วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หนัง Hollywood ทำเงินจากฝีมือชาวเม็กซิกัน

     คงมีคนเพียงบางส่วนที่พอจะรู้ว่าภาพยนตร์ดังและมีดารานักแสดงซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของ Hollywood เหล่านี้ กำกับโดยผู้กำกับจากประเทศเม็กซิโก (พูดภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ) แต่หลังจากผ่านตาเนื้อหานี้แล้ว คงทำให้รู้จักความสามารถของชาวเม็กซิกันในระดับโลกมากขึ้นอย่างแน่นอน
 
Alfonso Cuarón Orozco (อัลฟอนโซ กวารอน โอโรซโก) เป็นผู้กำกับ นักเขียนบท และผู้อำนวยการสร้างชาวเม็กซิกัน (Méxicano) เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงอะคาเดมีอะวอร์ด เกิดและโตในเม็กซิโกซิตี้ เข้าเรียนการสร้างภาพยนตร์กับปรัชญาที่ National Autonomous University of Mexico เมื่อจบการศึกษาแล้วก็เริ่มทำงานในแวดวงโทรทัศน์ของเม็กซิโก ก่อนจะขยับมาเป็นผู้กำกับในที่สุด ปี 1995 เขาก็กำกับ A Little Princess เป็นภาพยนตร์อเมริกันเรื่องแรก โดยดัดแปลงจากนิยายคลาสสิคของฟรานเซส ฮ็อดเจส เบอร์เน็ต หลังจากนั้นเขาก็ดัดแปลง Great Expectations ของชาร์ลส์ ดิ๊กเค่น เป็นภาพยนตร์ร่วมสมัย ก่อนที่เขาจะกลับบ้านไปถ่าย Y tu mama tambian (2001) ภาพยนตร์ภาษาสเปนในเม็กซิโก และฮิตไปทั่วโลก แล้วก็ยังกำกับ Harry Potter and the Prisoner of Azkaban ตอนที่สามของ Harry Potter ภาพยนตร์ขวัญใจผู้ชมทุกเพศทุกวัยด้วย (ข้อมูลจาก nangdee.com)


1.Harry Potter and the Prisoner of Azkaban ภาพยนตร์ลำดับที่ 3 โดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส จากวรรณกรรมเยาวชน แฮรี่ พอตเตอร์ ของ เจ.เค. โรว์ลิ่ง แฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคนี้ก็ได้รับการเสนอชื่อให้เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยมแต่ภายหลังก็พลาดรางวัลไป แต่อัลบั้มดนตรีประกอบภาพยนตร์ภาคนี้ กลายเป็นอัลบั้มเพลงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในบรรดาอัลบั้มทุกอัลบั้มของแฮร์รี่ พอตเตอร์ และที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคือได้รับรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอีกด้วย
2.Children of Men เล่าถึงอนาคตในปี 2027 มนุษยชาติกำลังประสบความลำบากเนื่องจากความเสื่อมทรามทั้งในด้านสังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง โลกตกอยู่ในภาวะสงครามและการก่อการร้าย ยกเว้นประเทศอังกฤษที่มีสถานะเป็นรัฐตำรวจ เป็นที่ผู้คนอพยพมาลี้ภัย แต่ได้รับการปฏิบัติอย่างเข้มงวด ถูกฆ่าทิ้งได้โดยไม่เห็นคุณค่า รัฐบาลนี้ถูกต่อต้านโดนกลุ่มกบฏที่เรียกตัวเองว่า ฟิช ที่พยายามปลุกระดมประชาชนให้ลุกขึ้นปฏิวัติ และเนื่องจากมีมลภาวะ ทำให้หญิงมีครรภ์ทุกคนพากันแท้งลูก และไม่มีทารกเกิดใหม่มาเป็นเวลา 18 ปี จนเกิดความกังวลว่ามนุษยชาติจะถึงที่สิ้นสุด 

3.And your mother too (Y Tu Mamá También) คำพูดที่พวกเด็กผู้ชายชอบใช้ด่ากัน เป็นภาพยนตร์ในแนวทาง Road Movie เกี่ยวกับเด็กวัยรุ่นชายสองคน ที่ออกเดินทางไปตามหาชายหาดในจินตนาการ ร่วมกับหญิงสาววัย 28 ปี ซึ่งผสมผสานอารมณ์ขัน ดราม่า ฉากเซ็กซี่อีโรติก ตลอดจนการสะท้อนปัญหาสังคม/การเมือง เอาไว้อย่างกลมกลืน 
 
4.A Little Princess เ็ด็กน้อย Sara Crewe รักและผูกพันกับบ้านของเธอในอินเดีย แต่เธอต้องปล่อยมันทิ้งไว้เมื่อพ่ออันเป็นที่ เข้าต่อสู้ในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเพื่อประเทศอังกฤษ เขาพาเธอไปฝากไว้ที่วิทยาลัยสตรีของ Miss Minchin ใน New York โรงเรียนเดียวกับที่แม่ของเธอเคยเรียนอยู่  และสำรองค่าใช้จ่ายเอาไว้ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกสาวของเขาจะได้รับความสะดวกสบายในขณะที่เขาจากไป แต่หลังจากที่พ่อของเธอตายในระหว่างสงคราม ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไป

5.Great Expectations เด็กชายกำพร้าพ่อและแม่ มีนิสัยอ่อนน้อมถ่อมตัว อาศัยกับครอบครัวของพี่สาวคนโต วันหนึ่งเขาเจอชายซึ่งกำลังหิวโหย เขาขโมยอาหารที่บ้านมาแบ่งให้ชายคนนี้ และมารู้ภายหลังว่าชายคนนี้คือนักโทษที่แหกคุกมา ด้วยความกลัว จึงได้เล่าให้พี่สาวและลุงของเขาฟัง จังหวะเดียวกับที่ตำรวจมาสอบถาม พวกเขาจึงบอกที่ซ่อนของชายคนนี้แก่ตำรวจ จากข่าวที่เด็กชายช่วยตำรวจจับโจร จึงเป็นที่รู้จักของคนในระแวกนั้น รวมทั้งหญิงชราผู้สูงศักดิ์ และร่ำรวย แต่ชอบอยู่กับความเจ็บแค้นกับอดีตตัวเอง จึงปิดกันไม่เข้าสู่สังคมและเธอมีเด็กหญิงเป็นบุตรบุญธรรม หญิงชราต้องการพบ เด็กชาย เพราะความที่เขาเป็นเด็กดี จึงสั่งให้คนพาเขามาพบที่ปราสาท...ที่นั่นเขาได้เจอกับเด็กหญิง และความลุ่มหลงในความรักก็บังเกิดขึ้น
 
Alejandro González Iñárritu (อเลฆ๊านโดระ โกนซ๊าเลส อินย๊าริตู) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ , ผู้อำนวยการสร้างชาวเม็กซิกันคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยม และรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์แห่งอเมริกา เขายังเป็นผู้อำนวยการสร้างคนแรกจากเม็กซิโกที่ได้รับรางวัลกรังปรีซ์ the Prix de la mise สำหรับฉากการแสดง หรือรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมที่เมืองคานส์ (2006) , จากหนัง 4 เรื่อง Amores Perros (2000) , 21 Grams (2003) , Babel (2006) และ Biutiful (2010) ซึ่งได้รับเสียงสรรเสริญทั่วโลก รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 12 สาขา
 
6.Babel เป็นภาพยนตร์ที่แบ่งเป็นเรื่องราวทั้งหมด 4 เรื่อง ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ทั้งหมดก็ถูกโยงมาเชื่อมกัน โดยที่ท้ายสุดทุกคนก็ต้องประสบกับความสูญเสียเหมือน ๆ กัน ซึ่ง Babel ดำเนินเรื่องได้อย่างกดดันต่อความรู้สึกของผู้ชมมาก และได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า รางวัลลูกโลกทองคำ ประจำปี 2006 ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากรางวัลเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ มีรายชื่อชิงรางวัลออสการ์ 7 รางวัล ในสาขา ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับยอดเยี่ยม, ดาราประกอบหญิงยอดเยี่ยมถึง 2 รางวัล, บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม, ตัดต่อยอดเยี่ยม, เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และได้มาหนึ่งรางวัลคือ เพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ทำรายได้ประมาณ 135 ล้านเหรียญ จากต้นทุน 25 ล้านเหรียญ

7.21 Grams เมื่อเราตาย เราจะสูญเสียน้ำหนักไป 21 กรัม หนังเรื่องนี้เล่าถึง 3 ชีวิตที่ต่างตกอยู่ในห้วงสถานการณ์ที่ทำให้ไม่อาจดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขต่อไป และทั้งสามคนนี้เองที่จะบอกกับเราว่า องค์ประกอบของน้ำหนักชีวิต นั้นคืออะไร หากลองพิจารณาดูแล้วตัวละครทุกตัวนั้นเจือชีวิตตัวเองอยู่ในอารมณ์ขอความรัก ความแค้น ความศรัทธา ทั้งสามสิ่งนี้ก็คือ น้ำหนักที่เราจะต้องแบกรับไว้ในชีวิต ไม่มีสูตรคำนวณแน่นอนว่าน้ำหนักเหล่านี้ จะหายไปเมื่อไร จะคงอยู่ไปอีกนานเท่าไร และส่วนใดที่จะหายไปก่อน รายได้ 60 ล้าน จากทุน 20 ล้านเหรียญ

8.Biutiful คือเรื่องราวความรักระหว่างพ่อคนหนึ่งกับลูกๆ ของเขา คือการเดินทางของชายที่มีความขัดแย้งในตัว ผู้พยายามจัดการเรื่องของความเป็นพ่อ, ความรัก, ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี, อาชญากรรม, การกระทำผิด และความตาย ให้ลงตัว การทำมาหาเลี้ยงชีพของเขาถูกจำกัดด้วยขอบเขต ทว่าไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้งการทุ่มเทให้แก่ลูกๆ ของเขาได้ เช่นเดียวกับที่ชีวิตมีการเวียนว่าย ณ จุดสิ้นสุดคือจุดเริ่มต้น เมื่อโชคชะตาโอบล้อมเขาไว้ และเส้นทางชีวิตเดินมาถึงจุดหักเห ผู้เป็นพ่อต้องนำพาลูกๆ ก้าวต่อไป ไม่ว่าเส้นทางนั้นจะมืดมิด, สว่างไสว, ขรุขระ หรืองดงามก็ตาม
 
9.Love's a Bitch (Amores perros) บอกเล่าถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของคน 3 คู่ โดยแต่ละคู่ก็จะมีสุนัขเป็นตัวเชื่อม เรื่องนี้จะแบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 3 ตอน โดยใช้ฉากที่ทุกคู่มาเจอกันเป็นฉากเปิดเรื่อง ก่อนจะย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเรื่องราว เป็น Anthology film (ภาพยนตร์ที่ร้อยเรียงเรื่องราวขึ้นมาจากเรื่องสั้นหลายๆ เรื่องที่มีความแตกต่างและมีความหลากหลาย) ทุนสร้าง 2.4 ล้าน รายได้ 20 ล้านเหรียญ

Innocent Voices (Voces Inocentes) สร้างจาก​เรื่องจริงของ Oscar Torres (โอสการ์ โต๊เรส) ​ผู้​เขียนบทภาพยนต์​ซึ่ง​ในวัย​เด็ก​ต้อง​เข้า​ไปพัวพันกับสงครามกลาง​เมือง ​เด็กชายอายุ 11 ปี ​ผู้ที่ต้องกลายมา​เป็น​เสาหลักของบ้าน ​แทนบิดาที่ทอดทิ้งครอบครัว​ไป​ในระหว่างสงครามกลาง​เมือง เป็นเรื่องราวความเจ็บปวดอันแสนสาหัสของเหล่าเด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตคนหนึ่งในสงครามกลางเมืองของประเทศเอล ซัลวาดอร์ ซึ่งในปี 1980 นั้น กองกำลังของรัฐบาล​ได้​เกณฑ์​เด็กอายุ 12 ปี บังคับ​ให้ออกจาก​โรง​เรียน​เข้ากองทัพ เป็นที่มาของเรื่องราวการเอาชีวิตรอดและจิตวิญญาณอันกร้าวแกร่งของเด็กคนหนึ่งซึ่งแม้แต่สงครามก็ไม่อาจย่ำยีให้ถดถอยลงได้


ปี 2002 Oscar Torres ​ได้​ทำงาน​โฆษณาทีวีชิ้นหนึ่งที่กำกับ​โดย Luis Mandoki (ลุยส์ มันโด๊กิ) ​ผู้กำกับสาย​เลือด​เม็กซิกันที่​ได้รับ​การยกย่องอย่างสูง เขา​จึง​ได้รวบรวม​ความกล้า​​เอาบทภาพยนตร์​ไป​เสนอ “​ใช้​เวลา​เสร็จสรรพ​เพียง 2 นาที” Mandoki ​ก็มีท่าทีสน​ใจ​ในบทภาพยนตร์นี้
Mandoki รำลึก​ให้ฟังว่า “ผมชอบ​เรื่องนี้ตรงที่มัน​เป็น​เรื่องจริง จากมุมมองของ​เด็กที่​เล่าออกมาด้วย​ความซื่อตรง บ่อยครั้งที่ภาพ​ในสงคราม​เหล่านี้ถูก​แสดงออกมา​ให้​เรา​เห็นจากมุมมองของบุคคลภายนอกผ่านทาง CNN ​เท่านั้น ​แต่​เรา​ไม่สามารถ​เข้า​ไป​เห็นสภาพภาย​ในจริง ๆ ​ได้ว่า​เป็นอย่าง​ไร สำหรับผม​แล้ว ​ถึง​แม้ว่า​เรื่องนี้​เป็น​เรื่องที่​เกิดขึ้น​ใน​เวลา​และสถานที่ ๆ ​เฉพาะ​เจาะจง คือ​เป็น​เรื่องที่​เกิดขึ้น​ในประ​เทศ ​เอล ซัลวาดอร์ ช่วงปี 1980 ​แต่ ​ในขณะ​เดียวกันมัน​ก็ยังคง​เกิดขึ้น​ในประ​เทศ​ไลบี​เรีย​และอิรัก”
ข้อมูลโดย ryt9.com
  

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
14 พฤศจิกายน 2012



วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หนังยอดนิยม ที่มีน้อยคนรู้ว่าชาวละตินเป็นคนกำกับ

ข้อมูลจาก nangdee.com 

 

Guillermo del Toro (โม่ เดล โต๊หระ) ชาวเม็กซิกัน (Méxicano - พูดภาษาสเปน) สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานะหนึ่งในผู้กำกับที่ได้รับความชื่นชม มากที่สุดและเป็นที่ต้องการตัวมากที่สุด ด้วยผลงานภาพยนตร์ภาษาสเปนของเขาเรื่อง Pan’s Labyrinth ทำให้มีคนลุกขึ้นยืนตบมือในการฉายรอบปฐมทัศน์ที่งานเทศกาลภาพยนตร์เมือง คานส์ในปี 2006 นานถึง 25 นาที และภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์มากถึง 6 รางวัล และคว้ามาได้ 3 รางวัลด้วยกัน และได้รับรางวัลจากเวทีอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน เขาได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่อุทิศตัวให้กับงานสร้างภาพยนตร์สยองขวัญแนว โกธิค หลังจากสร้างผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง Cronos และสร้างผลงานชิ้นต่อมาเป็นภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง Mimic ที่ทั้งกำกับและร่วมเขียนบทให้กับไดเมนชั่น ฟิล์มส์ จากนั้น เขาได้กลับไปทำภาพยนตร์ภาษาสเปนที่พูดถึงสงครามกลางเมืองของสเปน เรื่อง The Devil’s Backbone ในปี 2004 หลังจากเสร็จสิ้นจากงานสร้างภาพยนตร์แวมไพร์ของค่ายนิวไลน์ เรื่อง Blade II ที่นำแสดงโดยเวสลี่ย์ สไนป์ส และคริส คริสทอฟเฟอร์สัน เดล โทโร่ได้เริ่มต้นงานสร้างภาพยนตร์เรื่อง Hellboy ให้กับเรฟโวลูชั่น สตูดิโอส์

1.Cronos ในปีค.ศ. 1535 นักเล่นแร่แปรธาตุแห่ง Veracruz (รัฐหนึ่งในประเทศเม็กซิโก) พัฒนากลไกที่ทำให้มีชีวิตนิรันดร์ ต่อมาในปี 1937 อาคารเก่าได้ทรุดตัวลง นักเล่นแร่แปรธาตุนนั้นตาย โดยหัวใจเขาถูกแทงด้วยเศษซากปรักหักพัง ไม่เคยมีการเปิดเผยสิ่งที่ถูกค้นพบในอาคาร อ่างเต็มไปด้วยเลือดจากศพ วันหนึ่ง คนขายของโบราณเจอโพรงที่ฐานของรูปปั้นเทวทูต เขาพบอุปกรณ์บางอย่างที่มีรูปทรงเหมือนแมลงปีกแข็งสีทองดูหรูหรา และลองเปิดมันดู เข็มของมันจับเขาแน่นและแทงลงไปในผิวหนังของเขา และนั่นทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปเป็นอีกสิ่งหนึ่ง 

2.Mimic นักกีฏวิทยา (ศึกษาเกี่ยวกับแมลง) ได้คิดค้นแมลงสาบพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า "จูดาส" ขึ้นมาเพื่อกวาดล้างไล่ฆ่าแมลงสาบตัวอื่นๆ ให้หมดไปจากเมือง (เพราะในขณะนั้นแมลงสาบพันธุ์ธรรมดากำลังเป็นพาหะนำโรคที่เป็นแล้วตายสถานเดียว) และตามทฤษฎี จูดาสจะตายไปเองภายในไม่กี่เดือน ...แต่แล้ว 3 ปีผ่านไป นอกจากแมลงเหล่านั้นจะไม่ตายแล้ว มันยังกลายพันธุ์เป็นแมงยักษ์ไล่ฆ่าคน ทำให้เธอต้องกลับมาอีกครั้งเพื่อค้นหาความจริงว่าทำไมมันยังไม่ตาย 

3.Blade II สร้างจากหนังสือการ์ตูนของมาร์เวล มาเป็นภาพยนต์ภาคต่อแนวทริลเลอร์ระดับบล็อกมาสเตอร์ เบลดลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งแวมไพร์ ถูกเผาให้ร้อนด้วยความแค้นจากคำสาปที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและช่วยชีวิตเผ่าพันธุ์มนุษย์จากการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเลือด ภาคต่อนี้ เบลดถูกสถานการณ์บังคับให้ร่วมทีมกับเหล่าแวมไพร์ที่เค้าเกลียด เพื่อเอาชนะอสูรกายพันธุ์ใหม่ที่ขู่ว่าจะกำจัดทั้งมนุษย์และแวมไพร์ อีกครั้งที่เขาจะพาเราไปยังโลกใต้ดิน ที่ซึ่งเหล่าแวมไพร์ปกครองอยู่ ใช้ทุนในการสร้าง 55 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 155 ล้านเหรียญ

4.Hellboy (ทั้ง 2 ภาค) ปีศาจากนรกได้ถือกำเนิดมาภายใต้ความวุ่นวายของสงครามโลกครั้งที่ 2 เหตุการณ์ทุกอย่างทำท่าว่าจะลงตัวไปในทางที่ดี หากฝ่ายนาซีไม่พยายามใช้มนต์ดำเพื่อช่วยเหลือพรรคพวกของตน ฝ่ายพันธมิตรพยายามขับไล่ความอยุติธรรม โดยได้รับการช่วยเหลืออย่างลับๆ จากเจ้ายักษ์เขาหัก Hellboy ที่เติบโตขึ้นมา และรับใช้ฝ่ายดีมากกว่าจะฝักใฝ่อำนาจชั่วร้าย อย่างชื่อของเขา

ดัดแปลงมาจากการ์ตูนยอดนิยมของไมค์ มิกโนล่า เขาถือกำเนิดมาจากเปลวเพลิงในนรก และขึ้นมาสู่พื้นโลกโดยพิธีกรรมนอกรีต โดยการช่วยเหลือของเพื่อนและดร.บรูม ผู้มีเมตตากับเขามาตลอด เขาได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในสำนักงานวิจัยและป้องกันอำนาจเหนือธรรมชาติ  อำนาจของบรรดาฮีโร่เหล่านี้เป็นทั้งพรประทาน และคำสาป พวกเขาพบว่า อำนาจเหล่านั้นสามารถพิทักษ์มวลมนุษย์ได้ แต่ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวจากการถูกทอดทิ้งจากสังคมที่พวกเขากำลังปกป้อง ภาค 1 ทำเิงิน 99 ล้านเหรียญ โดยใช้ทุนในการสร้าง 66 ล้านเหรียญ ภาค 2 (The Golden Army) ทำเงิน 160 ล้าน จากต้นทุน 85 ล้าน

5.Pan's labyrinth (El laberinto del fauno) ในปี 1944 ประเทศสเปนในยุคฟาสซิสต์ โอฟิเลีย สาวน้อยที่ต้องเดินทางไปกับแม่ที่ท้องแก่ เพื่อไปอยู่กับพ่อเลี้ยงที่เป็นผู้กองผู้โหดเหี้ยมแห่งกองกำลังทหารของสเปน เธอได้พบกับนางฟ้าที่พาเธอไปยังเขาวงกต ที่นั่นเธอได้พบกับเทพารักษ์ตนหนึ่ง (Pan) มันบอกว่าเธอคือเจ้าหญิง แต่เธอต้องปฎิบัติภารกิจอันแสนน่ากลัวให้ลุล่วง ถ้าเธอทำไม่สำเร็จ เธอก็จะไม่ผ่านการพิสูจน์ความเป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองลี้ลับนั่นอย่างแท้จริง และจะไม่สามารถพบกับพ่อที่แท้จริงของเธอ (ซึ่งเป็นพระราชา) ได้ หนังทำเงิน 83 ล้านเหรียญ จากต้นทุนเพียง 19 ล้านเหรียญ

6.The Devil’s Backbone (El espinazo del diablo) ในช่วงยุค 1939 เกิดสงครามกลางเมืองในสเปน สามปีให้หลัง บ้านเมืองเริ่มสงบลง สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า หนึ่งในสถานที่ที่เคยถูกโจมตีด้วยระเบิดขนาดใหญ่มาแล้ว แต่มันด้าน ไม่ระเบิด และที่สำคัญ ระเบิดดังกล่าว ยังปักเป็นอนุสรณ์สถานอยู่ในที่แห่งนี้ จนเด็กชายคนหนึ่งจำต้องมาอยู่ในสถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้า เขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับที่นี่ จนวันหนึ่ง ผีเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ผู้ถูกฆ่าจากบุคคลภายในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ ต้องการชำระแค้นที่เกิดขึ้นในคืนแห่งสงคราม มาปรากฏกายให้เขาเห็น 

Alejandro Fernando Amenábar Cantos (อาเลฆ๊านโดร เฟรฺนั้นโดะ อาเมน๊าบาร์ กันโตส) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ , เขียนบทและนักแต่งเพลง เกิดในซันติอาโก ประเทศชิลี  แม่เป็นชาวสเปน (Española) ส่วนพ่อเป็นชิลี (Chileno) ครอบครัวเขาย้ายไปสเปนหลังจากที่เขาเกิดหนึ่งปี เขาเรียนการทำภาพยนตร์ที่ Complutense Universidad ในกรุงมาดริด แต่ในที่สุดก็ออกมา กำกับภาพยนตร์ของตนเอง

 

7.Open your eyes (Abre los ojos) ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมทั้งหล่อ รวย มีชื่อเสียง ชีวิตเขามีทุกอย่างที่ต้องการ แต่เขายังขาดสิ่งหนึ่งคือ " รักแท้ " วันหนึ่งเขาได้รู้จักผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่ทำงาน 3-4 อย่างต่อวัน มั่นใจในตัวเอง ร่าเริง สดใส ฉลาด ยิ่งได้คุยด้วยกันและเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของเธอ เขาบอกกับตัวเองได้เลยว่า นี่คือความรักที่เขาตามหาอยู่ และแน่นอนเธอเป็นผู้หญิงที่เขาเฝ้ารอมานาน แต่ยังมีหญิงสาวอีก 1 คน ที่ไม่เป็นที่ต้องการของเขา แต่เธอไม่ได้คิดเพียงแค่นั้นเพราะเธอได้มอบความรักให้แก่เขาไปหมดแล้ว จึงเป็นต้นเหตุให้เธอต้องกาฆ่าตัวตายไปพร้อมกับเขา แต่เขากลับรอดมาได้ และต้องเสียโฉมชนิดที่รับไม่ได้

8.The Sea Inside (Mar adentro) เป็นภาพยนตร์จากประเทศสเปน ที่ได้รับรางวัลทั้งจากงานตุ๊กตาทองและลูกโลกทองคำในปี 2004 สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม สร้างจากเรื่องจริงของชายชาวสเปนคนหนึ่งชื่อ Ramon Sampedro (รามอน ซัมเปโดร) หลังจากประสบอุบัติเหตุกระโดดน้ำลงไปศีรษะกระแทกพื้น แล้วต้องเป็นอัมพาตเกือบทั้งตัว สามารถใช้งานได้เฉพาะใบหน้าเท่านั้น ก็ต้องอยู่ในความดูแลของครอบครัวที่มี พ่อ พี่ชาย พี่สะใภ้และหลานชายในเขตชนบทของสเปน เขาต้องการจะจบชีวิตตนเองอย่างสมศักดิ์ศรี โดยไม่อยากเป็นภาระให้ใคร แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากกฏหมายไม่เปิดช่องทางให้ตลอด 30 ปีกว่าปี จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จด้วยความช่วยเหลือของคนนอกครอบครัวที่เข้ามาเกี่ยวข้องเนื่องจากเห็นข่าวของเขาในโทรทัศน์ หนังทำรายได้ 38 ล้านเหรียญจากต้นทุนเพียง 10 ล้านเหรียญ ข้อมูลโดย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศม


9.The Others (Los otros) เกาะชาเนล ที่ตั้งอยู่ระหว่างประเทศอังกฤษกับฝรั่งเศส ในปี 1945 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มีคฤหาสถ์เก่าแก่หลังใหญ่อยู่หลังหนึ่ง เจ้าของเป็นหญิงสาวอาศัยอยู่ที่นี่พร้อมกับลูกสาวและลูกชายตามลำพัง โดยที่สามีของเธอไปรบในสงครามนานกว่าปีแล้วและไม่มีข่าวคราวใด ๆ ส่งมา วันหนึ่ง หมอกลงจัด มีคนแปลกหน้า 3 คนมาขอสมัครทำงานบ้านที่นี่ เธอรับเอาไว้ และบอกกล่าวถึงจุดต่าง ๆ ในบ้าน โดยต้องปิดหน้าต่างและม่านให้มืดสนิทที่สุด เพราะลูกของเธอทั้ง 2 เป็นโรคแพ้แสงแดดอย่างรุนแรง แสงสว่างในบ้านจึงมาจากตะเกียงเท่านั้น และตัวเธอเองไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอกมานานแล้ว ต่อมาไม่นาน ได้เกิดเรื่องประหลาดขึ้นภายในบ้าน เช่น เปียโนบรรเลงโดยไม่มีคนเล่น, ประตูหรือผ้าม่านเปิดปิดได้เอง , มีเสียงคนแปลก ๆ บนชั้นบนของบ้าน หรือลูกของเธออ้างว่า เห็นคนอื่นปรากฏตัวในบ้านด้วย เธอพยายามที่จะไม่เชื่อและคาดคั้นเอากับคนรับใช้ทั้ง 3 แต่หนึ่งในนั้น กลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรและบอกว่า พวกตนเคยมาทำงานที่นี่ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว ก่อนที่เกรซและลูก ๆ จะรู้ความจริงที่น่าหวาดผวาจากคนรับใช้เหล่านี้

 
10.Agora อียิปต์ ศตวรรษที่ 4 ภายใต้การปกครองของอาณาจักรโรมัน… ความขัดแย้งทางศาสนาคุกรุ่นไปทั่วท้องถนนจนถึงห้องสมุดที่มีชื่อเสียงของ เมืองอเล็กซานเดรีย นักดาราศาสตร์หญิงผู้ชาญฉลาด ไฮพาเทีย และบรรดาสานุศิษย์ของเธอ ต้องต่อสู้เพื่อรักษาไว้ซึ่งภูมิปัญญาแห่งโลกโบราณ… ท่ามกลางเหล่าบุรุษผู้อยู่เคียงข้าง ไฮพาเทียเป็นที่หมายปองของสองชายผู้แก่งแย่งแข่งขันกันเพื่อเป็นเจ้าหัวใจของเธอ หนึ่งคือออเรสทิส ผู้สูงศักดิ์ อีกหนึ่งคือเดวุส ทาสหนุ่มผู้ต้องเลือกระหว่างความรักและอิสรภาพ


จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
13 พฤศจิกายน 2012
 
 

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หนังดังที่กำกับโดยชาวละตินอเมริกา



 

ภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงต่อไปนี้ กำกับโดยผู้กำกับชาวละตินอเมริกา (ตั้งแต่ประเทศเม็กซิโกลงมาถึงประเทศอาร์เจนติน่า) ซึ่งใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ

 


  1.Miguel Arteta (มิเกล อารฺเต้ตะ) ชาวเปอร์โตริกัน (Puertorriqueño) เป็นผู้อำนวยการของภาพยนตร์และโทรทัศน์ กำกับภาพยนตร์เรื่อง The Good Girl ในปี 2002 จากต้นทุนเพียง 5 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ แต่หนังทำรายได้ประมาณ 17 ล้านดอลล่าห์เลยทีเดียว เกี่ยวกับพนักงานหญิงขายเครื่องสำอางอายุ 30 ปี อาศัยอยู่ในย่านชานเมืองกับสามีช่างทาสีผู้น่าเบื่อหน่าย ช่างทาสีผู้ น่าเบื่อหน่าย เธอเกลียดชังชีวิตของตัวเอง จนเธอได้พบกับเด็กหนุ่มที่มีหัวอกเดียวกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองเริ่มเกินเลยไปจนถึงขั้นชู้สาว 
2.Luis Mandoki (ลุยส์ มันโด๊กิ) ชาวเม็กซิกัน (Méxicano) เกิดในเมืองหลวงเม็กซิโกซิตี้ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ทำงานอยู่ทั้งในประเทศเม็กซิโกและฮอลลีวู้ด ขณะที่ใกล้จบการศึกษา เขาได้กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเขา เป็นเพลงเงียบ ซึ่งได้รับรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์สมัครเล่นนานาชาติเมืองคานส์ฟิล์มเฟสติวัลในปี 1976 ภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่เขาเคยกำกับคือ Message in a Bottle เมื่อนักข่าวสาว เทเรซา ได้พบจดหมายที่ใส่ขวดแก้ว ลอยน้ำมาจากที่ไกลแสนไกลโดยบังเอิญ ข้อความในจดหมายนั้นได้เขียนพร่ำรำพันถึงหญิงคนหนึ่งที่ชื่อแคเทอรีน โดยทุกตัวตัวอักษรที่กลั่นออกมาเป็นคำพูดนั้นเต็มไปด้วยความหวานซึ้ง โดยลงท้ายจดหมายว่า “G” ด้วยความประทับใจในข้อความบนจดหมายรักนั้น เทเรซาจึงเริ่มต้นออกค้นหาผู้ที่เขียนสารรักนั้น และแล้วเธอก็ได้พบกับ การ์เรท ชายเจ้าของอู่ซ่อมเรือ ผู้ซึ่งเขียนสาส์นรักที่ลอยน้ำมา หนังทำรายได้ประมาณ 119 ล้านเหรียญจากต้นทุน 80 ล้านเหรียญ
3.Alejandro Agresti (อาเลฆ๊านโดร อาเกรสติ) เกิดในกรุงบัวโนส ไอเรส เป็นผู้กำกับภาพยนตร์และผู้อำนวยการสร้างชาวอาร์เจนติเนียน (Argentino) เขาเริ่มมีอิทธิพลมากขึ้นในสหรัฐอเมริกาและได้กำกับภาพยนตร์ The Lake House จากความรู้สึกว่าถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ดร. เคท ฟอร์สเตอร์ จึงอำลาเมืองชนบทในรัฐอิลลินอยส์หลังจบการเป็นแพทย์ฝึกหัด เพื่อไปรับตำแหน่งในโรงพยาบาลอันแสนวุ่นวายในชิคาโก้ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เต็มใจจะทิ้งไว้เบื้องหลังก็คือบ้านแสนสวยที่เธอเช่าอยู่ ที่พักอันกว้างขวางและถูกออกแบบอย่างมีศิลป์ พร้อมด้วยหน้าต่างบานใหญ่หลายบานที่มองเห็นทะเลสาบอันสงบนิ่ง ที่ๆ ทำให้เธอรู้สึกเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง ด้วยทุนสร้าง 40 ล้านเหรียญ หนังสามารถทำเงินได้ประมาณ 115 ล้านเหรียญ
http://www.que.es/archivos/201002/picaspxw78imgnot-habana-eva-020210-301xXx80.jpg 4.Fina Torres (ฟิหนะ โตรฺเรส) เกิดในเมืองการากัส เป็นผู้กำกับภาพยนตร์เวเนซุเอลัน (Venezulana) เธอกลายเป็นที่รู้จักด้วยการได้รับรางวัลจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ปี 1985 เธอเรียนการออกแบบถ่ายภาพและด้านสื่อสารมวลชนในประเทศเวเนซุเอลา และในปารีส ขณะนี้เธออาศัยอยู่ในประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา ยังคงทำงานเกี่ยวกับภาพยนตร์ละตินอเมริกา รวมทั้งให้การฝึกอบรมการเขียนสคริปต์ในประเทศเวเนซุเอลา เธอได้กำกับหนังเรื่อง Woman on Top เกี่ยวกับคู่รักหวานชื่น ทั้งคู่เปิดร้านอาหารด้วยกันที่เมืองท่าแห่งหนึ่งในบราซิล ขณะที่ฝ่ายชายเล่นดนตรีหน้าร้านจนมีสาวๆมาติดพัน ฝ่ายหญิงกลับต้องทำอาหารอยู่ในครัวทุกคืนทุกวัน ปัญหาเกิดจากเรื่องบนเตียง เธอจะมีอาการเมาถ้าเป็นฝ่ายที่อยู่ข้างล่าง ฝ่ายชายทนเรื่องนี้ไม่ได้ เขาจึงแอบไปมีหญิงอื่น และเมื่อเธอจับได้ จึงตัดสินใจจากเขาไปยังซานฟรานซิสโก จากนั้นชีวิตของเธอก็ดีขึ้น เธอได้งานเป็นครูสอนทำอาหาร และโด่งดังได้ทำรายการสาธิตการทำอาหารทางโทรทัศน์ ทางฝ่ายชาย ก็สำนึกผิดและพยายามตามฝ่ายหญิง กลับคืนมา ซึ่งเธอริ่มไม่ค่อยเข้าใจหัวใจตนเองว่า ที่แท้แล้วเธอรักเขาหรือไม่
5.Rodrigo García (โรดริโกะ การฺเซีย) ชาวโคลอมเบียน (Colombiano) เป็นผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์และภาพยนตร์ เกิดใน Bogotá เมืองหลวงประเทศโคลัมเบีย ลูกชายของนักเขียนชื่อดัง กำกับเรื่อง Albert Nobbs เรื่องจริงของหญิงสาวชาวไอร์แลนด์คนหนึ่ง ที่เกิดในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งศักดิ์ศรีของผู้หญิงโดนกดขี่และกีดกันในเรื่องของหน้าที่การงาน สังคมให้ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้าเสมอ ทำให้ "อัลเบิร์ต น็อบส์" ต้องปลอมแปลงตัวเองเป็นผู้ชาย เพื่อที่เธอจะสามารถเข้าไปทำงานร่วมกับคนอื่น ๆ ได้ แต่ทว่า เรื่องราวกับไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะเธอเองต้องทำงานและกินนอนอยู่กับเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้ชายด้วย 
 6.Eduardo Miguel Sánchez-Quiros (เอดูอ๊ารฺโดะ มิเกล ซ๊านเชส กิโรส) ชาวคิวบา (Cubano) ที่เกิดในประเทศอเมริกา ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการร่วมกำกับและเขียนบทภาพยนตร์ในปี 1999 แนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยากับ Daniel Myrick เรื่อง The Blair Witch Project หนังใช้ทุนสร้างเพียง 750,000 เหรียญ แต่ทำเงินได้ประมาณ 342 ล้านเหรียญ โดยบอกว่านักศึกษาวิชาภาพยนตร์ 3 คน จากวิทยาลัยมอนต์โกเมอรี ได้เข้าไปในป่าแบล็กฮิลล์ เมืองเบอร์กิตต์สวิลล์ รัฐแมรีแลนด์ เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์สารคดีเรื่องแม่มดแบลร์ อันเป็นตำนานความเชื่อของคนท้องถิ่น แต่ทั้ง 3 กลับหายตัวไปอย่างลึกลับ หนึ่งปีให้หลัง หลักฐานต่าง ๆ ก็ถูกค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นตลับฟิล์ม กล่องฟิล์ม บันทึกการเดินทาง และกระเป๋า เรื่องราวที่ถูกบันทึกลงบนแผ่นฟิล์มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางภายในป่าแบล็คฮิลล์ และเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้พวกเขาหายตัวไป เป็นภาพยนตร์ที่ใช้เทคนิคการถ่ายทำแบบ Handheld (ใช้มุมมองจากกล้องที่เดินถือเอาไว้) ทำให้รู้สึกสมจริง
7.Sebastián Cordero (เซบาสเตียน โกรฺเด๊โหระ) ชาวเอกวาดอร์ (Ecuatoriano) เกิดในเมืองกิ๊โตะ (Quito) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ , นักเขียนและบรรณาธิการ หนังของเขาได้รับการจัดแสดงในงานเทศกาลต่าง ๆ เช่น Sundance Film Festival และเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ Crónicas หมู่บ้านบาบาโฮโย่ที่มีอากาศร้อนชื้น ในประเทศเอกวาดอร์ถูกยึดครองโดยฆาตกรฆ่าต่อเนื่องที่ยังคงลอยนวล ตำรวจยังคงไร้ร่องรอย แต่เหตุการณ์ลึกลับนี้กลายเป็นเรื่องที่นักข่าวโทรทัศน์ในไมอามี่ต้องขบคิด เขามั่นใจว่าการตีข่าวเรื่องนี้จะต้องทำให้เขาดังแน่นอน จึงเดินทางไปยังหมู่บ้านห่างไกล เพื่อหาเรื่องราวสำหรับรายการโชว์ทางทีวี เขาจะไปได้ไกลแค่ไหน? เส้นแบ่งระหว่างนักสื่อสารมวลชนที่เปิดเผยความจริงกับคนที่สร้างเรื่องอยู่ตรงไหน? สื่อมวลชนมีอำนาจมากแค่ไหนกัน?
8.Raúl Ernesto Ruiz Pino (ราอูล เอรฺเนสโตะ รูอิส ปิ๊โหนะ) เป็นคุณครู ,นักเขียนบท และผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชาวชิลี (Chileno) ที่มีผลงานเป็นที่รู้จักกันดีที่สุดในฝรั่งเศส เขากำกับภาพยนตร์มาแล้วกว่า 100 เรื่อง Mysteries of Lisbon (Mistérios de Lisboa มิสเต้ริอูช ดือ ลิสบัว-ภาษาโปรตุเกส) มาจากนวนิยายของ Camilo Castelo Branco (กามิอู กาสเต้ลู บรั๊งกู) เกี่ยวกับชีวิตเด็กกำพร้าในโรงเรียนสอนศาสนาที่พยายามค้นหาพ่อแม่ที่แท้จริงของตัวเอง โดยมีบาทหลวง สอนพระธรรมให้พวกขุนนางชั้นสูง ที่ยกให้เขาเป็นเหมือนลูกชายตัวเอง
9.Claudia Llosa (เกล๊าเดีย โย๊สะ) ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเปรู (Peruana) นักเขียนและผู้อำนวยการสร้าง เกิดในเมืองลิมา ได้รับปริญญาในการศึกษาด้านสื่อสารมวลชน เธอเป็นหลานสาวของนักเขียน มาริโอ วาร์กัส และผู้กำกับภาพยนตร์ลุยส์ โย๊สะ ปลายปี 1990 เธอย้ายไปมาดริด ประเทศสเปน ในปี 1998 ถึงปี 2001 เธอเข้าเรียนที่สถาบันภาพยนตร์ Escuela TAI และย้ายไปบาร์เซโลนาเพื่อทำงานในอุตสาหกรรมโฆษณา The Milk of Sorrow (La Teta Asustada) หนังจากประเทศเปรูซึ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้ารางวัลสูงสุดในเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน และได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ เรื่องของเด็กสาวที่ป่วยด้วยโรค La Teta Asustada ซึ่งชาวเปรูเชื่อว่า เกิดจากน้ำนมมารดาที่ถูกข่มเหง หรือถูกข่มขืนจนมีอาการทางจิตในช่วงสงคราม เมื่อแม่เธอตาย เธอต้องผจญกับความกลัวจากความลับบางอย่างของแม่ เธอจึงต้องหาทางปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากมัน 
10.Rodrigo Plá (โรดริโกะ ปล้า) เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชาวอุรุกวัย (Uruguayo) ย้ายมาอยู่ที่ประเทศเม็กซิโกตั้งแต่ 11 ขวบ เริ่มกำกับหนังสั้นเรื่องแรกในปี 1988 หนังของเขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศ The Desert Within (Desierto Adentro) ถ่ายทำในเม็กซิโก เป็นเรื่องของสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1926 - 1929 เมื่อรัฐบาลเม็กซิกันห้ามนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และข่มเหงผู้ที่เชื่อ บาทหลวงถูกแยกออกจากการชุมนุมของพวกเขา และพิธีกรรมทางศาสนาเป็นสิ่งต้องห้าม
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันกต
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
12 พฤศจิกายน 2012
 









วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

หนังโรแมนติกชื่อดังโดยผู้กำกับชาวสเปน

     ต่อไปนี้คือภาพยนตร์แนวครอบครัว , รักโรแมนติก และชวนหัว ของผู้กำกับชาวสเปน ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าประกวดรางวัลออสการ์ และรางวัลอื่น รวมทั้งได้รางวัลชนะเลิศมาแล้ว หลายสาขาด้วยกัน ด้วยเนื้อหาแปลก แหวกแนว แต่สร้างสรรค์ พร้อมกับให้ข้อคิด และความอิ่มเอิบใจ เต็มไปด้วยความหวังเมื่อดูจบ

 

Pedro Almodóvar Caballero (เป๊โดร อัลโมโด๊บาร์ กาบาเย๊โหระ) เจ้าป้าแห่งวงการมายาประเทศสเปน (She เป็นเกย์) เกิดในกลางยุค 50 พออายุ 17 ปีเขาออกจากบ้านและย้ายไปยังกรุงมาดริดเมืองหลวง (Madrid) ไม่มีทั้งเงิน ไม่มีทั้งงาน เขาไม่สามารถลงทะเบียนเรียนที่โรงเรียนภาพยนตร์ เป็นช่วงที่การปกครองแบบเผด็จการทำให้ประเทศระส่ำระสาย เขาทำงานหลายอย่างแต่ไม่สามารถซื้อกล้อง 8 มม.เครื่องแรกของเขาได้ จนกระทั่งเขาได้งาน ที่บริษัทโทรศัพท์แห่งชาติของสเปน โดยเขาต้องทำงานถึง 12 ปี ได้อุทิศเพื่อกิจกรรมมากมาย ซึ่งเป็นการฝึกให้เป็นนักสร้างหนัง และช่วงเช้าหลายๆวันที่บริษัทโทรศัพท์ เขาได้รับความรู้ในช่วงเริ่มต้นของยุคผู้บริโภคที่ว่า ความเศร้าและโชคร้ายเป็นขุมทองสำหรับนักเล่าเรื่องในอนาคตอย่างแท้จริง เขาสร้างหนังหลายเรื่อง ร่วมงานกับนิตยสารใต้ดินหลายเล่ม เขียนเรื่อง ซึ่งบางเรื่องได้รับการตีพิมพ์ 
  
ข้อมูลจาก nangdee.com

1.All About My Mother (Todo sobre mi madre) เป็นผลงานชิ้นเอกของเขา ซึ่งสื่อได้ถึงความเจ็บปวดของคนที่ต้องอยู่ในโลกเสมือนจริงอันฉาบฉวย ต้องประคอง และหลีกหนีความปวดร้าวให้ผ่านไปในแต่ละวัน แต่สุดท้ายทุกคนก็พบว่าการเผชิญหน้ากับความจริงจะช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายได้ในที่สุด ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รางวัล Best Foreion Lanquage Film ทั้ง Academy Award และ.Golden Globe Award และรางวัลอื่นๆเอีกมากกว่า 50 รางวัลทั่วโลก
 
 ข้อมูลจาก doozee-dvd.com

2.Talk to her (Hable con ella) ผู้หญิง 2 คน ถูกชะตาชีวิตทำให้กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา  ในสถานบำบัด ชายใดที่จะสามารถรัก และดูแลคนรักของเขา ได้ทั้งเวลามีความสุข หรือมีความทุกข์อย่างอดทน พูดคุยเล่าเรื่องราวต่างๆที่เกิดบนโลกใบนี้ ให้คนที่เขารักได้ โดย ปราศจาก คำตอบ หนังได้รับรางวัลออสการ์ สาขาบทยอดเยี่ยม ปี 2002
ข้อมูลโดย IMDB

3.Volver ในภาษาสเปน แปลว่า การหวนกลับคืน ไปยังเรื่องราวของแม่ แสดงให้เห็นถึงมิตรภาพของเพื่อนบ้านที่ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน หญิงโสดหรือหญิงหม้ายที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวสำหรับช่วงชีวิตสุดท้ายของพวกเธอ กวาด 5 รางวัลใหญ่ ในงานเทศกาลภาพยนตร์ยุโรป 2006 ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จากงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 59 ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์  สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม และสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ปี 2006
  
4.Bad Education (La mala educación) เด็กสองคน เอนริกเก้ และอิกนาซิโอ้ ที่เรียนในโรงเรียนสอนศาสนาแห่งหนึ่งมาด้วยกัน โดยฝ่ายอิกนาซิโอ้นั้นเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดี มีความสามารถสูง ทำให้ถูกใจหลวงพ่อมาโนโลเป็นอย่างมาก จนในวันหนึ่งอิกนาซิโอ้ ถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยบาทหลวง ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของเขาก็ไม่มีวันกลับไปเป็นแบบเดิมได้ตลอดไป
 
5.The skin I live in (La piel que habito) ศัลยแพทย์ผู้สูญเสียภรรยาอันเป็นที่รักไปจากอุบัติเหตุรถคว่ำ เธอตายเพราะถูกไฟคลอกทั้งตัว เขาจึงเก็บปมอันขมขื่นนั้นมาทดลองการปลูกถ่ายผิวหนัง เพื่อสร้างผิวหนังที่ทนต่อความร้อน โดยหวังว่าองค์ความรู้ที่เขาได้สร้างขึ้น จะช่วยไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก เขาใช้หญิงปริศนาผู้หนึ่งเป็นหนูทดลอง โดยขังเธอไว้ในคฤหาสน์ไม่ยอมให้ออกไปไหน
Alejandro de la Iglesia Mendoza (อเลฆ๊านโดระ เด ลา อิเกล้เซีย เมนโด๊ซะ) เกิดในเมืองบิลเบา (Bilbao) แคว้นบาสเกะ (Basque) ประเทศสเปน เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ , ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ , นักเขียนบทภาพยนตร์ และออกแบบหนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ส่วนใหญ่ของเขา จะแสดงถึงอารมณ์ขันแบบตลกร้าย 
  
 6.The Oxford Murders (Crimes a Oxford) นักศึกษาปริญญาโทชาวอาร์เจนติน่า ได้รับทุนมาเรียนคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด เขาเช่าแฟลตชั้นใต้ดินของบ้านหญิงชราคนหนึ่งอยู่ แต่พอจะไปจ่ายค่าเช่าห้องก็พบว่าหญิงชรากลายเป็นศพอยู่บนเก้าอี้ และคนที่บังเอิญมาพบคือ อัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ในรอบศตวรรษ ซึ่งเป็นเพื่อนกับครอบครัวนี้ด้วย เพราะได้รับโน้ตที่เขียนว่า "First of the series" (series ในที่นี้เป็นศัพท์ทางคณิตศาสตร์ "อนุกรม") และรูปวงกลมหนึ่งรูป เขาเห็นว่านี่เป็นการท้าทายเขาโดยตรง และร่วมมือกับนิสิตปริญญาโทสืบคดีนี้ โดยมีสารวัตรเจ้าของคดีหนุนหลังอยู่ด้วย
7.La chispa de la vida นักเขียนหนังสือพิมพ์ตกงาน ไม่มีใครจำได้เลยว่า เขาเคยเป็นคนทำโฆษณา Coca-Cola มาก่อน เขาพยายามรือฟื้นความสุขในอดีต กับภรรยาของเขาในการฮันนีมูน แต่เมื่อเขาเดินผ่านซากปรักหักพัง ก็เกิดอุบัติเหตุ แท่งเหล็กอันหนึ่งตอกบนศีรษะของเขา ถ้ามีการเคลื่อนย้ายเขาจะตายทันที นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของตลกร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตเขา
 

José Luis Guerín (โฆเซ่ ลุยส์ เกริน) เกิดในเมือง Barcelona ประเทศสเปน เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่มีผลงานโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
 
8.In the city of sylvia (En la ciudad de Sylvia) แม้รูปโฉมเบื้องหน้าของหนังอาจเป็นเพียงเรื่องราวรักดาดๆ แต่หนังกลับได้รับเสียงชื่นชมอื้ออึงจากนักวิจารณ์ทั่วโลกจนติดอันดับท็อปจากหลายสำนัก เพียงแค่เล่าเรื่องเกี่ยวกับชายหนุ่มเดินตามหญิงสาวในเมืองแปลกหน้าเท่านั้น แต่กลับดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยความสวยงามของหนัง มีบทพูดน้อยแต่โดนใจ
 

Julio Medem (ฆูลิโอ เมเดม) เกิดในเมือง San Sebastian แคว้น Basque ประเทศสเปน เขาสนใจในภาพยนตร์ตั้งแต่วัยเด็ก ยามว่างจะใช้เวลากับกล้อง Super 8 ของพ่อเขา หลังจากสำเร็จการศึกษาในมหาวิทยาลัย (ได้รับปริญญาแพทยศาสตร์สาขาศัลยกรรมทั่วไป) เิริ่มงานเป็นนักวิจารณ์ภาพยนตร์ และเป็นผู้อำนวยการและผู้ช่วยบรรณาธิการในเวลาต่อมา 


9.Room in Rome (La habitación de Roma) เรื่องของสาวสองคน (คนหนึ่งเป็นชาวสเปน อีกคนเป็นรัสเซีย) ที่มาเที่ยวเพียงลำพังในเมืองหลวงซึ่งขึ้นชื่อว่าโรแมนติคที่สุดเมืองหนึ่งของโลก 'โรม' ในค่ำคืนสุดท้ายของการท่องเที่ยวนั้นเอง เธอทั้งสองได้มาพบกันโดยบังเอิญ จนได้รับการกล่าวขานว่า เป็นหนังเลสเบี้ยนที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว
 
10.Sex and Lucia (Lucía y el sexo) สาวเสิร์ฟที่ทำงานในร้านอาหารกรุงมาดริด ซึ่งแฟนหนุ่มของเธอเพิ่งเสียชีวิตลง ทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งโลกกำลังแตกสลาย จึงตัดสินใจหนีไปพักที่เกาะอันห่างไกลแห่งหนึ่ง แต่เธอกลับค้นพบความลับมากมาย เกี่ยวกับชีวิตของแฟนหนุ่มของเธอที่เกาะแห่งนั้น โดยเฉพาะความลับเกี่ยวกับช่วงเวลาก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลง และถ่ายทอดถึงความรู้สึกลุ่มหลง หมกมุ่นทางเพศที่ไม่สามารถอธิบายได้ 
 
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
11 พฤศจิกายน 2012