-6 ขวบ สามารถพูดได้ถึง 4 ภาษาเข้าไปแล้ว ทั้งภาษาไต้หวันซึ่งเป็นภาษาแม่ ภาษาญี่ปุ่น จีน และอังกฤษ ในระดับที่เรียกว่าใช้การได้ดีเหมือนเป็นภาษาแม่เลยทีเดียว และหลังจากที่เธอย้ายมาอาศัยในประเทศอังกฤษแล้ว โซเนีย หยาง ก็ได้ศึกษาภาษาอื่น ๆ ต่อเรื่อยมา และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ จนกระทั่งปัจจุบันนี้ โซเนีย หยาง ในวัย 10 ขวบ สามารถพูดได้เพิ่มขึ้นอีก 6 ภาษา ได้แก่ ภาษาเยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน โปรตุเกส และล่าสุดคือภาษาคาซัคและภาษาลูกันดา (ภาษาของอุกันดา)  แถมยังใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้ด้วยตัวเองด้วย
          โซเนีย หยาง เปิดเผยเกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาลูกันดาว่า "ภาษา ลูกันดานั้นค่อนข้างง่ายสำหรับหนู หนูคิดว่าหนูสามารถเรียนรู้ได้ง่ายกว่าคนอังกฤษค่ะ เพราะว่ามันมีหลายคำที่คล้ายคลึงกับภาษาไต้หวันมาก เรียกว่าเป็นภาษาต่างประเทศที่ง่ายที่สุดตั้งแต่หนูเรียนรู้มาเลย แต่ถ้าถามว่าภาษาไหนที่ชอบที่สุด หนูคงต้องบอกว่าเป็นภาษาอังกฤษค่ะ เพราะเป็นภาษาสากล ถ้าเราพูดได้ คนทุกคนทั่วโลกก็จะเข้าใจเราได้ค่ะ"

          ส่วนทางด้านนายฮีทเธอร์ เบอร์เน็ตต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรีนแบงก์ที่ โซเนีย หยาง ได้ศึกษาอยู่ ได้เปิดเผยว่า "โซเนียเป็นเด็กที่ฉลาดมาก แถมยังขยันสุด ๆ เมื่อเทียบกับเด็กคนอื่น ๆ และนั่นทำให้เธอกลายเป็นดาวเด่นของโรงเรียน และโด่งดังไปทั่วโลกอย่างนี้"

           ทั้ง นี้ โซเนีย หยาง ยังเข้าร่วมการแข่งขันทักษะทางภาษา และมาวินเป็นอันดับหนึ่งมานักต่อนักแล้ว แถมเธอยังฮุบตำแหน่งสุดยอดเยาวชนที่พูดได้หลายภาษาแห่งภูมิภาคตะวันตกเฉียง เหนือของอังกฤษมาครองอีกด้วย

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
17 สิงหาคม 2012

วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เด็กชาวอินเดีย 10 ขวบ พูดได้หลายภาษา



ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/ เเละขอบคุณLukhgai สมาชิก เวปพลังจิต 
 เด็ก อายุ10ขวบสามารถพูดได้หลายภาษา 
เขาพูดฝรั่งเศสคล่อง พ่นภาษาเยอรมันไฟแลบ คุยกับชาวสวาฮิลีได้เป็นคุ้งเป็นแคว ภาษาสเปนของเขาเข้าขั้นน่าประทับใจเช่นเดียวกับภาษาอิตาลี เขายังเข้าใจภาษาจีนกลาง และภาษาอื่นอีก 5 ภาษาทั้งๆ อายุแค่ 10 ขวบ อาร์ปัน ชาร์มา นักเรียนระดับประถม เรียนรู้ภาษาต่างชาติ 5 ภาษาด้วยตัวเองจากซีดีรอมมัลติมิเดียระบบอินเตอร์แอกทีฟ และพูดภาษาอื่นๆ อีก 6 ภาษาคล่องตั้งแต่ตอนหัดพูด เจ้าหน้าที่ด้านภาษาของโรงเรียนบลูโคทในเบอร์มิงแฮม อังกฤษ ที่มีนักเรียน 560 คน พูดถึงพรสวรรค์ของอาร์ปันว่าเข้าขั้น ‘มหัศจรรย์' เด็กชายผู้นี้ ซึ่งเป็นสมาชิกของเนชันแนล ชิลเดรนส์ ออเคสตรา ใช้ทักษะการฟังที่เป็นเลิศสำหรับดนตรีมาแก้ไขการออกเสียงคำต่างๆ ให้ถูกต้อง "การเรียนภาษาเป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดที่โรงเรียนพอๆ กับดนตรี ผมพูดและเข้าใจภาษาฮินดีตั้งแต่ยังเล็กมาก เพราะทั้งพ่อและแม่พูดภาษานี้ ส่วนภาษาฝรั่งเศส สเปน เยอรมัน และอิตาลี ผมเรียนที่โรงเรียน และผมเรียนภาษาที่ยากกว่านั้นจากซีดีที่เอาไปเปิดกับคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียน "การเรียนภาษาสวาฮิลีเป็นสิ่งท้าทายที่สุด ภาษาจีนกลางก็ยากพอๆ กัน แต่คุณครูช่วยผมได้มาก และผมต้องขอบคุณคุณครูทุกคนที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ภาษามากมายขนาดนี้ "ปีหน้าผมจะเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่มในโรงเรียนมัธยม แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเป็นภาษาอะไร "เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ผมอยากเป็นศัลยแพทย์ที่สามารถทำงานในโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วโลก และพูดภาษาท้องถิ่นของประเทศที่ผมไปอยู่" อาร์ปันเรียนภาษาอิตาลีตอนอายุ 7 ขวบ, เยอรมัน 8 ขวบ, สเปนในปีถัดมา และฝรั่งเศสเมื่อเทอมที่แล้ว ปีนี้เขาลงเรียนโปรแกรมที่ใช้คอมพิวเตอร์ที่ชื่อ จูเนียร์ แลงเกวจ ชาเลนจ์ เพื่อเรียนภาษาโปแลนด์ ไทย สวาฮิลี จีนกลาง และลูกันดาในขณะนี้ ครูสอนภาษา นิกกี้ แลมเบิร์ต-กรีน บอกว่าอาร์ปันมีทักษะการเรียนภาษาอย่างเหลือเชื่อ "เฉลี่ยแล้วเขาเรียนรู้ปีละภาษา เขาทำให้ฉันมีความสุขที่จะสอน" ริชาร์ด ลินน์ ผู้ช่วยครูใหญ่ เสริมว่า "อาร์ปันเป็นอัจฉริยะด้านภาษา เขาฟังการออกเสียงคำต่างๆ และพูดซ้ำอย่างถูกต้องทันที ผมคิดว่าพรสวรรค์ของเขามาพร้อมความสามารถในการเป็นนักดนตรี "ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาเป็นนักเรียนภาษาศาสตร์ที่มีพรสวรรค์ที่สุดเท่าที่เราเคยมี และเป็นตัวแทนสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนของเรามาหลายครั้ง "เราภูมิใจในตัวอาร์ปัน และหวังว่าเขาจะสรรค์สร้างทักษะต่อไปในระดับมัธยม" 
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
16 สิงหาคม 2012