วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2556

เอล ซัลวาดอร์ ประเทศที่เล็กที่สุดในอเมริกากลาง

ข้อมูลโดย ryt9.com
El Salvador




 ​เอลซัลวาดอร์​เป็นประ​เทศที่มีขนาด​เล็กที่สุด​ในกลุ่มประ​เทศอ​เมริกากลาง มีพื้นที่ประมาณ 21,041 ตารางกิ​โล​เมตร ​เกือบ​เท่ากับขนาดพื้นที่ของประ​เทศอิสรา​เอล ​แต่ขนาดของ​เศรษฐกิจของ​เอลซัลวาดอร์มีขนาด​ใหญ่​เป็นอันดับสาม​ในกลุ่มประเทศในอเมริกากลาง ​และมีราย​ได้ต่อหัว​ในระดับประมาณสองส่วนสามของราย​ได้ต่อหัวของประ​เทศ คอสตาริกา​และปานามา ​หรือสอง​เท่าของราย​ได้ต่อหัวของประ​เทศนิคารากัว ​

ราย​ได้ที่สำคัญของ​เอลซัลวาดอร์ มาจากจาก​การรับ​โอน​เงินจาก​การ​ไปขาย​แรงงาน​ในต่างประ​เทศ ​ซึ่งมี​ความสำคัญ​เท่ากับราย​ได้จาก​การส่งออกของประ​เทศ ​โดยประมาณหนึ่ง​ในสามคนของประชากร​ในประ​เทศ​เอลซาวาดอร์พึ่งพาราย​ได้จาก​ เงิน​โอนจากญาติๆ ​ในประ​เทศสหรัฐอ​เมริกา ​เงิน​โอนจากต่างประ​เทศของ​เอลซัลวาดอร์มีมูลค่าระหว่าง 3-4 พันล้าน​เหรียญสหรัฐฯ ​เป็นมูลค่า​เงินส่งกลับที่สูงกว่ามูลค่า​เงิน​โอนฯ ของประ​เทศ​ในกลุ่มประ​เทศอ​เมริกากลางอื่น ๆ

\u0e0b\u0e31\u0e25\u0e27\u0e32\u0e14\u0e2d\u0e23\u0e4cนอกจาก​ความตกลง​เขต​การค้า​เสรีกับสหรัฐฯ (CAFTA) ​ซึ่ง​เอลซัลวาดอร์​เป็นหนึ่ง​ในกลุ่มประ​เทศอ​เมริกากลางประ​เทศ​แรกที่​ ได้​ให้สัตยาบันสำหรับ​ความตกลงดังกล่าว​เมื่อปี ค.ศ.2006 ​แล้ว ​เอลซัลวาดอร์ยังมี​ความตกลง​การค้า​เสรีกับประ​เทศ​เม็กซิ​โก ชิลี สาธารณรัฐ​โดมินิกัน ​และประ​เทศปานามา อีก​ทั้งกำลัง​ทำ​การ​เจรจา​ความตกลง​การค้า​เสรีกับประ​เทศ​โคลัม​เบีย ​แคนาดา สหภาพยุ​โรป ​และประ​เทศอื่น ๆ ​ในภูมิภาค ​ความตกลง​เขต​การค้า​เสรีคาฟต้า​ได้ส่ง​เสริม​ให้​เอลซัลวาดอร์​เพิ่ม​การ ส่งออกสินค้าด้านอาหาร​แปรรูป น้ำตาล ​เอธานอล ​ไปยังประ​เทศสหรัฐฯ รวม​ทั้ง​ได้มี​การกระตุ้น​การลงทุน​ในภาค​การผลิต​เสื้อผ้าสำ​เร็จรูป​ในประ​เทศ

รัฐบาลของ​เอลซาวาดอร์มีน​โยบาย​แผนงานส่ง​เสริม​การขยายตัวของ​เศรษฐกิจ ​โดยจะส่ง​เสริม​และพัฒนา​การท่อง​เที่ยว​ให้​เป็นศูนย์กลาง​การจำหน่าย สินค้า​และ​โลจิสติกสำหรับภูมิภาคอ​เมริกากลาง ​โดย​ได้มี​การ​เปิด​เสรีรับ​การลงทุนจากภาค​เอกชน ​และจากต่างประ​เทศ ​ในภาค​การสื่อสาร ​การบริ​การสาธารณูป​โภค​การ​ไฟฟ้า ธุรกิจ​การ​เงิน ​และภาค​การกองทุนบำนาญ

การท่อง​เที่ยวของ​เอลซัลวาดอร์​ได้​เติบ​โตอย่างรวด​เร็ว​ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ​ในปี ค.ศ.2010 มีสัดส่วน​เป็นร้อยละ 4.6 ของราย​ได้ประชาชาติ ​และ​ได้มี​การขยายตัว​ในอัตราร้อยละ 4.5 ​ในปีนั้น ​ได้มีจำนวนนักท่อง​เที่ยว​เดินทาง​เข้าประ​เทศ​เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.97 ​เป็นจำนวน 1.27 ล้านคนจาก 1.15 ล้านคน​ในปีก่อน

ข้อมูล​เศรษฐกิจพื้นฐาน
เอลซัลวาดอร์มีประชากรประมาณ 7 ล้านคน ​แรงงาน 2.9 ล้านคน ร้อยละ 19 ​ทำงาน​ในภาค​เกษตร ร้อยละ 23 ​ในภาคอุตสาหกรรม ​และร้อยละ 53 ​ในภาคบริ​การ
งบประมาณรัฐบาลมีรายรับ​ในปี ค.ศ. 2009 มูลค่า 3.5 พันล้าน​เหรียญฯ ​และรายจ่าย 4.8 พันล้าน​เหรียญฯ หนี้ของภาครัฐมีสัดส่วนร้อยละ 52.3 ของราย​ได้รวมประชาชาติ มูลค่าของหนี้รวม 10.62 พันล้าน​เหรียญสหรัฐฯ ​เงินสำรองระหว่างประ​เทศมีจำนวน 2.9 พันล้าน​เหรียญฯ ​ทั้งนี้ ​เอลซัลวาดอร์​ได้ปรับ​ใช้​เงินดอลลาร์สหรัฐ​เป็น​เงินสกุลประจำประ​เทศตั้ง ​แต่ปี ค.ศ. 2001 ​เป็นต้นมา
 

 สินค้าส่งออกหลักของประ​เทศ ​ได้​แก่ กา​แฟ น้ำตาล สิ่งทอ สำหรับสินค้านำ​เข้าหลัก​ได้​แก่ ​เคมีภัณฑ์ อาหาร​แปรรูป ​เครื่องจักร ​และปิ​โตร​เลียม

ท่า​เรือที่สำคัญของ​เอลซัลวาดอร์ ​ได้​แก่ ท่า​เรือ Acajutla ​และท่า Puerto Cutuco ​ซึ่ง​เป็นท่า​เรือฝั่งมหาสมุทร​แปซิฟิก ​โดยประ​เทศ​ไม่มีทางออก​ในทางฝั่งมหาสมุทร​แอ็ท​แลนติก

การ​เมือง​และประวัติศาสตร์
ประ​เทศ​เอลซัลวาดอร์​ได้รับ​เอกราชจากประ​เทศส​เปน​เมื่อปี ค.ศ. 1821  มี​การ​เลือกสมาชิกรัฐสภา​ใหม่ทุกๆ 3 ปี เอลซัลวาดอร์ประสบกับปัญหาด้าน​ความมั่งคงทาง​การ​เมือง​เป็นระยะ​เวลานานมาก ​โดย​ได้มีสงครามกลาง​เมืองที่ยืด​เยื้อ​เป็น​เวลา 12 ปี ระหว่างปี ค.ศ. 1980-1992 ​เป็น​การสู้รบระหว่างอำนาจฝ่ายขวาที่​เป็นรัฐบาลมา​แต่ดั้ง​เดิม​ซึ่ง​ได้ รับ​เงินช่วย​เหลือจากประ​เทศสหรัฐฯ กับตัว​แทนกลุ่มฝ่ายซ้ายต่าง ๆ ​ซึ่งต่อมา​ได้รวมตัวกัน​เป็นพรรค FMLN สงครามกลาง​เมืองดังกล่าว​ได้ยุติลง​โดย​ความตกลงยุติสงครามระหว่างสองฝ่าย ที่มี​การลงนามยุติสงคราม​ในวิหาร Chapultapec ​ในกรุง​เม็กซิ​โก ประ​เทศ​เม็กซิ​โก
การค้าระหว่าง​เอลซาวาดอร์กับประ​เทศ​ไทย
ในปี ค.ศ. 2009 ประ​เทศ​ไทยกับ​เอลซาวาดอร์มีมูลค่า​การค้ารวมจำนวน 19.16 ล้าน​เหรียญสหรัฐฯ ​สินค้าที่ประ​เทศ​ไทยส่งออก​ไปยัง​เอลซัลวาดอร์​ได้​แก่ รถยนต์​และชิ้นส่วนอุปกรณ์ฯ (​ซึ่ง​เป็นสินค้าหลัก มี​การขยายตัวร้อยละ 283.98 มูลค่า 20.14 ล้าน​เหรียญสหรัฐฯ ​และ​เป็นอัตราส่วนสินค้าหลัก​ในอัตราร้อยละ 57.32 ของ​การส่งออก​ทั้งหมดของ​ไทย) สินค้าอื่นๆ ​ได้​แก่ สินค้า​เหล็ก​และ​เหล็กกล้า อัตรา​การขยายตัวสูงมากจากมูลค่า​เพียง 16,000 ​เหรียญ ​ในปี 2009 ​เป็นจำนวน 4.98 ล้าน​เหรียญฯ ​ในปี 2010) สินค้าผลิตภัณฑ์ยางพารา สิ่งทอ รอง​เท้า ด้าน​และ​เส้น​ใย ผลิตภัณฑ์พลาสติก ​เครื่องซักผ้า ผลิตภัณฑ์ด้านกีฬา​และ​เกม สำหรับสินค้าที่ประ​เทศ​ไทยนำ​เข้าจาก​เอลซัลวาดอร์​ได้​แก่ อาหารทะ​เล ​เครื่องจักรที่​ใช้​ไฟฟ้า​และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์​เหล็ก​และ​เหล็กกล้า กา​แฟ ชา ​และ​เครื่อง​เทศ หม้อ​แปลง​ไฟ ​ได​โอด ​เซมิคอนดัก​เตอร์ ​แผลวงจน​ไฟฟ้า ​เสื้อผ้า​และสิ่งทอ สำหรับ​เป้าหมาย​การส่งออกของ​ไทยมายังประ​เทศ​เอลซาวาดอร์ นั้น คาดว่าจะสามารถขยายตัว​ได้จาม​เป้าหมาย​ในภูมิภาคอ​เมริกากลาง​และ​ใต้​ใน อัตราร้อยละ 20

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
14 มีนาคม 2013

วันพุธที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2556

นิการากัว ประเทศแห่งทะเลสาบ

 ข้อมูลโดย tripadvisor.com และ hoteltravel.com
 Nicaragua

 
นิการากัวคือดินแดนแห่งทะเลสาบและภูเขาไฟ ทอดตัวอยู่บริเวณช่องแคบเซ็นทรัลอเมริกัน มีชายฝั่งสองฝั่งทั้งทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิก นิการากัวอุดมไปด้วยดินภูเขาไฟทางตอนใต้ และภูเขาทางตอนกลางของประเทศก็มีป่าฝนเขตร้อนและความหลากหลายทางธรรมชาติที่ น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดย 1 ใน 5 ของพื้นที่ประเทศเป็นเขตอนุรักษ์ทางธรรมชาติ นิการากัวอุดมไปด้วนสัตว์ป่าหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นนกเงือก เต่า สมเสร็จ ลิง ตัวกินมดและนกม็อทม็อทคิ้วสีฟ้าเทอร์คอย หรือชื่อท้องถิ่นคือ Guardabarranco ซึ่งเป็นนกประจำชาติ นอกจากนี้นิการากัวยังเป็นที่อยู่ของฉลามน้ำจืดซึ่งพบได้น้อยในโลก



ด้วย เรื่องราวทางประวัติศาสตร์มากมายของเมืองกรานาดา ความงามของทะเลสาบ ภูเขาไฟ และป่าฝน รวมถึงความสนุกของการเล่นกระดานโต้คลื่นแถบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมายังดินแดนแห่งมนต์เสน่ห์อย่าง นิการากัวอย่างไม่ขาดสาย

 

 
ประวัติศาสตร์
ชาว พื้นเมืองในนิการากัวช่วง Pre - Columbian มีความเกี่ยวข้องกับชาว Aztec และ Mayans ทางตอนเหนือ แต่ที่นิการากัวไม่มีอนุสรณ์สถานอันยิ่งใหญ่ แม้ว่าหลักฐานของชาวพื้นเมืองจะยังคงปรากฎบนเกาะ Zapatera และ Ometepe กลุ่มชนเหล่านี้ชอบดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ภาคใต้ ในขณะที่ชาว Muisca Hunter - gatherers ถูกพบในภาคเหนือของชายฝั่งทะเลแคริบเบียน

ทองของประเทศนี้ได้ชาวสเปนเข้ามายังนิการากัวเป็นชาติแรกและเริ่มที่จะต่อสู้ กันเอง จากนั้นสเปนได้นำคนในท้องถิ่นมาเป็นทาสและใช้งานพวกเขาในเหมือง หรือส่งพวกเขาออกไปยังเมืองอาณานิคมอื่นๆ ในปลายศตวรรษที่ 20 ก่อนจะเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 มีต่อสู้ระหว่าง Sandinistas และ Contras ซึ่งมีสหรัฐอเมริกาสนับสนุนเพื่อครอบครองพื้นที่

สภาพอากาศ
นิการากัว มีภูมิอากาศร้อนที่แตกต่างกันเล็กน้อยกว่าในแต่ละปี ภาคกลางซึ่งเป็นที่ราบสูงมีอากาศค่อนข้างเย็น และมีฝนตกมากที่สุดในอเมริกากลาง บนชายฝั่งทะเลแคริบเบียนและภูมิภาคนี้เอง คุณยังจะได้พบพายุเฮอริเคน นอกจากนี้พื้นที่แถบมหาสมุทรแปซิฟิกค่อนข้างจะแล้งและจะส่งผลอย่างมากต่อการ เจริญเติบโตของพืช



  

San Juan del Sur
 หมู่บ้านชาวประมงที่สวยงามแห่งนี้เป็นอัญมณีแห่งนิการากัว ดึงดูดนักเล่นกระดานโต้คลื่นและผู้ที่รักการอาบแดด ในเวลากลางคืน หาดยังคงคึกคักไปด้วยกิจกรรมที่บาร์และไนท์คลับยอดนิยมริมชายหาด ชมรมกระดานโต้คลื่นมีให้เห็นจนลานตา - โต้คลื่นโดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นคนสอนหากคุณเป็นมือใหม่หัดโต้ พยายามโต้กับนักเล่นกระดานโต้คลื่นชายที่กล้ามใหญ่เป็นมัดๆ เข้าไว้ 

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
13 มีนาคม 2013

วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

คอสตาริกา เบอร์หนึ่งเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ

ทำไมคอสตาริกา จึงเป็นเบอร์หนึ่งของโลกเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ที่มา:ผศ. สุรเชษฎ์ เชษฐมาส
fforscc@ku.ac.th
คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 
 
 หลายคนเคยถามผมว่า มีเหตุผลอย่างไรที่วารสารการท่องเที่ยวชั้นนำของโลกหลายฉบับ โดยเฉพาะที่ตีพิมพ์ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงจัดให้คอสตาริก้า เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศอันดับหนึ่งของโลก ผมเองก็เคยสงสัยและมีคำถามเช่นเดียวกับคนอื่นๆ จนกระทั่งเมื่อ 3 ปีก่อน ได้มีโอกาสเดินทางไปดูงานการท่องเที่ยวที่คอสตาริก้าร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และนักวิชาการคณะหนึ่ง จึงพอจะมีคำตอบให้กับคำถามข้างต้นในเชิงวิชาการ จึงขอถือโอกาสนี้วิเคราะห์ให้ผู้อ่านได้ทราบ ตามประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสมาเองพอสังเขป  
 
ประการแรก ทรัพยากรท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น
และเป็นจุดขายของคอสตาริก้า อยู่ที่ป่าฝนเขตร้อน (tropical rainforest)
ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะป่าเมฆ (cloud forest) ในตอนกลางของประเทศ ป่าธรรมชาติเกือบทุกผืนที่เหลืออยู่
ได้รับการประกาศจัดตั้งในรูปของพื้นที่คุ้มครอง (protected areas) หรือป่าอนุรักษ์  ซึ่งยังคงความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่า แม้ว่าชายฝั่งทะเลจะมีทัศนียภาพที่งดงาม แต่คอสตาริก้ายังคงอาศัยพื้นที่ป่าดังกล่าว เป็นฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการตลาดอย่างต่อเนื่อง
 
ประการที่สอง การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเช่น ถนน ระบบสาธารณูปโภค ที่พักแรม ฯลฯ มักมีลักษณะกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม (environmentally friendly) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่พักแรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท หรือบังกะโล มักมีขนาดย่อมไม่ใหญ่โต และ ส่วนใหญ่มีจำนวนห้องพัก ระหว่าง 10-20 ห้อง การออกแบบเน้นความเป็น Ecolodge และประหยัดพลังงาน ทั้งนี้เพื่อเน้นการลดหรือควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมและที่สำคัญ เป็นการเปิดโอกาสให้คนท้องถิ่นมีส่วนเข้ามาลงทุนบริการแก่นักท่องเที่ยว และได้ผลกำไรตอบแทนเป็นกอบเป็นกำ 
 
ประการที่สาม แหล่งท่องเที่ยวทุกแห่งที่ไปเยือน มีการให้บริการข้อมูลและ
ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ ความโดดเด่นหรือเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของ
คนท้องถิ่น อย่างเต็มที่ จนเป็นข้อสังเกตว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ของคอสตาริก้าให้ความสำคัญกับระบบข้อมูลข่าวสารและการนำเสนอ
เพื่อช่วยสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าแก่ผู้ไปเยือนแม้แต่มัคคุเทศก์ที่นำคณะเรา เดินทางเกือบตลอด 7 วันก็ยังสามารถป้อนความรู้และสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับประเทศของเขาได้ทุกเรื่อง รวมทั้งประวัติความเป็นมาของธรรมชาติ และของชาวคอสตาริก้าเองอย่างน่าชมเชย

  
ประการที่สี่ จากคำบอกเล่าของมัคคุเทศก์คนเดียวกันนี้ ทำให้ทราบว่า
ผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่มด้านการท่องเที่ยวของคอสตาริก้า ได้แก่ คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งชาติ กรมป่าไม้ กรมสิ่งแวดล้อม สมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นทุกระดับ มีบรรทัดฐานการปฏิบัติและการดำเนินงานที่มาจากนโยบาย การส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลอันเดียวกัน
มิใช่ต่างคนต่างทำโดยไม่มีกา ประสานแผนหรือความร่วมมือ เพราะต่างตระหนักว่า การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่ นำรายได้เข้าประเทศมากกว่าอุตสาหกรรมหรือการส่งออกอื่นๆ และเป็นรากฐานสำคัญของการกระจายรายได้ การจ้างงานและ
ทุกวันนี้ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ส่งเสริมกันอยู่ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างได้ผลดีด้วย
 
จากที่กล่าวมาทั้งหมด ผมเชื่อว่าผู้อ่านไม่เพียงจะได้คำตอบว่าเหตุใดคอสตาริก้าจึงเป็นหมายเลข หนึ่งของโลก เรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แต่จะได้บทเรียนเชิงเปรียบเทียบกับประเทศไทยในการส่งเสริมและ พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่ทำกันมาราว 10 ปีเศษ ตั้งแต่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดและหลักการ ไปจนถึงนโยบายระดับชาติและการประสานความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องไปจนถึงฐานข้อมูลและ การมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอย่างหนึ่งว่ ทรัพยากรท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เป็นจุดขายของคอสตาริก้า มิได้เหนือหรือโดดเด่นไปกว่าของประเทศไทยเลยไม่ว่าจะเป็นปริมาณหรือคุณภาพโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบนิเวศของแหล่งท่องเที่ยวและความหลากหลายของธรรมชาติและวัฒนธรรม เพราะฉะนั้นประเด็นหลักที่เป็นอุปสรรคของการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในบ้านเรา จึงอยู่ที่การบริหารจัดการเป็นสำคัญ โดยเฉพาะความชัดเจนของนโยบายและการประสานความร่วมมือให้เป็นไปตามนโยบาย ซึ่งจะต้องมี "เจ้าภาพ" หรือหน่วยงานของรัฐที่สามารถประสานผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
ให้เดินไปในทิศทางเดียวกันได้

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
12 มีนาคม 2013  


 

         

   
      



     


         


         

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2556

กัวเตมาลา ประเทศแห่งความหลากหลาย

ข้อมูลโดย Wikipedia , tripadvisor.com และ hoteltravel.com
Guatemala

กัวเตมาลา หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐกัวเตมาลา (República de Guatemala - เรปู้บลิกะ เด กัวเตม้าหละ) เป็นประเทศในภูมิภาคอเมริกากลาง ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาเหนือ มีชายฝั่งติดกับทั้งมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลแคริเบียน พรมแดนด้านตะวันออกจรดเม็กซิโก ตะวันออกเฉียงเหนือจรดเบลีซ และตะวันตกเฉียงใต้จรดฮอนดูรัสและเอล ซัลวาดอร์

Guatemala City เมืองหลวง ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจหลากหลายทั้งประวัติศาสตร์ของชนเผ่ามายาไป จนถึงวัฒนธรรมร่วมสมัย พิพิธภัณฑ์สองแห่งรวบรวมโบราณวัตถุของชนเผ่ามายา ซึงบางชิ้นถูกค้นพบใกล้กับโบราณสถานแห่งนี้ ส่วนพิพิธภัณฑ์อื่น ๆ มีการแสดงศิลปะชนพื้นเมืองและศิลปะร่วมสมัย ผู้จับจ่ายใช้สอยสามารถเจรจาต่อรองราคาสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นได้ที่ตลาดใต้ ดิน Mercado Central นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอื่น ๆ อาทิเช่น สวนพฤกษศาสตร์และหอไอเฟลจำลอง จบวันที่สวยงามจากการออกเที่ยวชมสถานที่ด้วยการออกตะลุยราตรีใน Zona Viva ที่คึกคัก

 

กัวเตมาลาได้รับการกล่าวขานว่าเป็นดินแดนที่เหมาะกับการศึกษาโบราณคดี เกี่ยวกับอาณาจักรมายาแห่งหนึ่งในโลก นั่นรวมถึงประชากรเชื้อสายมายาที่สืบทอดเชื้อสายมาตั้งแต่โบราณที่ถือเป็น ประชากรถึงครึ่งหนึ่งของประเทศ กัวเตมาลามีชนเผ่าต่างๆ กว่า 21 เผ่า และมีภาษาที่ใช้ในการสื่อสารถึง 23 ภาษา ทำให้กัวเตมาลาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายของประชากรมากที่สุดของโลก

 

มีการจัดตั้งเมืองหลวงครั้งแรกในปี 1524 ต่อมาได้มาการทำสงครามกับนักรบ Cakchiquel ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องย้ายเมืองหลวงมายัง San Miguel Escobarในปี 1527 ภายหลังในปี 1541 เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้เมืองหลวงได้รับความเสียหายเป็นอย่าง มาก จึงได้มีการตั้งเมืองหลวงแห่งที่สามบริเวณ la Antigua Guatemala กระทั่งในปี 1773 ก็เกิดเหตุการณ์แผ่นดินใหญ่ที่ทำลายล้างเมืองหลวงดังกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง

กัวเตมาลา ถูกยึดครองด้วยกองกิสตาดอร์ หรือกองทหารสเปนในศตวรรษที่ 17 และปกครองดินแดนแห่งนี้อยู่กว่า 2 ศตวรรษ สังเกตได้จากสถาปัตยกรรมแบบสเปนที่ตั้งอยู่ในเมืองสำคัญต่างๆ สลับกับหมู่บ้านชาวมายา โดยสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18 ทั้งสิ้น

และ ในช่วงศตวรรษที่ 20 ได้มีการตื่นตัวเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการรัฐประหารนายพลเอฟเรน ริออส มอนต์ ซึ่งการปกครองของเขาทำให้ประชาชนเสียชีวิตไปกว่า 200,000 คน นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นต่อการปรับปรุงประเทศอีกก้าวหนึ่ง

ใน ขณะที่ประเทศทั่วโลกประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมถูกทำลายเป็นจำนวนมาก หากแต่กัวเตมาลายังคงอุดมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงาม ทั้งยอดภูเขาไฟ ป่าฝนกึ่งเขตร้อนและทะเลสาบโบราณ คุณจะพบกับแหล่งอนุรักษ์ธรรมชาติ แหล่งป้องกันสัตว์ป่า และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ หากคุณเป็นผู้ชื่นชอบศึกษาเรื่องราวต่างๆ ก็สามารถเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ


ใน กัวเตมาลาซิตีเหมืองหลวงของประเทศคุณจะได้พบกับโรงแรมชั้นนำมากมายที่มา พร้อมกับการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย รวมถึงโรงแรมที่มาพร้อมบริการชั้นดีในราคาสมเหตุสมผลได้ในบริเวณ ชิชิแคสทีเนนโก้ โคบัน ปาปาจาเชล ปอร์โตบาริออส และ เกลซีลเตนังโก อีกด้วย

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
11 มีนาคม 2013

วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2556

เม็กซิโก 1 ใน 3 ยักษ์ใหญ่ของทวีปอเมริกาเหนือ

ข้อมูลจาก dek-d.com และ thaigoodview.com

เม็กซิโก (Mexico)
 

ชื่อทางการ สหรัฐเม็กซิโก
พรมแดน ด้านบนเป็นกับประเทศสหรัฐอเมริกา ทิศตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศตะวันออกติดกับอ่าวเม็กซิโก
และทิศใต้ติดกับประเทศในทวีปอเมริกากลาง ได้แก่ กัวเตมาลา เบลิซ
ภูมิประเทศ มีเทือกเขาขนาดใหญ่จำนวนมาก ได้แก่ เทือกเขาเซียร์รามาเดรโอเรียนตัล พาดผ่านพื้นที่ประเทศในแนวเหนือ-ใต้ เกือบจะขนานกับชายฝั่งภาคตะวันออก และเทือกเขาเซียร์รามาเดรออกซีเดนตัล ขนานไปกับชายฝั่งภาคตะวันตก ทางภาคกลางตอนล่างของประเทศยังมีแนวภูเขาไฟทรานส์เม็กซิกัน ส่วนทางภาคใต้ก็มีเทือกเขาเซียร์รามาเดรเดลซูร์ที่ขนานไปกับชายฝั่ง
 

ภาษาที่ใช้ ภาษาสเปนและภาษาชนพื้นเมือง
ระบบการปกครอง สหพันธ์สาธารณรัฐระบบประธานาธิบดี
เมืองหลวง เม็กซิโกซิตี้
เมืองสำคัญอื่นๆ เม็กซิโกซิตี้ กวาดาลาฮาร่า มอนเตเรย์ ปวยบล้า วาฮาก้า ชิวาวา เมริด้า โมเรเลีย
สกุลเงิน เปโซ (MXN) 1 เปโซเม็กซิโก ประมาณ 2.4 บาท
ประชากร 111,211,789 คน
รหัสโทรศัพท์ 52


 
ประเทศเม็กซิโกเป็นประเทศซึ่งอยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ แต่กลับมีคนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ (เพราะมีพรมแดนอยู่ทางใต้ของประเทศอเมริกา) มักขึ้นชื่อเสีย(ง)ในด้านยาเสพติดและอาชญากรรม ซึ่งพื้นที่ที่ค่อนข้างอันตรายนั้นมักอยู่ทางเหนือของประเทศที่ติดกับ อเมริกา แต่ตอนกลางและตอนใต้ค่อนข้างปลอดภัย ดังนั้นทางโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนจึงมักส่งนักเรียนไปแลกเปลี่ยนทาง ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศมากกว่าทางตอนเหนือ ประชากรของประเทศใช้ภาษาสเปนเป็นหลัก จึงถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่สนใจภาษาสเปน นอกจากนี้ ด้วยภูมิประเทศที่อยู่ไม่ไกลจากทวีปอเมริกาใต้นัก จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นหรือประตูของนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องการเดินทาง แบ็คแพ็คไปยังอเมริกาใต้ เช่น เปรู อาร์เจนติน่า ส่วนค่าครองชีพ ค่ารถไฟใต้ดิน 3 เปโซ ค่าอาหาร 1 มื้อ 50 เปโซ ถือว่าไม่แพงนัก

 
 - แป้งตอร์ตีย่า เป็นแป้งแผ่นรูปวงกลมทำมาจากแป้งข้าวโพดหรือข้าวสาลี นำไปห่อกับอาหารต่างๆ
 

 
- Chichen Itza เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรมายาในอดีต ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทุกๆ เดือนก.ค.จะมีปรากฎการณ์ที่เงาพระอาทิตย์ส่องมากระทบเหลี่ยมพีระมิด ทำให้เกิดเงาเป็นตัวงูเลื้อยลงมาซึ่งเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มาก
 

 
- Cancun (กันกุ้น) เป็นสถานที่ตากอากาศชื่อดังของประเทศเม็กซิโก อดีตเคยเป็นหนองบึงอยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ แต่ปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีสะพานเชื่อมกับแผ่นดินใหญ่เพื่อรองรับการท่อง เที่ยว
 

 
- Taxco (ตัสโก) เป็นเมืองชื่อเสียงในเรื่องของการทำเหมืองแร่เงิน ถูกค้นพบในศตวรรษที่ 18


 

- Acapulco (อะกาปุลโก) เป็นเมืองท่าที่สำคัญในอดีต ปัจจุบันชื่อเสียงในเรื่องเป็นเมืองตากอากาศ มีรีสอร์ทจำนวนมาก รวมถึงสามารถล่องเรือชมอ่าวได้
 
ข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือหรือนาฟต้า
      (North America Free Trade Agreement  :  NAFTA) 
 



           นาฟต้าจัดตั้งขึ้นในปี   ค.ศ.1992  ปัจจุบันมีสมาชิก  4  ประเทศคือ  สหรัฐอเมริกา แคนาดา  เม็กซิโก และชิลี  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขจัดอุปสรรคทางการค้าและบริการระหว่างประเทศสมาชิกยก เลิกภาษีศุลกากร  ส่งเสริมการแข่งขันที่เป็นธรรม ขยายโอกาส
การลงทุน คุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา  และแก้ไขข้อพิพาททางการค้าในอนาคตนาฟต้าจะเป็นเขตการค้าที่ใหญ่มากมีจำนวน ประชากรและมูลค่าของสินค้าที่ผลิตได้มากกว่ากลุ่มเศรษฐกิจอื่น ๆ 


  

          นอกจากนี้ยังมีข้อได้เปรียบที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำและวัตถุดิบราคาถูกจาก เม็กซิโกมีเงินทุนและเทคโนโลยีระดับสูงจากสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ปัจจุบันมีนักลงทุนชาวอเมริกันและแคนาดาเข้าไปตั้งโรงงานอุตสาหกรรมใน เม็กซิโกเป็นจำนวนมาก  ทำให้ผลผลิตของนาฟต้าแข่งขันกับตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
          นาฟต้าเป็นตลาดสำคัญของไทยอีกแห่งหนึ่ง  โดยในปี ค.ศ. 1996 ไทยส่งออกสินค้าไปขายนาฟต้าประมาณร้อยละ 19.2  ของมูลค่าสินค้าส่งออกรวม เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป  เครื่องคอมพิวเตอร์  อุปกรณ์และส่วนประกอบแผงวงจรไฟฟ้า  อาหารทะเลกระป๋อง กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง  อัญมณีและเครื่องประดับ  เป็นต้น



จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
10 มีนาคม 2013   

วันเสาร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2556

อเมริกากลางและแคริเบียน

 ข้อมูลโดย tripdd.com และ exteen.com

อเมริกากลางและแคริเบียน เป็นภูมิภาคย่อยที่หมายถึงกลุ่มประเทศที่อยู่ทางตอนใต้ของทวีิปอเมริกาเหนือ อาณาเขตของอเมริกากลางเริ่มต้นที่ทางตอนใต้ของอ่าวเม็กซิโก และสิ้นสุดลงที่พรมแดนระหว่างปานามาและโคลัมเบีย อเมริกากลางประกอบไปด้วยจุดหมายปลายทางที่น่าพิศวงจำนวนมาก ซึ่งรวม 7 ประเทศไว้ด้วยกัน ได้แก่ คอสตาริกา ปานามา กัวเตมาลา ฮอนดูรัส เบลีซ นิการากัว และเอลซัลวาดอร์ มีสิ่งต่างๆ ให้ค้นพบและกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมายและหลากหลายในอเมริกากลาง ตั้งแต่หาดทราย ป่าฝนเขตร้อน ภูเขาไฟ เมืองอาณานิคมของสเปน ไปจนถึงซากอารยธรรมมายา วัฒนธรรมของอเมริกากลางเป็นส่วนผสมของวัฒนธรรมสเปนกับอิทธิพลของชาวอินเดียนแดงพื้นเมือง ผสานกับกลิ่นอายแห่งแคริบเบียน เป็นเวลานานมาแล้วที่นักท่องเที่ยวต่างหวาดกลัวอเมริกากลางเพราะความไม่มั่น คงและความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ก่อนที่จะปฏิรูปให้เป็นประเทศสันติและกลายมาเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่อง เที่ยวที่สุขสงบแต่น่าผจญภัยและค้นหา
 
ชาวพื้นเมืองในอเมริกากลางเผ่าต่าง ๆ หรือที่เรียกกันว่าพวกอินเดียนแดงได้สร้างอารยธรรมที่รุ่งเรืองไว้มากมาย  ก่อนที่พวกล่าอาณานิคมชาวสเปนจะเข้ามาปกครอง  แต่ละชนเผ่าต่างก็สร้างชุมชนและวัฒนธรรมของตัวเองจนเกิดเป็นอารยธรรมขึ้นมา เป็นเวลากว่าพันปี  มีความรู้ทางด้านสถาปัตยกรรม คณิตศาสตร์และดาราศาสตร์เป็นอย่างดี  มีการสร้างวิหารและพีระมิดจำนวนมากมาย กระจัดกระจายทั่วไปในตอนกลางของทวีปอเมริกาเหนือ ในประเทศเม็กซิโก กัวเตมาลา เบลิซ ฮอนดูรัส

วัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของชาวอินเดียนแดงในเม็กซิโกสามารถแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มมายา (Maya) ที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรยูคาทาน กับกลุ่มแอซเท็ก (Aztec) ที่อาศัยทางตอนกลางของประเทศเม็กซิโกแถบเมืองหลวง กรุงเม็กซิโกซิตี้  
 
ห่างจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ เพียง 40 กว่ากิโลเมตร จะพบเมืองโบราณเรียกว่า เทโอทิวาคาน (Teotihuacan)  ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและรุ่งเรืองที่สุดใน ทวีปอเมริกา ครอบคลุมเนื้อที่กว่า 83 ตารางกิโลเมตร  ยุคที่รุ่งเรืองสูงสุดอยู่ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 2-5  คาดว่ามีประชากรถึงอาศัยอยู่ถึง 250,000 คน  มีพีระมิดที่สูงใหญ่และสำคัญสองแห่ง เรียกว่าพีระมิดแห่งพระอาทิตย์ (Pyramid of the Sun) และพีระมิดแห่งพระจันทร์ (Pyramid of the Moon) ที่ยังปรากฏจนถึงปัจจุบัน
 
 "Pyramid of the Moon"
 
ตรงกลางของทั้งสองพีระมิดเชื่อมด้วยถนนขนาดกว้าง เรียกว่า Avenue of the Dead   ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อที่คนรุ่นหลังเรียกขึ้นมาเนื่องจากอารยธรรมได้สาบสูญไป นานแล้ว  เมื่อชนเผ่าแอซเต็ก (Aztec) ซึ่งอพยพมาจากทางตอนเหนือของประเทศมาตั้งรกรากแถบนี้ ได้ค้นพบเมืองโบราณที่ร้างผู้คนเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง จึงเรียกเมืองนี้ว่า เทโอทิวาคาน(Teotihuacan)  ซึ่งแปลว่าเมืองที่พระเจ้าประทานให้

จากรูป พีระมิดขนาดใหญ่ทางซ้ายมือของ Avenue of the Dead ที่เห็นไกล ๆ คือพีระมิดแห่งพระอาทิตย์ 

 
ตามความเชื่อของชนเผ่าโบราณ ทุก 50 ปีจะสร้างพีระมิดหลังใหม่ครอบคลุมพีระมิดหลังเดิมซึ่งถูกฝังอยู่ภายใน เพราะเชื่อว่าจะเข้าใกล้ท้องฟ้าและสวรรค์มากขึ้น  รูปที่เห็นนี้คือส่วนของพีระมิดชั้นในที่ถูกคลุมด้วยพีระมิดชั้นนอก เมื่อพีระมิดชั้นนอกผุพังลง จึงได้ปรากฏให้เห็นถึงลวดลายวิจิตรพิสดารภายในที่ถูกปกคลุมซ่อนตัวเป็นเวลา กว่าพันปี จะเห็นลวดลายหัวสัตว์ที่ประดับที่ฐานของพีระมิดชั้นในอย่างสวยงาม 


ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองเทโอทิวาคานยังไม่เป็นที่ทราบอย่างแน่นอนในปัจจุบัน  มีปริศนามากมาย เช่น ใครคือชนเผ่าที่สร้างเมืองนี้ขึ้น พีระมิดและอาคารทั้งหลายสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด และทำไมอยู่ ๆ เมืองนี้ถึงได้กลายเป็นเมืองร้างเป็นเวลากว่าหลายร้อยปี จนมีเผ่าพันธุ์ใหม่เข้ามาอาศัยในภายหลัง  


 
เมืองโบราณอีกแห่งทางเหนือของกรุงเม็กซิโกซิตี้ไปประมาณ 90 กิโลเมตร มีชื่อว่าทูล่า (Tula)  เคยเป็นชุมชนของชาวพื้นเมืองอีกกลุ่ม เรียกว่าพวกโทลเทค (Toltecs)  มีวิหารสำคัญ   ตอนบนจะเห็นตุ๊กตานักรบ 4 ตัว ซึ่งจริง ๆ มีหน้าที่เป็นเสาค้ำยันหลังคาวิหาร  ปัจจุบันส่วนหลังคาได้ผุพังไปหมดแล้วจึงเหลือเพียงตุ๊กตานักรบยืนเด่นเป็น สง่า   ตัวที่อยู่ทางซ้ายสุด ได้ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่กรุงเม็กซิโกซิตี้   ที่เห็นเป็นรูปจำลองที่สร้างขึ้นทีหลัง
 
ชิเชน อิทซ่า (Chichen Itza)  เป็นอารยธรรมที่รุ่งเรืองที่สุดของพวกมายา  ตั้งอยู่บนคาบสมุทรยูคาทาน ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ  มีความเจริญสูงสุดทางด้านคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ และสถาปัตยกรรมศาสตร์    ปัจจุบัน นอกจากจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก้ แล้ว  ยังได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ อีกด้วย  
 
ศูนย์กลางของชิเชน อิทซ่า คือพีระมิดขนาดใหญ่ที่เรียกว่า เอล คาสติลโล่ (El Castillo) หรือพีระมิดของเทพคูคุลคาน (Pyramid of Kukulkan) เป็นพีระมิดแบบขั้น มี 9 ขั้น   มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส   แต่ละด้านมีบันไดขึ้นไปถึงยอด ด้านละ 91 ขั้น   รวม 4 ด้าน มีบันได 364 ขั้น  เมื่อนับชั้นบทสุดด้วยจะรวมเป็น 365 ขั้น ซึ่งเท่ากับจำนวนวันในหนึ่งปี
 
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุด คือในวันที่ 21 มีนาคม และ 23 กันยายน ซึ่งวันดังกล่าวเรียกว่าวัน equinox   เป็นวันที่พระทิตย์ทางทิศตะวันออกพอดี และตกทางทิศตะวันตกพอดี  และมีกลางวันกับกลางคืนเท่ากัน    ในสองวันนี้ของทุกปีจะเกิดปรากฏการณ์สำคัญคือ ตอนบ่าย ๆ แสงอาทิตย์จะตกกระทบกับสันของพีระมิด  เกิดเป็นเงาที่บันไดด้านทิศเหนือเป็นรูปตัวงู   เสมือนหนึ่งว่าเทพเจ้างูค่อย ๆ เลื้อยลงมาจากยอดพีระมิดซึ่งเปรียบเหมือนสวรรค์เพื่อมาเยี่ยมเยียนโลกมนุษย์   เมื่อแสงกระทบเต็มที่จะเห็นเป็นรูปงูที่มีหัวงูอยู่ที่ฐานบันได  ส่วนตัวงูจะทาบไปตามด้านข้างของบันได  เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก   การจะสร้างปรากฏการณ์เช่นนี้ได้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ และสถาปัตยกรรมเป็นอย่างดีเยี่ยม 
 
ในรูปนี้ นักท่องเที่ยวมาชุมนุมเพื่อดูปรากฏการณ์นี้  เห็นตัวงู (ที่เป็นเงา) ตรงบันไดไหมครับ 
 

 
สัญลักษณ์สำคัญที่พบเห็นหลายแห่งคือรูปปั้นคนนั่ง เอกเขนก ที่เรียกว่า ชักมูล (Chac Mool)  รูปปั้นนี้หมายถึงอะไรหรือแทนใคร ยังเป็นปริศนาอยู่ในปัจจุบันนี้
 
เมืองโบราณอูชมาล (Uxmal)  ของพวกอินเดียนแดงเผ่ามายา (Maya)  ที่อาศัยอยู่บนคาบสมุทรยูคาทาน (Yucatan)  มีกลุ่มอาคาร 15 กลุ่ม กระจายอยู่ในระยะความยาว 2 กิโลเมตร  อาคารเหล่านี้จะแบ่งเป็นห้อง ๆ สำหรับพระและชนชั้นปกครองอาศัยอยู่ภายใน
 
พีระมิดขนาดใหญ่แห่งอูชมาล มีชื่อเรียกว่าพีระมิดของโหราจารย์ (Pyramid of soothsayers)  มีฐานเป็นรูปวงรี  แทนที่จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมเหมือนพีระมิดที่พบเห็นที่อื่น ๆ 

 
อูชมาลเป็นหนึ่งในมรดกโลกของยูเนสโก้ด้วยเมื่อปี ค.ศ.1996 (หรือ พ.ศ.2539) 

 
นี่ก็อีกที่หนึ่งในเม็กซิโก ชื่อ El Tajin เป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก้อีกแห่งหนึ่ง 

 
นี่ก็ พาเลงเก้ (Palenque) อีกหนึ่งมรดกโลก มีเยอะมากประเทศนี้ 

 
นอกจากในเม็กซิโกแล้ว อารยธรรมโบราณของพวกมายายังคลุมไปถึงประเทศกัวเตมาลา  เบลิซ และฮอนดูรัส   โดยเฉพาะที่ทิคาล (Tikal)  ในกัวเตมาลา  ซึ่งเป็นโบราณสถานของพวกมายาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 

 
ที่นี่มีพีระมิดแบบขั้นถึง 6 แห่ง  มีอาคารอื่น ๆ อีกมากมายนับร้อยพันและยังรอการขุดสำรวจอยู่อีกเป็นจำนวนมาก  อารยธรรมที่ทิคาลเก่าแก่พอ ๆ กับที่เทโอทิวาคานเลยทีเดียว
 

จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
9 มีนาคม 2013