วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แมลงวัน ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

      แมลงวัน  มีปีก และตาอย่างละคู่ โดยที่ตาเป็นตารวม ปากมีลักษณะเป็นหลอด เลยกินได้เฉพาะของเหลวเท่านั้น ชอบกินเศษอาหารตามกองขยะในเวลากลางวัน เลยเป็นพาหะนำโรคมาสู่คนเราผ่านอาหารที่มันตอคุ้นเคยกับคนเราเป็นอย่างดี เรียกว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่ได้รับเชิญของคนเราจะถูกต้องกว่า แต่ก็มีประโยชน์เหมือนกัน เช่น ช่วยผสมเกสรดอกไม้ข้ามดอก หรือหนอนของแมลงวันช่วยกัดกินแผลที่เน่าเปื่อยของคน ในทางการแพทย์ ่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว และมากมาย
 
ภาษาสเปน                                     Diptera (ดิปเต้หระ)
ภาษาโปรตุเกส                              Diptera (ดิปเต้หระ)
ภาษาอิตาลี                                    Ditteri (ดิตเตหริ)
ภาษาฝรั่งเศส                                Diptère (ดิพแตรฺ)
ภาษาเยอรมัน                                Zweiflügler (ซไวฟลูเกลอร์)
ภาษารัสเซีย                                  Двукрылые (ดวูกรือลือเย)
ภาษากรีก                                      Μύγα (มี้กะ)

ข้อมูลโดย black market
ปีกแมลงวันสเปน ( ภัยของผู้หญิง )

วันนี้นำเสนอภัยเงียบของผู้หญิง "ปีกแมลงวันสเปน" ก่อนอื่นเรามารู้จักกับเจ้า "แมลงวันสเปน" ก่อนครับ แมลงวันสเปนเป็นแมลงพวกด้วงน้ำมันวงศ์  Meloidae เป็นแมลงปีกแข็ง หัวกว้างงุ้ม มีอยู่ในแถบยุโรปตอนใต้ ตัวมีสารแคนทาริดิน (Cantharidin) จะมีอยู่มากที่สุดในส่วนปีกของมัน ซึ่งสารตัวนี้จะออกฤทธิ์ทางประสาท คนจึงคิดหาวิธีสกัดสารนี้ออกมา โดยการเอาไปตากแห้งและสกัดออกมาเป็นยากระตุ้นอารมณ์ทางเพศของผู้หญิง ถือได้ว่าเป้นจ้าวแห่งยาปลุกอารมณ์เลยก็ว่าได้ ที่จริงแล้ว ยาตัวนี้นำมาใช้ให้ม้าผสมพันธุ์กัน (ขนาดม้ายังต้านยาไม่อยู่ แล้วนับประสาอะไรกับคน) ยาจะออกฤทธิ์อย่างรุนแรง ภายใน15-30นาที แล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ทำให้มึนงงและมีความต้องการทางเพศอย่างรุนแรง
 
ปีกแมลงวันสเปนที่ สกัดแล้วจะมีลักษณะเป็นน้ำใสๆ ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่จะมีรสชาดเล็กน้อย ออกเฝื่อนๆ บรรจุมาในรูปแบบขวดใส วิธีใช้จะใช้หยดลงในเครื่องดื่มให้ผู้หญิงดื่ม แค่เพียง 5-6 หยดก็เพียงพอที่จะกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของผู้หญิงได้ แต่ไม่มีผลกับผู้ชาย และอาจอันตรายถึงชีวิตได้ถ้าได้รับในปริมาณมากๆ เป็นยังไงครับฟังดูมันน่ากลัวดีจริงๆ มันไม่เป็นแค่เรื่องปีกแมลงวันอย่างที่คิดแล้วใช่ไหมล่ะ
                                           
ทางแก้ สารออกฤทธิ์เหล่านี้จะไม่สามารถออกฤทธิ์ได้เต็มที่ในเครื่องดื่มที่มี วิตามิน C เช่นน้ำผลไม้ แต่ในทางกลับกันมันกลับให้ความรุนแรงมากขึ้นไปอีกถ้าเราดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีปีกแมลงวันสเปนผสมอยู่ วิธีป้องกันเบื้องต้นถ้าเราต้องออกไปเที่ยวกับคนไม่คุ้นหน้า และจำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่ม ให้เลือกน้ำผลไม้เข้มข้นเลยครับ รับรองได้ว่าเราปลอดภัยไป 60% แล้ว หรือไม่ก็เลือกดื่มเฉพาะน้ำเปล่าเพราะน้ำเปล่าเราจะสามารถรับรู้สึกรสชาดที่ เปลี่ยนแปลงไป ได้ง่ายที่สุด และหมั่นเปลี่ยนแก้วบ่อยๆครับ แบบว่า ถ้าเราลุกไปเข้าห้องน้ำ กลับมาถึงโต๊ะ ก็ควรจะขอเปลี่ยนแก้วทันที และดูสีหน้าคนที่ไปกับเราเลยครับ ถ้าหน้ามันถอดสีหรือแสดงอาการผิดปกติเวลาที่เราขอเปลี่ยนแก้วจากบริกร ให้คิดไว้ก่อนเลยว่า มันไม่ชอบมาพากลซะแล้ว


จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
6 ธันวาคม 2012

 

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ยุง ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

 
     ยุง  แมลงกินเลือด ปากเป็นเข็มแหลมไว้แทงผิวหนังคนเพื่อดูดเลือด พร้อมกับแพร่เชื้อโรคเข้าสู่คน โดยเฉพาะไข้เลือดออกจากยุงลาย มีปีก มีหนวด อย่างละคู่ ยุงตัวผู้จะกินน้ำจากดอกไม้ หรือผลไม้ ส่วนตัวเมียจะกินเลือดในช่วงที่กำลังวางไข่เท่านั้น เพราะต้องการโปรตีนในเลือดไปสร้างไข่ พบได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อน

ภาษาสเปน                             Mosquito (โมสกี๊โตะ)
ภาษาโปรตุเกส                       Mosquito (โมสกี๊ตุ)
ภาษาอิตาลี                            Zanzara (ซันซาหระ)
ภาษาฝรั่งเศส                         Moustique (มูสติเกอะ)
ภาษาเยอรมัน                        Mücke (เมิกเคอะ)
ภาษารัสเซีย                          Комар (กามารฺ)
ภาษากรีก                              Κουνούπι (กูนู้ปิ)
 
     ลูกน้ำ คือตัวอ่อนของยุง เกิดจากไข่ยุงที่วางไว้ในน้ำนิ่ง เป็นอาหารธรรมชาติของปลา และสัตว์อื่นในน้ำ กินสารอินทรีย์ แบคทีเรีย แพลงตอนสัตว์และแพลงตอนพืชที่อยู่ในน้ำเป็นอาหาร บางชนิดกินลูกน้ำชนิดอื่นเป็นอาหาร
 
 Larva de mosquito (ลารฺบะ เด โมสกี๊โตะ)
 Larva do mosquito (ลารฺบะ ดู โมสกี๊ตุ)
Larve di zanzara (ลารฺเหวะ ดิ ซันซาหระ)
Larve de moustique (ลาครฺเหวอะ เดอ มูสติเกอะ)
Mückenlarven (เมิกเคินลารฺเฝิ่น)
Личинка комара (ลิชิ้นกะ กามาหระ)
Κουνουπιών
κάμπια (กูนูเพียน ก้ามเปีย)

  นิทานอีสปโดย สุขุมาลย์
สิงโตเจ้าป่ากับยุงขี้โม้
 มียุงขี้โม้ตัวหนึ่งบินไปรอบตัวของสิงโตที่กำลังจะนอนหลับ ... เจ้ายุงขี้โม้หวังจะสร้างวีรกรรมให้กับตัวของมันเอง มันคิดว่าแม้มันจะเป็นสัตว์ตัวเล็กเพียงแค่นี้ก็ตามเถอะ แต่ถ้ามันสามารถ บินไปกัดจมูกสิงโตผู้เป็นเจ้าแห่งป่าได้ ก็คงจะได้มีเรื่องไปคุยโม้เป็นวีรกรรมได้อีกนานเลยทีเดียว ส่วนข้างฝ่ายสิงโตสุดแสนที่จะรำคาญใจ ที่มีแมลงตัวเล็ก ๆ มาบินไป-มา ขัดจังหวะการหลับนอนของมัน...มันเงื้ออุ้งมืออันใหญ่และหนาเตอะใล่ ตะบบยุงด้วยความรำคาญ แต่เจ้ายุงขี้โม้มันก็หลบทันทุกครั้งไป ยุงพูดว่า "ถึงแม้ว่าแกจะเป็นที่ใคร ๆ ขนานนามว่าเป็นเจ้าแห่งป่าก็เถอะ..อย่าผยองให้มากไปนักเลย ถึงแม้ข้าจะตัวเล็ก แค่นิดเดียวแค่นี้ก็ตาม แต่ข้าไม่กลัวอะไรแกตรงไหนเลย ฮ่า ๆๆ เก่งจริงตะบบข้าให้ได้สิฮ่าๆๆๆ" สิงโตเมื่อได้ฟังดังนั้นก็โมโหขึ้นมาทันที มันลุกขึ้นและอ้าปากอันใหญ่ที่มีเขี้ยวอันแหลมคมเข้าตามงับ.. และงับยุงเข้าไปในปากของมันได้ แต่เจ้ายุงมันก็ไวเหมือนกันมันบินหนีแทรกซอกฟันของสิงโตออกมา ได้อย่างหวุดหวิด แล้วบินหนีไปตั้งหลักก่อนที่จะหัวเราะลั่นแล้วพูดออกมาว่า "ฮ่าๆๆๆ เป็นยังไงแม้แต่เขี้ยว คม ๆ ที่แหลมอย่างนั้นของแกก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรข้าได้เลย ฮ่า ๆๆๆ" เจ้ายุงพูดจบก็ขยับปีกสั่น ทำสัญญาณอะไรบางอย่างขึ้น แล้วสักพักก็มีสิ่งหนึ่งบินเกาะกลุ่มกันมาจนดำมืดเป็นฝูง เจ้ายุงขี้โม้รีบบินไปที่ฝูงยุงที่บินมานั้นทันที "โอ่..ขอบ ใจมากเพื่อนที่มาตามสัญญาณ เรียกของเรา เร็วพวกเราจัดการกับสิงโตตัวนั้นได้เลย " พอสิ้นเสียงคำสังเท่านั้นฝูงยุงทั้งฝูงก็แตกฮือบินตรงเข้าหาเป้าคือ สิงโตทันที มันรวมหัวกันรุมกัดและสูบเลือดไปทั่วทุกที่ ทั้งตัวเลยทีเดียว สิงโตเจ้าป่าให้เป็นตกใจ และเจ็บคันไปหมด " โอ้ย..คัน ๆ แสบตัวไปหมดแล้วช่วยด้วย"  สิงโตจึงวิ่งหนีไปที่บ่อน้ำและกระโดดตูมลงไป เจ้ายุงขี้โม้มันก็บินตามมาติด ๆ แล้วพูดเหมือนบังคับสิงโตว่า " ฮ่า ๆๆเป็นยังไงล่ะแกเจ้าป่า..แต่ข้าชนะ แล้วใช่ไหม? ยอมรับออกมาเดี๋ยวนี้ว่าข้านี่สิเหนือกว่าและเป็นผู้ชนะ..เร็ว ๆ" มันพูดพร้อม กับหัวเราะอย่างเริงร่า..เลยไม่ทันรู้ตัวว่า ที่ข้างหลังของมันนั้นได้มีใยแมงมุม อันใหญ่ขึงผืดอยู่...แล้วเจ้าแมงมุมเจ้าก็กำลังจ้องมองมันอยู่ด้วยตาอันเป็นประกาย แล้วในที่สุดมันก็ถอยหลังไปจนปีกของมันไปติด กับใยของแมงมุมเข้าจนได้..เจ้าแมงมุมตัวเขื่องย่างสามขุมเข้าหายุงขี้โม้ทันที 
 
 "เหอ ๆๆ ข้านี่ไง คือผู้ชนะ วันนี้นับเป็นวาสนาของแมงมุมกระจอกๆ อย่างข้า ที่จะได้ลิ้มรสยุงผู้ยิ่งใหญ่เหนือเจ้าป่าอย่างเจ้า ข้าว่าท่านสิงโตผู้เป็นเจ้าแห่งป่าก็คงนึก อิจฉาข้านะ..ใช่ไหม? ท่านสิงโต..ฮ่า ๆๆๆ" ว่าแล้วมันก็ตีลังกาลงมาสองตลบแล้วเขมือบ ยุงเข้าไป ทั้งตัวทันที...เจ้ายุงก่อนที่มันจะสิ้นใจลงไปมันพูดปิดท้ายก่อนตายว่า "ไม่น่าเลยยุงที่จะได้อยู่เหนือเจ้าป่าอยู่รอมร่ออย่างข้าต้องมาตายใน อุ้งมือของเจ้าแมงมุมไร้ระดับอย่างนี้สุดจะอาย"
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า 
"จงรู้จักประมาณตนและอย่าประมาทก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป" 

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
5 ธันวาคม 2012 

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แมลงสาบ ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

      แมลงสาบ มีหนวดสองข้าง มีปีกบินได้ แต่ไม่ไกลมาก ออกลูกเป็นไข่ บางคนเรียกถุงกระเป๋าไข่ เป็นแมลงที่มีพลังชีวิตน่าพิศวง ตายยากตายเย็น ทนมือทนเท้ามาก เขาว่ากันว่า มันมีชีวิตมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ เป็นสัตว์ที่หลายคนรังเกียจ นอกจากรูปร่างหน้าตาที่น่าขยะแขยงแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งคือ ตัวมันเต็มไปด้วยเชื้อโรค แต่บางคน ก็ดันจับมันมากินซะอีก บางพันธุ์ เช่น แมลงสาบมาดากัสการ์ ในบางประเทศเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง บางเวลาที่อดอยาก ก็กินซากพวกเดียวกันได้ 

ภาษาสเปน                                     Cucaracha (กูการ้าฉะ)
ภาษาโปรตุเกส                              Barata (บาร้าตะ)
ภาษาอิตาลี                                    Scarafaggio (สการาฟักโจะ)
ภาษาฝรั่งเศส                                Cafard (กาฝ่า)
ภาษาเยอรมัน                                Kakerlake (คาเคอลาเคอะ)
ภาษารัสเซีย                                  Таракан (ตารากัน)
ภาษากรีก                                      Κατσαρίδα (กัทซาริดะ)

ข้อมูลโดย Anemone 
โลกตะลึง!! 
นักวิชาการยัน "แมลงสาป" แท้จริงคือมนุษย์ต่างดาว
แมลงสาบมาดากัสการ์
แมลงสาป" สัตว์โลกหกขาที่น่าพิศวง ซึ่งปรากฎร่องรอยบนพิภพนี้นับแต่ยุคไดโนเสาร์ เหตุใดมันจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถก้าวข้ามผ่านกาลเวลา เหลื้อทิ้งลูกหลานสืบพันธุ์มาได้จนปัจจุบัน ในที่ปริศนานี้ก็ได้ถูกไขลง เหตุเพราะมันมิใช่สิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกนี้นี่เอง

นักวิชาการกล่าวว่า ได้มีการทำวิจัยมานานแล้ว และมีเหตุผลหลายประการซึ่งชี้ให้เห็นได้ว่า แท้จริงแล้วแมลงสาปเป็นสิ่งมีชีวิตจากอวกาศ เช่น
สามารถอดอาหารได้เป็นเวลานานมากๆ โดยยังสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยความรวดเร็วในระดับปกติ มีพลังชีวิตในระดับสูงและความทนทานต่อการเจ็บปวดต่างๆได้ดี ซึ่งจากการวิจัย ชี้ให้เห็นว่า แม้จะถูกตัดหัว มันก็ยังสามารถมีชีวิตต่อไปได้อีก 7วัน ซึ่งพลังชีวิตระดับนี้นั้น มีไว้ก็เพื่อให้สามารถรับแรงกดดันในชั้นบรรยากาศนอกดาวเคราะห์นั่นเอง และปริศนาสุดท้าย ว่าเหตุใด แม้จะมีปีก แต่เจ้าแมลงชนิดนี้กลับบินได้ในระดับที่เรียกได้ว่าไม่สูงนักนั้น
 

ไข่แมลงสาบ
เหตุผลก็เพราะว่า ในขณะมีชีวิตในอวกาศนั้น จะอยู่ในสภาพไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วง ทำให้มันสามารถบินได้อย่างอิสระและรวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้พลังงานมากนัก ซึ่งทำให้มันสามารถกักเก็บพลังงานในการท่องอวกาศไปได้เป็นอย่างมาก เหตุนี้ เมื่อเข้ามาอยู่ภายใต้แรงดึงดูดของดาวเคราะห์ มันจึงทำได้เพียงต่อต้านพลัง G (gravity) ได้ในระดับหนึ่งเพียงเท่านั้น
อนึ่งแม้จะสอบยันลงความกันในหมู่นักวิทยาศาสตร์ระดับสูงแล้ว ว่าการวิจัยต่างๆชี้ผลไปในทิศทางเดียวกัน แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงทำการทดลอง เกี่ยวกับเจ้าแมลงน่าพิศวงตัวนี้ต่อไปอีก เพื่อไขปริศนาความลับต่างๆของมันออกมาให้ได้มากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น

คณะวิจัยผู้ทรงภูมิคณะหนึ่ง ได้อยากทราบว่า แมลงสาปใช้อวัยวะส่วนใดในการฟังเสียง พวกเขาจึงได้เลือกทำการทดลอง โดยแบ่งออกเป็น4ตัวอย่างที่น่าสนใจและคาดว่าน่าใช่มากที่สุด


ตัวอย่างแรก พวกเขาทำการเด็ดหนวดของมันออก


ตัวอย่างที่สอง พวกเขาเด็ดปีกมันออก


ตัวอย่างที่3 เขาผ่าหัวของแมลงสาปตัวนั้นออกมาเลย

 

ตัวอย่างสุดท้าย พวกจัดการแยกขาออกจาตัว
 

โดยการทดลองก็ไม่ได้สลับซับซ้อนอย่างใดมากมายนัก ซึ่งก็คือหลังจากเตรียมตัวอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็นำไปบรรจุไว้ในกล่องโลหะ4เหลี่ยมซึ่งกักกั้นเสียงและแสงได้เป็นอย่างดี จากนั้นพวกเขาก็จะเปิดกล่องของตัวอย่าง และตะโกนใส่กล่องทีละกล่องเพื่อดูว่า แมลงสาปที่ขาดส่วนใดไป จะไม่แสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงที่ดังขึ้น

พวกเขาเปิดกล่องใบที่1ขึ้น พร้อมทั้งส่งเสียงร้องว่า "Go go go!!"
ตัวอย่างที่หนึ่งตกใจและออกวิ่งทันที หนวดจึงมิใช่อุปกรณ์ในการรับเสียงของแมลงสาป

กล่องที่บรรจุตัวอย่างที่2จึงถูกเปิดขึ้น
สิ้นเสียง "Go go go!!" ตัวอย่างที่2ก็ออกวิ่งอย่างว่องไว
ปีกจึงมิใช่อุปกรณ์รับเสียงของแมลงสาปเช่นกัน
 
ตัวอย่างที่สามก็ยังคงออกวิ่ง โดยไม่มีหัว ภายหลังได้รับเสียงตะโกน คณะวิจัยเริ่มพากันหมดหวัง แต่ยังเหลือตัวอย่างสุดท้าย พวกเขาจึงได้แต่ฝากความหวังไว้และทำการทดลอง

และตัวสุดท้าย ตัวที่4 ที่นักวิทยาศาสตรได้ตัดขาของมันออกทั้งหมด จากนั้นก็ตะโกนไส่มันว่า Go Go!!
แต่ปรากฎว่า มันได้ผล!! ไม่น่าเชื่อ ตัวอย่างสุดท้ายไม่ออกวิ่ง แม้จะได้รับการตะโกนใส่ซ้ำๆ อยู่ถึง5รอบ มันก็ไม่วิ่งเลยเหล่านักวิทยาศาสตร์ต่างพากันโห่ร้องดีใจ ที่ผลการทดลองประสพผลสำเร็จในตัวอย่างสุดท้าย หรือก็คือ แมลงสาปตัวที่ถูกแยก "ขา" ออกจากตัวของมัน

และในไม่กี่วันต่อมาพวกเค้าก็แถลงผลการวิจัยต่อสาธารณชนว่า "ขา" คือส่วนที่แมลงสาปใช้ในการรับฟังเสียงนั่นเอง นี่เป็นเพียงหนึ่งในงานวิจัยหลายๆชิ้น ของเหล่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายเกี่ยวกับแมลงสาป



จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
4 ธันวาคม 2012

วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ปลวก ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

ปลวก เป็นแมลงที่เป็นศัตรูกับมด แม้จะมีรูปร่างและมีวัฏจักรชีวิตคล้ายกัน คืออยู่รวมกันเป็นอาณาจักร แบ่งหน้าที่กันทำอย่างมีวินัย เช่น ปลวกสืบพันธุ์หรือก็คือแมลงเม่า ปลวกงาน ปลวกทหาร มีทั้งที่อาศัยอยู่ในดิน และไม่ได้อาศัยอยู่ในดิน กินอาหารที่มีสารเซลลูโลส ที่ย่อยโดยเชื้อโปรโตซัวในตัว เป็นสาเหตุที่ทำให้มันกินเนื้อไม้
 
ภาษาสเปน                             Termita (เตรฺมิตะ)
ภาษาโปรตุเกส                      Térmite (แตรฺมิตือ)
ภาษาอิตาลี                            Termite (เตฺมิเตะ)
ภาษาฝรั่งเศส                        Termite (แตครฺมิเตอะ)
ภาษาเยอรมัน                        Termiten (แทมิเทิน)
ภาษารัสเซีย                          Tермитами (เทียรมิตามี)
ภาษากรีก                              Τερμιτών (เเตรฺมิตอน)
  
แมลงเม่า คือปลววัยเจริญพันธุ์ มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย ทำหน้าที่หาคู่ผสมพันธุ์ และสร้างรังใหม่ เมื่อได้คู่แล้วก็จะสลัดปีก แล้วมุดลงดินเพื่อออกลูกออกหลานต่อไป ตัวผู้ก็จะกลายเป็นราชาปลวก ตัวเมียก็กลายเป็นราชินีปลวก แมลงเม่ามีการตอบสนองอย่างแรงกับแสงไฟ มันจะบินเข้าหาทันที โดยไม่รู้ว่าแสงนั้นเป็นอะไร

Alate (อาล้าเตะ)
 Alada (อาล้าดะ)
 Alate (อาล้าเตะ)
Alate (อาหลาท) 
Alate (อาลาเทอะ)
 Пазушный (ปาสูชนึย)
Σκωροι (สโกหริ)

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
3 ธันวาคม 2012 
 

วันอาทิตย์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2555

มด ภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

      มด จัดเป็นแมลงชนิดหนึ่ง มีอยู่ในทุกที่ในโลก ไม่เว้นแม้ในบ้านคน มีขนาดเล็กมาก อยู่รวมกันเป็นฝูง ช่วยกันหาอาหาร มีวินัยสูง แบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน เช่น มดงาน , มดทหาร และนางพญามด ซึ่งเป็นตัวเมียทั้งหมด ส่วนมดตัวผู้มีไว้ทำพันธุ์และก็ตาย มักได้รับการนำไปเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความขยัน มีทั้ชนิดที่กัดคน เช่นมดแดง , มดคันไฟ และไม่กัดคน เช่นมดดำ เป็นสัตว์ที่กินได้ทุกอย่างในโลกนี้ ไม่เว้นแม้แต่พวกเดียวกัน และเช่นเคย คนก็ยังอุตสาห์จับมันมากินทั้งตัว ทั้งไข่ของมัน
ภาษาสเปน                                 Hormiga (โอรฺมิกะ)
ภาษาโปรตุเกส                           Formiga (โฟรฺมิกะ)
ภาษาอิตาลี                                Formica (โฟรฺมิกะ)
ภาษาฝรั่งเศส                             Fourmi (ฟูหมิ)
ภาษาเยอรมัน                            Ameise (อาไมเสอะ)
ภาษารัสเซีย                               Муравей (มู่ราเวีย)
ภาษากรีก                                   Μυρμήγκι (มีรฺมิกกิ)
 
     นางพญามด มีอายุยืนที่สุด มดงานจะมีอายุราว 6-7 ปี แต่มดนางพญาสามารถออกลูกได้แม้เมื่ออายุ 10 ปี มดนางพญา ยิ่งอายุยืน ยิ่งเป็นผลดีต่ออาณาจักรมด เพราะเมื่อนางพญามดตาย อาณาจักรมดนั้นจะูสูญสิ้นตาม มดตัวอื่นจึงให้ความสำคัญต่อมดนางพญามาก พากันเก็บซากมดนางพญาที่ตายแล้วไว้จนกระทั่งไม่ค่อยมีซากเหลือ และในที่สุด อาณาจักรมดนั้นก็แตกสลายลงเอง เพราะไม่มีมดงานและมดทหารทดแทนส่วนที่ล้มตายไป  

Hormiga reina (โอรฺมิกะ เรยฺหนะ)
  Formiga-rainha (โฟรฺมิกะ ไฮนหยะ)
Formica regina (โฟรฺมิกะ เรจิหนะ)
Reine des fourmis (เครฺเหนอะ เด ฟุคมี)
Ameisenkönigin (อาไมเซนคูนนิเกิ่น)
Королева муравьев (การาเลี้ยหวะ มูราเวียฟ)
Βασίλισσα μυρμήγκι (วาซี้ลิสสะ มีรฺมิกกิ)



ข้อมูลโดย สุทัศน์ ยกส้าน

มดเป็นแมลงชนิดหนึ่งในตระกูล Formicidae เราพบเห็นมดในทุกหนแห่ง นอกจากใน ทวีปแอนตาร์กติกาที่มีน้ำแข็งปกคลุมตลอดปี มดเป็นสัตว์สังคมที่มีความสามารถหลายด้าน และมีพฤติกรรมที่น่าสนใจมาก ถึงระดับที่ทำให้มันเป็นสัตว์ที่คนสนใจศึกษามากที่สุด
ถึงแม้มดจะมีน้ำหนักตัวเบาเมื่อเทียบกับคนก็ตาม แต่ถ้าเราชั่งน้ำหนักของมดทั้งโลก เราก็จะพบว่ามันมีน้ำหนักพอๆ กับคนทั้งโลกทีเดียว
นักวิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่ามดมีวิวัฒนาการจากแมลงดึกดำบรรพ์ที่ดำรงชีวิตเป็นกา ฝากตามตัวแมลงชนิดอื่น และถือกำเนิดเกิดมาบนโลกเมื่อประมาณ 40 ล้านปีมาแล้ว
แต่ในวารสาร Nature ฉบับวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมานี้ D. Agosti แห่ง American Museum of Natural History ที่ New York ในสหรัฐอเมริการและคณะได้รายงานว่าเขาได้ พบซากฟอสซิล ของมดที่มีอายุถึง 92 ล้านปี ซึ่งนับว่าดึกดำบรรพ์กว่าที่คิดเดิมถึง 2 เท่าตัว ในยางสนของต้นไม้ต้นหนึ่งในรัฐ New Jersey สหรัฐอเมริกา ซากมดที่เขาพบนี้เป็นซากของ มดงานตัวเมีย 3 ตัว และตัวผู้ 4 ตัว มดกลุ่มนี้มีอวัยวะและต่อมาของร่างกายที่ชัดเจนว่าเป็น มด เช่น มีต่อม metapleural ที่ทำหน้าที่ขับสารปฏิชีวนะออกมาเพื่อปกป้องมดมิให้เป็น อันตรายจากการถูกจุลินทรีย์คุกคาม จึงทำให้มันสามารถดำรงชีพอยู่ใต้ดินหรือตามต้นไม้ที่ เน่าเปื่อยได้สบายๆ และยังใช้สารเคมีที่ขับออกมาจากต่อมนี้ในการติดต่อสื่อสารถึงกัน อันมี ผลทำให้มันเป็นสัตว์สังคมที่ดีที่สามารถ ในที่สุด Agosti และคณะจึงคาดคะเนว่า มดคงถือ กำเนิดเกิดมาบนโลกเมื่อ 130 ล้านปีก่อน ซึ่งยุคนั้นเป็นยุคที่นักธรณีวิทยาเรียกว่ายุค Cretaceores และเป็นยุคที่ไดโนเสาร์ยังครองโลกอยู่ แต่มดก็มิได้มีบทบาทสำคัญทันทีทันใด มดเริ่มมีความหลากหลายทางชีวภาพในยุคต่อมาคือยุค Tertiary คือ เมื่อไดโนเสาร์สูญพันธุ์ ไปจนหมดสิ้นแล้ว ปัจจุบันมดมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของโลกมาก โดยเฉพาะในบริเวณ เขตร้อนของโลกป่าดงดิบ ในเขตนี้จะขาดมดไม่ได้เลย
นักชีววิทยาได้ศึกษาธรรมชาติของมดมานานกว่าหนึ่งศตวรรษแล้ว และได้พบว่ายิ่ง ศึกษามดมากขึ้นเพียงใด เขาก็ยิ่งทึ่งในความสามารถของมันมากขึ้นเพียงนั้น เมื่อ 5 ปีก่อน นี้ B.Holldobler และ E.O. Wilson ได้เขียนวรรณกรรม The Ants บรรยายธรรมชาติของมด ตั้งแต่วิวัฒนาการตลอดจนพฤติกรรมทุกรูปแบบของมดจนทำให้หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัล pulitzer ของอเมิรกา และใครที่อ่านหนังสือเล่มนี้มักจะคิดว่ามนุษย์รู้จักมดดีแล้วแต่ความ จริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเรากำลังได้รับความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับมดอยู่ตลอดเวลา เช่น C.Errand แห่งมหาวิทยาลัย Paris ได้เคยรายงานไว้ในวารสาร Animal Behavior เมื่อ 2 ปี ก่อนนี้ว่า มดที่อยู่ในอาณาจักรเดียวกันจะมีความสนิทสนมกันและคุ้นเคยกันโดยอาศัย กลิ่นจากสารเคมี pheromone ที่มดขับออกมาจากร่างกาย เพราะหลังจากที่ได้ทดลองเลี้ยง มดให้อยู่ด้วยกันนาน 3 เดือน แล้วจับแยกกันนาน 18 เดือน มันก็ยังจำเพื่อนของมันได้

ส่วนมด Formica selysi นั้น Errand ก็ได้พบว่าตามธรรมดาเป็นมดกาฝากที่ชอบเกาะมด อื่นๆ กิน ราชินีของมดพันธุ์นี้มักจะใช้ความสามารถในการปลอมกลิ่นบุกรุกเข้ารังมดพันธุ์อื่น แล้วฆ่าราชินีมดเจ้าของรัง จากนั้นก็สถาปนาตนเองขึ้นเป็นราชินีมดเจ้าของรัง จากนั้นก็ สถาปนาตนเองขึ้นเป็นราชินีแทน แล้วบังคับมดงานทั้งหลายให้ทำงานสนองความต้องการ ของตนเองทุกรูปแบบ
เมื่อไม่นานมานี้นักชีววิทยากลุ่มหนึ่งได้ศึกษามด Polygerus ที่ทำรังอยู่ตามลุ่มน้ำ อะเมซอนในบราซิล และได้พบว่ามดพันธุ์นี้มีความเชี่ยวชาญในการล่าทาสมาก คือเวลามัน ทำสงครามมดชนะมันจะบุกเข้ายึดรังมดที่แพ้สงครามแล้วจับมดทาสที่ประจำอยู่ในรังนั้นมา เป็นทาสรับใช้มัน จากนั้นมันจะขนไข่มดที่แพ้สงครามกลับไปพักที่รังมันทันทีที่ไข่สุกลูกมด ใหม่จะมีจิตใจเป็นทาสยินยอมรับใช้มด Polygerus โดยไม่ต้องสั่ง มดทาสนั้นตามปกติมีฐานะ ทางสังคมต่ำสุด มันจึงไม่มีสิทธิ์สืบพันธุ์ใดๆ ดังนั้นเวลามดทาสตาย มดนายก็ต้องออก สงครามเพื่อล่ามดทาสมารับใช้มันอีก เพราะถ้าไม่ออกศึกหาทาสมันก็จะอดอาหารตายเมื่อ มีมดทาสแล้ว วันๆ มันจะนั่งอ้อนขออาหารจากมดทาสตลอดเวลา
ส่วนมด Aolenopsis invicta ซึ่งเป็นมดคันไฟที่มีชีวิตอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ และขณะนี้กำลัง คุกคามผู้คนและที่อยู่อาศัยในทวีปอเมริกาเหนืออยู่ R. Hickling แห่งมหาวิทยาลัย Mississippi ในสหรัฐอเมริกา ได้พบว่ามันสามารถติดต่อสื่อสารกันด้วยเสียงและกลิ่นได้ โดยเขาได้ถ่ายภาพมดชนิดนี้และบันทึกเสียงของมดและเขาได้พบว่าเวลามดตกใจมันจะส่ง เสียงดังหรือเวลาศัตรูปรากฏตัวให้เห็นอย่างทันทีทันใดมันก็จะส่งเสียงอื้ออึงเหมือนกัน
เพราะเหตุว่าเสียงเดินทางได้เร็วกว่าโมเลกุล Pheromone ของกลิ่น ดังนั้นมดจะใช้เสียง เฉพาะในกรณีสำคัญๆ เท่านั้น



ส่วนมด Pheidole palidula เวลาถูกศัตรูข่มขู่จะโจมตี มันจะสร้างไข่อ่อนที่จะให้กำเนิด มดทหารมากกว่าปกติเพื่อมาปกป้องรังของมัน ให้รอดพ้นจากการถูกโจมตีและเมื่อใดที่มด วรรณะหนึ่งๆ ถูกศัตรูฆ่าตายหมดทุกตัวแล้วมดวรรณะอื่นก็จะเข้ามาทำหน้าที่แทนและนั่นก็ หมายความว่ามดชนิดนี้เปลี่ยนวรรณะทางสังคมของมันได้เมื่อมีความจำเป็น
การที่มดมีการแบ่งชั้นวรรณะเช่นนี้ ได้ทำให้นักชีววิทยาบางคนคิดว่า มดเป็นสัตว์ที่มี สติปัญญาเฉลียวฉลาดยิ่งกว่าลิง การมีสติปัญญาที่สูงในสมองที่เล็กนี้ได้ทำให้มันมีวัฒนธรรม หนึ่งที่ประเสริฐยิ่งกว่าคน คือความรู้สึกสามัคคีทุกหมู่เหล่าของมดเพราะสังคมมดเป็นสังคม สหชีวิตที่ชีวิตทุกชีวิตมีความหมายต่อทุกชีวิตอื่น อย่างที่เรียกกันว่า altruism ที่สังคมคนไม่มี ครับ
นอกจากนี้มดยังจำทิศทางได้เป็นอย่างดี นักชีววิทยาชาวอเมริกันได้ศึกษาถึงวิธีการที่มดจำทิศทางกลับไปยังแหล่งอาหาร โดย วางกรวยสีดำสูงประมาณ 10 เซนติเมตรบนโต๊ะ และวางน้ำตาลไว้ใกล้ๆ มดแต่ละตัวจะถูก ปล่อยให้ออกจากรังเพื่อไปยังน้ำตาลตัวละเที่ยว เขาพบว่าขณะกลับรังหลังจากพบน้ำตาลแล้ว มดจะหันหลังไปดูกรวยสีดำ และน้ำตาลบ่อยๆ เมื่อกลับมาที่น้ำตาลอีกครั้งมดจะเดินมาใน แนวทางเดิม
เนื่องจากมดมีสมองที่เล็กมาก (น้อยกว่า 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร) การมองเห็นไม่ดี ระบบ การมองเห็นเป็นแบบง่ายๆ ตาของมดไม่สามารถหมุนรอบได้ ดังนั้นภาพที่ตกบนจอรับภาพ (เรตินา) ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของตัวมดเมื่อหยุดมองสิ่งที่สังเกตมดจะจำวัตถุนั้นๆ ได้อย่างที่ตา เคยมองเห็น ถ้าเห็นวัตถุนั้นอีกแต่อยู่ในสภาพแวดล้อมอื่น มดจะจำวัตถุนั้นไม่ได้ เมื่อให้มด ไปยังน้ำตาลและกลับรังหลายๆ ครั้ง มดจะหาสิ่งที่เป็นสังเกตมากขึ้น มดที่รู้แหล่งอาหารแล้ว เมื่อจะกลับไปที่แหล่งอาหารอีกก็จะปล่อยสารเคมีที่เรียกว่าฟีโรโมนไปตามทางที่เกิน เพื่อให้ มดที่เหลือนั้นตามไปได้ถูกทาง มดที่เดินตามโดยอาศัยฟีโรโมนก็หาสิ่งที่เป็นสังเกตสำหรับ ตนเองเช่นกัน ทำให้ในการไปแหล่งอาหารครั้งต่อไปทำได้เร็วขึ้


จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
2 ธันวาคม 2012












วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แมลง ในภาษาตะวันตก พูดว่าอย่างไร

้อมูลโดย wanee9
 
แมลง ชื่อกลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง เมื่อร่างกายเจริญเติบโตเต็มที่ แบ่งออกเป็น ส่วน เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง มี ขา มีตารวมใหญ่ 2 ตา เป็นสัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังพวกเดียวที่มีปีกซึ่งอาจมี หรือ คู่ แต่อาจพบพวกที่ไม่มีปีกก็ได้ เป็นสัตว์ที่มีมากชนิดที่สุดในโลก เช่น แมลงวัน แมลงภู่ ฯลฯ มักเรียกสับกับคำว่า "แมง"

ภาษาสเปน                               Insecto (อินเซ็กโตะ)
ภาษาโปรตุเกส                        Inseto (อินเซ้ตู)
ภาษาอิตาลี                              Insetto (อินเซ็ตโตะ)
ภาษาฝรั่งเศส                          Insecte (แองเซ็กเทอะ)
ภาษาเยอรมัน                          Insekt (อินเซกท์)
ภาษารัสเซีย                            Насекомое (นาเซียโกมาเย)
ภาษากรีก                                Έντομο (แอ้นโดโหมะ)

 

แมง มีร่างกายแบ่งเป็น ๒ ส่วน คือ ส่วนหัวกับอกรวมเป็นส่วนเดียวกันส่วนหนึ่งและส่วนท้องอีกส่วนหนึ่ง มีขา หรือ ๑๐ ขา ไม่มีตารวม ไม่มีหนวด ไม่มีปีก เช่น แมงมุม แมงดาทะเล แมงป่อง มักเรียกสับกับคําว่า "แมลง".
 Arácnido (อารักนีโดะ)
 Aracnídeo (อารัคนิเดอู)
Aracnide (อารัคนิเดะ)
Arachnide (อารักนิเดอะ)
Spinnentier (สปินเน้นเทีย)
Паукообразный (ปากาวบราสนึย)
Aραχνοειδές έντομο (อารัคโนสเเดส แอ้นโดโหมะ)

ที่เหมือนกันคืเป็นสัตว์ที่มีขนาดเล็ก ไม่มีกระดูกสันหลัง

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
1 ธันวาคม 2012