วันพุธที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เพลงชาติเยอรมนี (Das Lied der Deutschen)

 ข้อมูลโดย Wikipedia


เพลงชาติสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีมีชื่อว่า Das Lied der Deutschen (ดาส ลีด แดร์ ดอยท์เชิน - เพลงสดุดีชาวเยอรมัน) หรือในอีกชื่อหนึ่ง คือ Das Deutschlandlied (ดาส ดอยท์ชลันด์ลีด - เพลงสรรเสริญประเทศเยอรมนี") สำหรับในต่างประเทศในบางครั้งจะรู้จักกันในชื่อ Deutschland über alles (ดอยท์ชลันด์ อือเบอร์ อัลเลส - ประเทศเยอรมนีเหนือทุกสรรพสิ่ง) ซึ่งเป็นวรรคแรกและท่อนแยกของเพลงนี้ในบทที่ 1 แต่ชื่อดังกล่าวไม่ใช่ชื่อของเพลงนี้อย่างแท้จริง

 

ทำนองของเพลงนี้ประพันธ์โดย Franz Joseph Haydn (ฟรานซ์ โจเซฟ ไฮเดิน ชาวออสเตรีย) เมื่อปี 1797 เพื่อใช้เป็นเพลงประจำพระองค์จักรพรรดิแห่งออสเตรีย เนื่องในโอกาสงานเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 2 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ปกครองออสเตรียในฐานะจักรพรรดิฟรานซ์ที่ 1 แห่งออสเตรีย) ต่อมาในปี 1841 August Heinrich Hoffmann von Fallersleben (ออกุสต์ ไฮน์ริค ฮอฟฟ์มันน์ ฟอน ฟัลเลอสเลเบน) นักภาษาศาสตร์และกวีชาวเยอรมัน ได้ประพันธ์บทร้องชื่อ Das Lied der Deutschen ตามทำนองเพลงของไฮเดิน เนื้อเพลงดังกล่าวถือได้ว่ามีลักษณะเนื้อหาเชิงปฏิวัติในขณะนั้น

"ดาส ลีด แดร์ ดอยท์เชิน" ได้รับเลือกให้ใช้เป็นเพลงชาติเยอรมนีเมื่อปี 1922 ในสมัยสาธารณรัฐไวมาร์ ในปี 1952 ประเทศเยอมนีตะวันตกก็ได้รับเอาเพลงนี้ใช้เป็นเพลงชาติในชื่อ Das Deutschlandlied โดยขับร้องเฉพาะบทร้องบทที่ 1 เท่านั้นในโอกาสที่เป็นทางการ ต่อมาหลังการรวมชาติเยอรมนีในปี 1991 เพลงนี้ก็ได้กลายเพลงชาติเยอรมนีอย่างสมบูรณ์ โดยใช้เฉพาะบทร้องบทที่ 3 เป็นเนื้อร้องเพลงชาติอย่างเป็นทางการ


เนื้อเพลง Das Lied der Deutschen
(ดาส ลีด แดร์ ดอยท์เชิน - เพลงสดุดีชาวเยอรมัน)

Deutschland, Deutschland über alles.
ประเทศเยอรมนี , ประเทศเยอรมนีเหนือกว่าทุกสรรพสิ่ง
Über alles in der Welt.
เหนือกว่าสิ่งใดในโลกหล้า
Wenn es stets zu Schutz und Trutze.
เพื่อการปกป้องและยืนหยัดตลอดไป
Brüderlich zusammenhält.
สำหรับความเป็นพี่น้องที่ยืดถือร่วมกัน
Von der Maas bis an die Memel.
จากแม่น้ำมาส สู่แม่น้ำเมเมิล
Von der Etsch bis an den Belt.
จากแม่น้ำเอช สู่ช่องแคบเบลท์

Deutsche Frauen, deutsche Treue.
เหล่าสตรีชาวเยอรมัน และความภักดีของเยอรมัน
Deutscher Wein und deutscher Sang.
ไวน์ของเยอรมัน และเพลงเยอรมัน
Sollen in der Welt behalten.
ต้องรักษาไว้ในโลก
Ihren alten schönen Klang.
เสียงไพเราะอันเก่าแก่ของพวกคุณ
Uns zu edler Tat begeistern.
เป็นแรงใจให้เราทำในสิ่งที่สง่างาม
Unser ganzes Leben lang.
ตลอดชีวิตของพวกเรา

Einigkeit und Recht und Freiheit.
ความสามัคคี , ความยุติธรรม และเสรีภาพ
Für das deutsche Vaterland!
สำหรับแผ่นดินเกิดของชาวเยอรมัน
Danach lasst uns alle streben.
มันทำให้เราทุกคนมุ่งมั่น
Brüderlich mit Herz und Hand!
ฉันพี่น้องด้วยมือและหัวใจ!

Sind des Glückes Unterpfand.
คือหลักประกันของความสุข
Blüh' im Glanze dieses Glückes.
จงเจริญขึ้นด้วยความสุขเหล่านี้เถอะ
Blühe, deutsches Vaterland.
จงเจริญ เเผ่นดินเกิดของชาวเยอรมัน


สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 

 จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
21 พฤษภาคม 2014

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

เพลงชาติฝรั่งเศส (La Marseillais)

ข้อมูลโดย Wikipedia 

 

La Marseillais (ลา มาร์แซแยส - เพลงของชาวมาร์แซย์") เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย Claude Joseph Rouget de Lisle (โกลด โฌแซ็ฟ รูเฌ เดอ ลีล) เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1792 ที่เมือง Strasbourg ( ชตรัสส์บูร์ก) ในแคว้น Alsace (อาลซัส) เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า "Chant de guerre de l'Armée du Rhin" (ชอง เดอ แกร เดอ ลัคร์มี ดู แครง - เพลงแห่งสงครามของกองทัพจากแม่น้ำไรน์") 

 

เดอลีลได้อุทิศเพลงนี้ให้แก่นายทหารชาวแคว้น Bayern ("ไบเอิร์น" อยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน) ซึ่งเกิดในประเทศฝรั่งเศสผู้หนึ่ง คือ Nicolas Luckner (จอมพลนีกอลา ลุคเนอร์) เมื่อกองทหารจากเมืองมาร์แซย์ได้ขับร้องเพลงนี้ขณะเดินแถวทหารเข้ามายังกรุงปารีส ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และกลายเป็นเพลงปลุกใจในการร่วมปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเพลง "ลา มาร์แซแยส" ดังปรากฏอยู่ในปัจจุบันด้วย
 

สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสได้ออกประกาศรับรองให้เพลงลามาร์แซแยซ เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 1795 ต่อมาเพลงนี้ได้ถูกงดใช้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 แห่งจักรวรรดิฝรั่งเศสที่ 1 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 

 

ซึ่งมีการนำเพลงอื่นมาใช้เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสแทนในระยะเวลาดังกล่าวแทน โดยรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ใช้เพลงชาติที่ชื่อว่า Veillons au Salut de l'Empire (เวยง โซ ซาลู เดอ ลองปีแอร์ - พวกเราจงคารวะให้จักรวรรดิ) โดยรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 ใช้เพลงชาติที่ชื่อว่า Le Retour des Princes Français à Paris (เลอ เครอตูร์ เด แปรงส์ ฟรองแซ ซา ปาครี - การกลับมาของเจ้าชายฝรั่งเศสที่ปารีส) 

 

หลังการปฏิวัติในปี 1830 เพลงนี้ก็ได้กลับมาใช้เป็นเพลงชาติในระยะสั้น ๆ แต่ก็งดใช้อีกครั้งในสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ตราบจนกระทั่งฝรั่งเศสเข้าสู่สมัยสาธารณรัฐที่ 3 เพลงนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติอย่างถาวรเมื่อปี 1879
 
เนื้อเพลง La Marseillaise  
 (ลา มาร์แซแยส - เพลงของชาวมาร์แซย์)



Allons enfants de la Patrie.
มาเถอะ ลูกหลานแห่งแผ่นดินเกิดทั้งหลาย  
Le jour de gloire est arrivé!
วันแห่งความรุ่งโรจน์ได้มาถึงแล้ว!  
Contre nous de la tyrannie.  
ต่อสู้กับเราจากระบอบเผด็จการ
L'étendard sanglant est levé.
การนองเลือดได้ยกระดับขึ้น
Entendez-vous dans les campagnes?
คุณได้ยินเสียงในชนบทไหม?   
Mugir ces féroces soldats?
คำรามใส่ทหารที่อำมหิตเหล่านี้ไหม?  
Ils viennent jusque dans vos bras.   
พวกมันเข้ามาประชิดระหว่างแขนของคุณ
Égorger vos fils, vos compagnes!   
ฆ่าลูกหลานพวกคุณ เพื่อนของพวกคุณ    

Aux armes, citoyens!
จงหยิบอาวุธ เหล่าปวงประชา!  
Formez vos bataillons!
จัดกองทัพของพวกคุณไว้!
Marchez , marchez!
เดินทัพ เดินทัพ!  
Qu'un sang impur.
เลือดอันโสมม
Abreuve nos sillons!   
จะสิ้นไปจากรอยไถของเรา
   
Amour sacré de la Patrie.
ความเคารพรักของแผ่นดินเกิด   
Conduis, soutiens nos bras vengeurs.
จงนำและสนับสนุนลำแขนแห่งผู้ล้างแค้นของเรา  
Liberté, Liberté chérie.
เสรีภาพ , เสรีภาพที่รัก  
Combats avec tes défenseurs!   
จงมาทำศึกกับผู้ปกป้องของเธอ!
Sous nos drapeaux que la victoire.
ภายใต้ธงแห่งชัยชนะของเรา   
Accoure à tes mâles accents.
รีบตามสำเนียงจากเหล่าบุรุษของเธอมา
Que tes ennemis expirants.    
ขอให้ศัตรูของเธอที่สิ้นไป
Voient ton triomphe et notre gloire!   
มาเห็นการฉลองชัยและเกียรติยศของเธอ     

Rejoignez le groupes de facebook "Le Club des Langues occidentales de Université Ramkhamhaeng" à https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
20 พฤษภาคม 2014


วันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Julien Doré - Paris-Seychelles

ข้อมูลโดย Wikipedia
 Paris-Seychelles
(กรุงปารีส - ประเทศเซเชลส์)

 เนื้อเพลง

Te sourire dehors à Angoulême.
รอยยิ้มนอกบ้านซึ่งให้เธอที่เมืองอองกูแลม

 

Un Chasse-Spleen Melchior, Paris-Seychelles.
ขวดไวน์แชสเซอ สปีน , จากกรุงปารีสถึงประเทศเซเชลส์


 

Découvrir ton corps depuis la Seine.
การพบกายเธอจากแม่น้ำแซน


 

Du sombre décor Lucrèce et reine.
ด้วยฉากอันมืดมัวของนางลูแครเซอและราชินี




On s'était dit des choses.
เราเคยกล่าวถึงหลายสิ่ง
Que l'on ne tiendra pas.
ที่เราไม่ได้เก็บไว้
Le temps que l'eau se pose.
ช่วงเวลาที่น้ำเกิดขึ้นมา
Sur nos ronces lilas.
บนพุ่มไม้สีม่วงของเรา

Le soleil s'endort sur Seychelles.
ดวงตะวันได้ผลอยหลับบนประเทศเซเชลส์
 

Le sable et l'aurore , fleur de sel.
ทราย ดอกเกลือ และยามรุ่งอรุณ 


 

Attends moi je sors de l'île aux cerfs.

รอฉันหน่อย ฉันจะออกมาจากเกาะกวาง

 
 
L'orage est de l'or pour ces perles.
พายุทองคำเพื่อไข่มุกเหล่านี้

I need your soul.
ฉันขาดวิญญาณของเธอไม่ได้
I won't let you go.
ฉันจะไม่ยอมให้คุณไป

Souffrir la mort pour te plaire.
การเจ็บปวดกับความตายเพื่อให้เธอพึงพอใจ
Défendre nos torts et puis se taire.
ป้องกันความเข้าใจผิดของเรา แล้วหยุดพูด
Le désir encore pour l'hiver.
ความปรารถนายังคงอยู่สำหรับฤดูหนาว
Un chaos d'efforts sous Saint-Hilaire.
ความโกลาหลของความพยายามในเมืองซอง ทีแลร์


 

Le temps que l'on se pose.
ช่วงเวลาที่เราได้กำหนดไว้

 
 

Sur nos lauriers mayas.
ภายใต้ความรุ่งโรจน์แบบมายันของเรา


 

     Julien Doré, né le 7 juillet 1982 à Alès dans le Gard, est un auteur-compositeur-interprète et acteur français, gagnant de l'émission télévisée Nouvelle Star en 2007.
     ฌูเลียง โดเคร่ เกิดวันที่ 7 กรกฎาคม 1982 ที่เมืองอาเเล ในเขตการปกครองการ์ เขาเป็นนักร้องนักแต่งเพลง และนักแสดงชาวฝรั่งเศส ผู้ชนะเลิศในรายการโทรทัศน์ "ดาราใหม่" ในปี 2007


 Rejoignez le groupes de facebook "Le Club des Langues occidentales de Université Ramkhamhaeng" à https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
19 พฤษภาคม 2014


วันอาทิตย์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Zaz - On ira

ข้อมูลโดย Wikipedia


On ira
(อง นีครา - พวกเราจะ...)

เนื้อเพลง

On ira écouter Harlem au coin de Manhattan.
เราจะสนใจฟังย่านฮาร์เล็มที่หัวมุมของเมืองแมนฮัตตัน (อเมริกา)

On ira rougir le thé dans les souks à Amman.
เราจะกลั้วชาในตลาดซุกที่เมืองอัมมาน (จอร์แดน)


 

On ira nager dans le lit du fleuve Sénégal.
เราจะว่ายน้ำในก้นแม่น้ำของประเทศเซเนกัล

 

Et on verra brûler Bombay sous un feu de Bengale.
และเราจะดูการเผาเมืองบอมเบย์ (อินเดีย) ด้วยดอกไม้ไฟจากอ่าวเบงกอล



On ira gratter le ciel en dessous de Kyoto.
เราจะตะกุยท้องฟ้าใต้กรุงเกียวโต (ญี่ปุ่น)


On ira sentir Rio battre au cœur de Janeiro.
เราจะรู้สึกถึงการเต้นของหัวใจที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร (บราซิล)


 

On lèvera nos sur yeux sur le plafond de la chapelle Sixtine.
เราจะลืมตาของตัวเองดูใต้เพดานโบสถ์ซิสติน (วาติกัน)


Et on lèvera nos verres dans le café Pouchkine.
และเราจะชูแก้วของเราในร้านกาแฟพุชกิน (รัสเซีย)


 

Oh qu'elle est belle notre chance.
โอ้ มันคือโอกาสที่ดีมากของเรา
Aux milles couleurs de l'être humain.
หลายพันสีสันที่มาจากมนุษย์
Mélangées de nos différences.
ถูกผสมด้วยความหลากหลายของเรา
A la croisée des destins.
ที่กางเขนแห่งโชคชะตา

Vous êtes les étoiles nous somme l'univers.
พวกคุณคือดวงดาว เราคือจักรวาล
Vous êtes en un grain de sable nous sommes le désert.
พวกคุณอยู่ในเม็ดทราย ส่วนเราเป็นทะเลทราย
Vous êtes mille pages et moi je suis la plume.
คุณคือกระดาษพันหน้า และตัวฉันคือปากกา

Vous êtes l'horizon et nous sommes la mer.
พวกคุณคือขอบฟ้า และเราคือทะเล
Vous êtes les saisons et nous sommes la terre.
พวกคุณเป็นฤดูกาล และเราเป็นแผ่นดิน
Vous êtes le rivage et moi je suis l'écume.
คุณคือชายทะเล และตัวฉันคือฟองคลื่น
 

On dira que les poètes n'ont pas de drapeaux.
เราจะพูดว่าพวกนักกวีไม่มีธง
On fera des jours de fête quand on a deux héros.
เราจะฉลองวันงานอย่างยิ่งใหญ่ เรามีวีรบุรุษ 2 คน
On saura que les enfants sont les gardiens de l'âme.
เราจะรู้ว่าเด็กทั้งหลายเป็นเหมือนผู้พิทักษ์วิญญาณ
Et qu'il y a des reines autant qu'il y a de femmes.
และมีราชินีมากมายเช่นเดียวกับที่มีผู้หญิงหลายคน

On dira que les rencontres font les plus beaux voyages.
เราจะพูดว่าการพบกันเป็นการท่องเที่ยวที่ดีที่สุด
On verra qu'on ne mérite que ce qui se partage.
เราจะพบว่าเราไม่สมควรได้รับสิ่งที่ทำให้แตกแยก
On entendra chanter des musiques d’ailleurs.
เราจะได้ยินการขับร้องเสียงดนตรีจากที่อื่น
Et l'on saura donner ce que l'on a de meilleur.
และเราจะรู้จักการให้ในสิ่งที่เรามีด้วยสิ่งที่ดีที่สุด


 

      Zaz, pseudonyme de Isabelle Geffroy , née le 1er mai 1980 à Tours, est une chanteuse française, mêlant les styles jazzy, variété française, soul et acoustique. Elle est l'interprète du titre Je veux, issu de son premier album.
      ซัส เป็นนามแฝงของ อิซาแบล แชฟฟรัว เธอเกิดวันที่ 1 พฤษภาคม 1980 ในเมืองทัวร์ เป็นนักร้องชาวฝรั่งเศส ผสมแนวดนตรีแจ๊ซ , แนวฝรั่งเศสวาไรตี้ , แนวโซลและอะคูสติก เธอเป็นคนแต่งชื่ออัลบั้มแรกของตัวเองว่า "ฉันต้องการ" 



Rejoignez le groupes de facebook "Le Club des Langues occidentales de Université Ramkhamhaeng" à https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
18 พฤษภาคม 2014

วันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Max Boublil - J'aime les moches

 ข้อมูลโดย Wikipedia

J'aime les moches
(ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด)

 

 เนื้อเพลง

J'aime pas les parisiennes.
ฉันไม่ชอบชาวปารีส
J'aime pas les filles qui s'aiment.
ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่รักกันเอง
Celles qui se regardent dans la vitre du métro.
พวกนั้นพบเห็นได้ในหน้าต่างของรถไฟใต้ดิน
J'aime pas les comédiennes.
ฉันไม่ชอบตัวตลก
J'aime pas les filles mondaines.
ฉันไม่ชอบผู้หญิงทางโลก
J'aime pas celles qui se laissent inviter au resto.
ฉันไม่ชอบพวกนั้นที่ยอมให้ตัวเองถูกเชิญไปที่ภัตตาคาร
J'aime pas les filles trop belles, les petites filles modèles.
ฉันไม่ชอบผู้หญิงที่สวยเกินไป พวกนางแบบสาวน้อย
T'as peur qu'on te les volent dès que tu tournes le dos.
เธอกลัวว่าเราจะบินหนีไปเมื่อเธอหันกลับมา
J'aime pas les filles fashion, les fausses Paris Hilton.
ฉันไม่ชอบแฟชั่นของผู้หญิง พวก "ปารีส ฮิลตัน" จอมปลอม
Celles qui se maquillent même pour aller au McDooo.
พวกนั้นแต่งหน้าอย่างเดียวกันเพื่อไปที่ร้านแมคโดนัลด์
Moi j'aime les moches, parce qu'on se les fait pas piquer.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด เพราะว่ามันไม่ได้ทำร้ายใคร
J'aime les moches, on se sent plus beau à côté.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด มันทำให้รู้สึกถึงด้านที่สวยงามมากขึ้น
Moi j'aime les moches et j'ai du mal à m'en passer.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด และฉันไม่อาจมองข้ามมันได้ 


J'aime les moches.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด
Moi j'aime les moches, finit la haute gastronomie.
ฉันน่ะชอบสิ่งน่าเกลียด มันทำให้หยุดการเจริญอาหารได้
J'aime les moches, moi je veux une boîte de raviolis.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด ฉันต้องการราวีโอลีกล่องหนึ่ง (พาสต้า)
Moi j'aime les moches, parce qu'elles veulent bien venir dans mon lit.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด เพราะว่าพวกหล่อนยินดีที่จะมาในเตียงของฉัน


 

J'aime pas les p'tites bourgeoises, qui te rangent dans une case, t'as toujours l'impression de ne pas être au niveau.
ฉันไม่ชอบการแบ่งชนชั้น ซึ่งกำหนดให้เธออยู่ในกระท่อม เธอจะประทับใจเสมอที่ไม่ถูกจัดอันดับ

J'aime pas le genre de filles, qui traînent en boîte de nuit et qui te refilent toujours un faux numérooo.
ฉันไม่ชอบผู้หญิงประเภทที่เรื่อยเฉื่อยอยู่ในไนท์คลับ และเอาเบอร์ปลอมมาให้เธอเสมอ Moi j'aime les moches, ça donne un côté tolérant.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด มันช่วยในด้านความอดทน
J'aime les moches ça me rend plus intelligent.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด มันทำให้ฉลาดขึ้น
Moi j'aime les moches, et les moyennes de temps en temps.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด และสิ่งปกติเป็นบางครั้งบางคราว



Moi j'aime les moches, je m'en fous des mannequins à talons.
ฉันน่ะชอบสิ่งน่าเกลียด ฉันไม่สนนางแบบใส่ส้นสูง
J'aime les moches, je veux qu'elle s'habille chez décathlon.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด ฉันต้องการให้เธอใส่ชุดกรีฑา 10 ประเภท
Moi j'aime les moches, moi j'aime le boudin j'aime le thon.
ฉันน่ะชอบสิ่งน่าเกลียด ตัวฉันน่ะชอบไส้กรอก ชอบปลาทูน่า

Moi j'aime les moches, même si la déco est banale.
ฉันน่ะชอบสิ่งน่าเกลียด เช่นเดียวกับเครื่องตกแต่งที่ดูธรรมดา
J'aime les moches, il fait chaud dans un deux étoiles.
ฉันชอบสิ่งน่าเกลียด มันเร่าร้อนในระดับ 2 ดาว
Moi j'aime les moches, faut soigner le mal par le mal.
ฉันน่ะชอบสิ่งน่าเกลียด ต้องรักษาสิ่งที่ไม่ดีด้วยสิ่งที่ไม่ดี

Moi j'aime les moches, y'en a qui aiment les Picasso.
ฉันน่ะชอบสิ่งน่าเกลียด พวกเขาเป็นคนที่รักปีกัสโซ
J'aime les moches, je les aime en vrai pas en tableaux.
ฉันน่ะชอบสิ่งน่าเกลียด ฉันชอบมันอย่างแท้จริง ไม่มีแผนการ
Moi j'aime les moches, j'aime les laiderons, j'aime les cageots.
ฉันน่ะชอบสิ่งน่าเกลียด ฉันชอบผู้หญิงที่น่าเกลียด ฉันชอบลังไม้



     Maximilien Léon Boublil (Max Boublil) né le 17 mai 1979 à Paris , est un humoriste, acteur et chanteur français.
     แม็กซิมิเลียง เลอง บูบลิล (แม็ก บูบลิล) เกิดวันที่ 17 พฤษภาคม 1979 ที่กรุงปาครี เขาเป็นนักแสดงตลก นักแสดงชาย และนักร้องชาวฝรั่งเศส

 
หรือสามารถเข้าไปดูได้ที่ MThai คลิกเลย

Rejoignez le groupes de facebook "Le Club des Langues occidentales de Université Ramkhamhaeng" à https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/
 
จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
17 พฤษภาคม 2014

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Group H World cup 2014

ข้อมูลโดย Wikipedia

 

กลุ่ม H ประกอบด้วย

ประเทศเบลเยี่ยม (België - เบลฆีเอ "ภาษาดัตช์" , Belgique - เบลชีก "ภาษาฝรั่งเศส" และ Belgien - เบลเกียน "ภาษาเยอรมัน") 
 

ภาษาราชการมี 3 ภาษาคือ 
1.ภาษาฮอลันดา (Dutch - ดัตช์) 
2.ภาษาฝรั่งเศส (Français - ฟรองแซ)
3.ภาษาเยอรมัน (Deutsch - ดอยช์)

ทีมชาติเบลเยี่ยมมีฉายาว่า Rode Duivels (โรเดอ ไดเฟลส์ - ดัตช์) Diables Rouges (เดียเบลอ โครช - ฝรั่งเศส) และ Rote Teufel (โรเทอ ทอยเฟิล - เยอรมัน) ทุกภาษาแปลว่า "ทีมปีศาจแดง" 

 

ปัจจุบัน ทีมชาติเบลเยี่ยมมีอันดับโลกอยู่ที่ 12 ของ FIFA Ranking

ทีมชาติเบลเยียม คือทีมชั้นแนวหน้าของวงการลูกหนังปี 1980 พวกเขาเป็นรองแชมป์ยุโรป ตำแหน่งที่ยักษ์ใหญ่บางชาติไม่เคยได้สัมผัส และอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 1986 ได้เหรียญทองโอลิมปิก 1920 ดาวดังสมัยนั้นคือ แต่พวกเขากลับรักษามาตรฐานการเล่นไม่ได้ 

โดยเฉพาะศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ซึ่งนับจากปี 1984 ก็ไม่เคยเข้ารอบสุดท้ายอีกเลย ยกเว้น ยูโร 2000 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพร่วมกับ ฮอลแลนด์ ส่วนฟุตบอลโลก ถัดจากปี 1986 ก็เข้ารอบสุดท้าย 4 ครั้ง แต่ไปไกลสุดแค่รอบ 2 ยุคสุดท้าย ที่ไปในประเทศเกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมกันในปี 2002 แต่พอหมดรุ่นนี้แล้ว ทีมชาติเบลเยียมก็ตกต่ำมาตลอด บอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 12 ของพวกเขา

*เส้นทางฟุตบอลโลกของทีมชาติเบลเยี่ยม*

หลังจากที่ทีมชาติเบลเยี่ยม ตกต่ำมานาน ยุคนี้พวกเขาจะได้ลืมตาอ้าปากซะที เพราะทีมชาติเบลเยี่ยมยุคนี้เต็มไปด้วยดาวรุ่งฝีเท้าดีหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ในทีมสโมสรใหญ่ของประเทศอังกฤษ และอาจกล่าวได้ว่า ตัวผู้เล่นโดยรวมของพวกเขาดีกว่าทุกทีมร่วมกลุ่มด้วยซ้ำ ประกอบกับทีมชาติเบลเยี่ยมได้อยู่ในกลุ่มที่ไม่เเข็งมาก ที่มีทีมชาติรัสเซีย , แอลจีเรีย และเกาหลีใต้ เพียงแต่โค้ชของพวกเขา Marc Wilmots (มาร์ค วิลโมท์) ยังคงต้องรอการพิสูจน์ตัวเอง ว่าจะวางแผนการเล่นได้ดีเพียงไร
 

อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อว่าทีมชาติเบลเยี่ยมน่าเข้ารอบต่อไปค่อนข้างแน่ เพราะสภาพทีมโดยรวมก็ยังคงดีกว่าทีมชาติแอลจีเรีย และเกาหลีใต้มาก ปัญหาคือรอบต่อไป ไม่ว่าพวกเขาจะเข้าเป็นที่ 1 หรือที่ 2 ของสาย พวกเขาน่าจะเจอทีมชาติเยอรมันหรือไม่ก็โปรตุเกส ซึ่งเป็นทีมที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขามาก จึงเป็นเรื่องยากที่จะกล่าวว่าพวกเขาจะไปได้ไกลกว่ารอบ 16 ทีม

ประเทศรัสเซีย (Россия - รัสซียา) ใช้ภาษารัสเซีย (русский язык - รุสสกีย์ ยีซึก) เป็นภาษาราชการ 
 

ทีมชาติรัสเซียมีฉายาว่า Сборная команда (สโบร์นายา กามันดา - คณะขุนพล) , Трёхцветные (โตรค์สเวียทเนีย - ทีมสามสี) , Медведи (มีดวีดี - พวกหมี) และ Русская дружина (รุสการยา ดรูชีนา - ทีมของรัสเซีย) ส่วนคนไทยพอเห็นประเทศรัสเซียมีหมีขั้วโลกเยอะก็เลยตั้งให้ว่าทีม "หมีขาว" ทันที

ปัจจุบัน ทีมชาติรัสเซียมีอันดับโลกอยู่ที่ 18 ของ FIFA Ranking

ทีมชาติรัสเซีย ก่อตั้งขึ้นมาครั้งแรกในยุคจักรวรรดิรัสเซียในนามทีมชาติจักรวรรดิรัสเซีย ต่อมาได้มีการก่อตั้งเป็นสหภาพโซเวียต ซึ่งเป็นอาณาจักรใหญ่ ทีมชาติสหภาพโซเวียตจึงมีความแข็งแกร่ง และประสบความสำเร็จมากมาย เคยได้อันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 1966 และแชมป์ยุโรป 1960 หลังจากสหภาพโซเวียตล่มสลายไปในปี ค.ศ. 1991 ได้มีการแตกออกเป็นประเทศต่าง ๆ มากมาย ทีมชาติรัสเซียได้ลงเล่นเป็นครั้งแรกในกรุงมอสโก โดยใช้ผู้เล่นเดิมจากทีมชาติสหภาพโซเวียตเป็นหลัก ฟีฟ่าจึงได้พิจารณาให้ทีมชาติรัสเซีย เป็นทีมที่ต่อมาจากทีมชาติสหภาพโซเวียต และทีมชาติเครือรัฐเอกราช ตามลำดับ

ทีมชาติรัสเซียได้เข้าร่วมการแข่งขันในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 โดยครั้งแรกในปี 1958 และร่วมแข่งขันในฟุตบอลยูโร 9 ครั้ง โดยได้แชมป์ในการเข้าร่วมครั้งแรก คือ ยูโร 1960



*เส้นทางฟุตบอลโลกของทีมชาติรัสเซีย*

ทีมชาติรัสเซียโชคดีได้อยู่ในสายที่อ่อนมาก ประกอบด้วยทีมชาติเบลเยียม , แอลจีเรีย และเกาหลีใต้ แม้นักเตะส่วนใหญ่ของพวกเขาค้าแข้งอยู่ในประเทศตัวเอง แต่ได้โค้ชชื่อดังและมากประสบการณ์ผู้ประสบความสำเร็จมาแล้วอย่างมากมายคือ Fabio Capello (ฟาบิโอ กาเปลโล) ชาวอิตาลี ฉะนั้นการที่จะเป็นแชมป์กลุ่ม H จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาเลย

แต่เมื่อพวกเขาผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแล้วต่างหาก ที่จะเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของพวกเขาอย่างแท้จริง เพราะอาจจะได้พบกับทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งคับคั่งไปด้วยนักเตะระดับโลกมากมาย ซึ่งดูจากองค์ประกอบทั้งหมดแล้ว พวกเขาคงหยุดเส้นทางฟุตบอลโลกไว้ที่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในที่สุด


ประเทศเเอลจีเรีย (Algeria) มีภาษาราชการคือภาษา "อาหรับ" และ "ฝรั่งเศส" (Français - ฟรองแซ)

ทีมชาติเเอลจีเรียมีฉายาว่า Les Fennecs (เล เฟนแน็ค - เหล่าสุนัขจิ้งจอกทะเลทราย)
 

ปัจจุบัน ทีมชาติแอลจีเรียมีอันดับโลกอยู่ที่ 25 ของ FIFA Ranking

ทีมชาติแอลจีเรีย อีก 1 ทีมจากทวีปแอฟริกา เข้าสู่รอบสุดท้ายของฟุตบอลโลกได้ 4 ครั้ง คือในปี 1982 , 1986 , 2010 และปี 2014 ทีมชาติแอลจีเรียยังชนะในการแข่งขันแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 1 ครั้งในปี 1990 ด้วยการเป็นประเทศเจ้าภาพ

*เส้นทางฟุตบอลโลกของทีมชาติเเอลจีเรีย* 

 
 
แม้นักเตะทีมชาติแอลจีเรียจะไปค้าแข้งในทวีปยุโรปมากพอสมควร แต่ก็เป็นทีมใหญ่อยู่ไม่กี่ทีม ถ้าเทียบนักเตะกันตัวต่อตัวกับทีมเต็งแชมป์กลุ่มอย่างทีมชาติรัสเซีย และเบลเยี่ยมแล้ว คงต้องบอกว่าสู้กันไม่ได้ แถมโค้ชของพวกเขาก็ยังไม่เป็นที่รู้จักในระดับสากล ดูตามเนื้อผ้าแล้ว ทีมชาติแอลจีเรียคงได้แค่แย่งกันเป็นที่ 3 ของกลุ่มกับทีมชาติเกาหลีใต้นั่นแหละ

ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) มีภาษาราชการคือ "ภาษาเกาหลี" 

 
ทีมชาติเกาหลีใต้มีฉายาว่า นักรบแทกึก (Taeguk ซึ่งเป็นชื่อของธงชาติของประเทศเกาหลีใต้) ส่วนไทยเราก็ตั้งฉายาให้ว่าทีม "โสมขาว"
ปัจจุบัน ทีมชาติเกาหลีใต้มีอันดับโลกอยู่ที่ 56 ของ FIFA Ranking

 

ในระดับโลกนั้น ทีมชาติเกาหลีใต้ ผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 พวกเขาเคยได้อันดับ 4 ในฟุตบอลโลกปี 2002 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของฟุตบอลทีมชาติของทวีปเอเชียในรายการฟุตบอลโลกอีก ด้วย ส่วนผลงานในระดับเอเชียนั้น เกาหลีใต้ชนะเอเชียนคัพ 2 ครั้ง ในปี 1956 และ 1960
*เส้นทางฟุตบอลโลกของทีมชาติเกาหลีใต้*

 
ด้วยองค์ประกอบของทีมชาติเกาหลีใต้แล้ว คงต้องบอกว่าเป็นรองทีมชาติรัสเซีย และทีมชาติเบลเยี่ยม คู่แข่งร่วมสายในเกือบทุกด้าน ทั้งฝีเท้าของนักเตะ และประสบการณ์ของโค้ช จึงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ ที่พอจะช่วยเกื้อหนุนให้พวกเขาบ้างก็คือกองเชียร์ชาวเกาหลีใต้ที่เหนียวแน่น ในทีมชาติของตัวเองเท่านั้น สิ่งที่หวังได้มากที่สุดสำหรับบอลโลกครั้งนี้ของพวกเขา คือการได้ตำแหน่งที่ 3 ของกลุ่มมากกว่า

 Rejoignez le groupes de facebook "Le Club des Langues occidentales de Université Ramkhamhaeng" à https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

 จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
15 พฤษภาคม 2014





วันพุธที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

Group G World cup 2014

ข้อมูลโดย Wikipedia


ทีมชาติเยอรมัน (Deutschland - ดอยช์ลันด์) ใช้ภาษา "เยอรมัน" (Deutsch - ดอยช์) เป็นภาษาราชการ 

 

ทีมชาติเยอรมันมีฉายาว่า Die Nationalelf (ดี นาซิออนาเลฟ - ทีมแห่งชาติ) หรือ Die Mannschaft (ดี มันน์ชาฟท์ - ทีมคณะเอก) ส่วนพี่ไทยพอเห็นตราสัญลักษณ์ของทีมชาติเยอรมัน ก็ตั้งว่าทีม "อินทรีเหล็ก" ทันที
 

ปัจจุบัน ทีมชาติเยอรมันมีอันดับโลกอยู่ที่ 2 ของ FIFA Ranking

ฟุตบอลทีมชาติเยอรมัน เป็นทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งชนะฟุตบอลโลก 3 ครั้ง (1954, 1974, 1990) ฟุตบอลยูโร 3 ครั้ง (1972, 1980, 1996) และฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิก 1 ครั้งในนามของประเทศเยอรมนีตะวันออก พวกเขาร่วมเล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 18

สำหรับบอลโลก
-ปี 1954 ได้ แชมป์โลกครั้งแรก ในนามของเยอรมนีตะวันตก
-ปี 1974 ได้แชมป์อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง ในการเป็นเจ้าภาพ
-ปี 1990 เยอรมันตะวันตกและตะวันออก ได้รวมใช้ทีมชาติร่วมกันเป็นครั้งแรก หลังศึกฟุตบอลโลกที่อิตาลี และได้แชมป์โลกโดยการชนะ ทีมชาติอาร์เจนติน่า 1-0 


*เส้นทางฟุตบอลโลกของทีมชาติเยอรมัน*

 

เรียกกลุ่มของทีมชาติเยอรมันในบอลโลกปี 2014 ว่าเป็นน้อง ๆ "Group of death" ได้เลย เพราะมีทีมชาติโปรตุเกส , กานา และสหรัฐอเมริกาอยู่ร่วมสาย แต่ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอ ในหลายปีที่ผ่านมาของทีมชาติเยอรมัน เชื่อเหลือเกินว่าทีมของพวกเขาจะต้องเป็นแชมป์กลุ่มได้อย่างแน่นอน ส่วนทีมที่จะสร้างความหนักใจให้พวกเขาได้บ้างก็น่าจะเป็นทีมชาติโปรตุเกส 

 

และหากพวกเขาเข้าเป็นที่ 1 ของสายได้ ก็น่าจะไปเจอทีมชาติรัสเซีย หรือไม่ก็เบลเยี่ยม ทีมใดทีมหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ของทีมชาติเยอรมันแต่อย่างใด แต่ถ้าพวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมได้ และทีมชาติฝรั่งเศสมาตามนัด นั่นถึงจะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงของพวกเขา

ประเทศโปรตุเกส (Portugal - โปรตุกัล) ใช้ภาษา "โปรตุเกส" (O português - อู โปรตุเกส) เป็นภาษาราชการ

 

ทีมชาติโปรตุเกสมีฉายาคือ Os Navegadores (อูส นาเวกาโดรีส - เหล่านักเดินเรือ) หรือ Selecção das Quinas (เซเล็กซาว ดาส กีนัส - เครื่องจักรที่ได้รับเลือก) หรือ A Selecção (อา เซเล็กซาว - ทีมที่ถูกเลือก) ส่วนพี่ไทยตั้งฉายาให้ว่า "ทีมฝอยทอง" ตามชื่อขนมไทยที่มีต้นกำเนิดมาจากคนโปรตุเกส

ปัจจุบัน ทีมชาติโปรตุเกสมีอันดับโลกอยู่ที่ 3 ของ FIFA Ranking

 

ฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกส เคยได้อันดับ 4 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 เข้าแข่งฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี ค.ศ. 1966 ซึ่งเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย แล้วได้ที่ 3 ต่อมาฟุตบอลทีมชาติโปรตุเกสติดเข้ารอบฟุตบอลโลกในปี ค.ศ. 1986 และ 2002 แต่ตกรอบไปตั้งแต่รอบแรก 

ในปี ค.ศ. 2003 สหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกสตัดสินใจจ้าง Luis Felipe Scolari (ลุยซ์ ฟิลิปี สโกลารี) โค้ชชาวบราซิลที่นำฟุตบอลทีมชาติบราซิลชนะเลิศในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 และสโกลารีก็นำทีมชาติโปรตุเกสเข้าสู่รอบสุดท้ายในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ แห่งชาติยุโรป 2004 ซึ่งพ่ายให้กับฟุตบอลทีมชาติกรีซ และต่อมายังทำให้ทีมเข้าสู่ฟุตบอลโลก 4 ทีมสุดท้าย เป็นครั้งที่ 2 ในปี 2006 แต่หลังจากนั้นสโกลารีออกไปในปี 2008 เพื่อเป็นผู้จัดการทีมเชลซี โดยได้ Carlos Queiroz (การ์ลูส เกย์รอซ) มาเป็นผู้จัดการคนใหม่ของทีมชาติโปรตุเกสในปี 2008 และเขาได้นำทีมชาติโปรตุเกสเข้าสู่สุดท้ายในฟุตบอลโลก 2010 และในปี 2014 นี้คือ Paulo Bento (เปาลู เบนตู) และบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 ของพวกเขา

*เส้นทางฟุตบอลโลกของทีมชาติโปรตุเกส*

ทีมชาติโปรตุเกสอยู่ร่วมกลุ่มกับทีมแกร่งอย่างทีมชาติเยอรมัน , กานา และสหรัฐอเมริกา ถือเป็นกลุ่มที่ยากเอาเรื่อง แต่ถ้าเทียบตัวผู้เล่นแต่ละตำแหน่งแล้ว ทีมชาติโปรตุเกสก็ยังเหนือกว่ากานา และอเมริกาอยู่ดี โดยเฉพาะกองหลังที่ไปค้าแข้งอยู่ในประเทศสเปนซะส่วนใหญ่ เพียงแต่นักเตะของทีมชาติกานา ฝีเท้าไม่ได้เป็นรองมากนัก

นอกจากมีนักเตะฝีเท้าดีอยู่ในทีมค่อนข้างเยอะแล้ว กว่าทีมชาติโปรตุเกสจะผ่านเข้ารอบคัดเลือกมา ก็เล่นเอาหืดจับ คือเกือบตกรอบไปแล้ว แต่สามารถชนะในนัดสุดท้าย ตีตั๋วเข้ารอบมาได้อย่างจวนเจียนที่สุด เลยเชื่อว่าทีมที่มีลักษณะแบบนี้จะตายยาก! หากต้องเลือกทีมที่จะตามเยอรมันเข้ารอบไปได้ ก็คงเป็นทีมชาติโปรตุเกสนี่แหละ

และหากโปรตุเกสเข้ารอบเป็นที่ 2 ของสาย ก็จะไปเจอกับทีมที่ได้ที่ 1 ของสาย H ถ้าไม่เป็นทีมชาติรัสเซียก็ทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งก็คงไม่คณามือทีมชาติโปรตุเกส ดังนั้นทีมชาติโปรตุเกสน่าจะทะลุเข้ารอบ 8 ทีมได้เป็นอย่างน้อย แต่จะไปถึงรอบ 4 ทีมหรือไม่คงต้องไปถามทีมชาติอาร์เฆนตีนา

ประเทศสหรัฐอเมริกา (United States of America) ใช้ภาษา "อังกฤษ" (English) เป็นภาษาราชการ


ทีมชาติสหรัฐอเมริกามีฉายาคือ The Yanks (ทีมแยงกี้ - พวกแยงกี้ คือชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในมลรัฐ New England) , The Stars and Stripes (ทีมแห่งดาราและแถบยศ) และ The Red, White and Blue (ทีมสีแดง , ขาว และน้ำเงิน)

ปัจจุบัน ทีมชาติสหรัฐอเมริกามีอันดับโลกอยู่ที่ 13 ของ FIFA Ranking
 

แม้ว่าฟุตบอลจะเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมน้อยในประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าเทียบกับกีฬาประเภทอื่น แต่ฟุตบอลทีมชาติอเมริกา ก็ยังเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาค โดยทีมสหรัฐอเมริกานั้นได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก มาแล้ว 5 ครั้ง อย่างต่อเนื่อง และปี 2014 ที่ประเทศบราซิลก็เช่นกัน

ผลงานของทีมสหรัฐอเมริกาได้อันดับสูงสุดคืออันดับที่ 3 ในฟุตบอลโลก 1930 ในการแข่งขันโอลิมปิก ได้ 1 เหรียญเงินและ 1 เหรียญทองแดง สำหรับในระดับภูมิภาคทีมอเมริกาได้ชนะเลิศโกลด์คัพมาแล้ว 4 ครั้ง

*เส้นทางฟุตบอลโลกของทีมชาติสหรัฐอเมริกา*

แม้ฟุตบอลทีมชาติอเมริกาจะมีฝีเท้าไม่ธรรมดา แต่นักเตะของพวกเขาส่วนใหญ่ค้าแข้งอยู่ในเฉพาะประเทศตัวเองเท่านั้น ประกอบกับการที่พวกเขาต้องมาอยู่ในกลุ่มที่แข็งแกร่ง ที่มีทีมอย่างทีมชาติเยอรมัน , โปรตุเกส และกาน่า ประสบการณ์ฟุตบอลในระดับโลกที่พวกเขามี คงยังสู้ทีมเขี้ยวลากดินอย่างทีมชาติเยอรมัน และโปรตุเกสไม่ได้ จึงเป็นการยากที่พวกเขาจะสอดแทรกเข้าไปเป็น 1 ใน 2 ทีมที่จะเข้าสู่รอบต่อไป ปีนี้พวกเขาคงทำได้เพียงแย่งเข้าเป็นที่ 3 ของกลุ่มมากกว่า

ประเทศกาน่า (Ghana) ใช้ภาษา "อังกฤษ" (English) เป็นภาษาราชการ

 

ทีมชาติกาน่ามีฉายาคือ The Black Stars (เหล่าดาราสีดำ)

ปัจจุบัน ทีมชาติกาน่ามีอันดับโลกอยู่ที่ 38 ของ FIFA Ranking

 

ก่อนที่ประเทศกาน่าจะได้รับอิสรภาพจากสหราชอาณาจักรในปี ค.ศ. 1957 ประเทศกานาในตอนนั้นแข่งขันภายใต้ชื่อ โกลด์โคสต์ ปัจจุบันใช้ชื่อฟุตบอลทีมชาติกานา ทีมชาติกานาไม่ผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจนกระทั่งในปี 2006 และ 2010 แต่ก็เข้ารอบฟุตบอลกีฬาโอลิมปิก 5 ครั้ง ทีมชาติกานาชนะแอฟริกาคัพออฟเนชันส์ 4 ครั้ง ในปี 1963, 1965, 1978, และ 1982 ทำให้ทีมชาติกานาประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรายการนี้ ตามหลังทีมชาติอียิปต์ พวกเขาสามารถติดรอบ 8 ทีมสุดท้าย ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ส่วนปี 2014 นับเป็นครั้งที่ 3 ที่พวกเขาได้เข้ามาเล่นในรายการนี้

*เส้นทางฟุตบอลโลกของทีมชาติกาน่า*


ทีมชาติกาน่าในฟุตบอลโลกครั้งนี้อยู่ในสายที่แข็งมาก เพราะมีทีมชาติเยอรมัน , โปรตุเกส และสหรัฐอเมริกาอยู่ร่วมสาย ทำให้ความหวังในการเข้ารอบของพวกเขามีน้อยลงกว่าครั้งที่แล้ว แม้นักเตะของพวกเขาค้าแข้งอยู่ในประเทศอิตาลี และฝรั่งเศสซะเป็นส่วนใหญ่ 

และเคยผ่านเข้าสู่รอบ Knockout ได้เมื่อครั้งที่แล้ว ซึ่งอยู่ร่วมสายกับทีมชาติเยอรมันเช่นกัน แต่ประสบการณ์การเอาตัวรอดในฟุตบอลโลกของพวกเขาก็ยังมีน้อยกว่าทีมชาติ เยอรมัน และโปรตุเกสอยู่ดี แม้ตัวผู้เล่นไม่ได้เป็นรองทีมชาติโปรตุเกสมากนัก 

เชื่อว่าสุดท้ายแล้ว พวกเขาคงทำได้ดีที่สุด ในการแย่งอันดับ 3 ของกลุ่ม ในการแข่งขันครั้งนี้

 Participe do grupo do Facebook "Clube de línguas ocidentais da Universidade deRamkhamhaeng" ao https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/ 

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
14 พฤษภาคม 2014