วันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ตำนาน ขนมปังฝรั่งเศส (Baguette)

 ข้อมูลจาก kroobannok.com

 ทำไม Baguette (บาแก็ตต์) จึงทำเป็นแท่งยาว?



     "บาแก็ตต์" (Baguette) ที่มีความหมายว่า "แท่งไม้" ตามรูปลักษณ์ของมัน เอกลักษณ์ของมันคือความกรอบของเปลือก บาแก็ตต์ผิดกับขนมปังทั่วไปตรงความ "กรอบนอกนุ่มใน" ทำให้เวลาผ่า , ตัด หรือเฉือนเป็นส่วนๆ ทำได้ง่าย และขนมปังไม่เสียรูป บาแก็ตต์เป็นขนมปังที่คนฝรั่งเศสกินกันอย่างแพร่หลายจนแทบจะกลายเป็นขนมปังประจำชาติ ทำให้คนส่วนใหญ่เรียกบาแก็ตต์ว่า "ขนมปังฝรั่งเศส" แต่จริงๆ แล้ว ต้นกำเนิดของบาแก็ตต์ไม่ใช่ของฝรั่งเศสแท้ ๆ หากมันมีต้นกำเนิดจากเมือง "เวียนนา" ประเทศออสเตรีย ในช่วงประมาณยุคกลางศตวรรษที่ 19

 

    ขนมปังฝรั่งเศสจริงๆ แบบดั้งเดิมคือ "บูล" (Boule) ครับ เป็นขนมปังกลมๆ ใหญ่ๆ ซึ่งขนมปังบูลนี้ คนฝรั่งเศสกินกันมานานจนเป็นประวัติศาสตร์และเป็นที่มาของคำว่าเบเกอรี่ของ ภาษาฝรั่งเศสที่ออกเสียงว่า "บูลองเฌอฆรี" (Boulangerie) ด้วย 

     เหตุที่คนฝรั่งเศสหันมากินบาแก็ตต์แทนบูลกันทั้งประเทศ ก็เพราะรูปร่างที่ไม่เป็นก้อนอวบกลม ทำให้เนื้อขนมไม่สุกจนเกินไป และความกรอบของผิวพอดีกับความหยุ่นของเนื้อขนม อย่างที่ภาษาขนมปังเรียกว่าได้ส่วนกันระหว่าง "เปลือก" และ "ปุย" คืออร่อยกว่า หรือเนื้อถูกปากกว่า 

 

     นอกจากนี้ ในช่วงปี ค.ศ.1920 ประเทศฝรั่งเศสเคยมีกฎหมายแปลกๆ คือห้ามคนทำงานก่อนตี 4 ทำให้การอบขนมปังบูลไม่ทันเวลาเปิดร้าน เพราะใช้เวลาอบนานกว่าบาแก็ตต์ จึงได้มีการออกแบบรูปทรงของขนมปังใหม่ให้สามารถทำและอบสุกได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลาของผู้คนที่จะมาซื้อขนมปังไปรับประทานในเวลาเช้า และรูปทรงใหม่นี้ เหมาะแก่การหั่นทำแซนวิชได้เร็วขึ้นอีกด้วย ประวัติศาสตร์การกินขนมปังของฝรั่งเศสจึงพลิกโฉมไปนิยมกินบาแก็ตต์แท่งยาวจากออสเตรีย และนิยมสืบต่อมาจนกลายเป็นขนมปังประจำชาติด้วย

  

 ข้อมูลโดย l3nr.org

     เมื่อทำสงครามต้องมีเสบียงอาหารเพื่อให้ทหารมีกำลังในการทำศึก แต่แทนที่จะเป็นพวกข้าวที่จะต้องหอบไปและเสียเวลาในการลากจูง และอาจจะถูกปล้นเสบียงได้ ชาวฝรั่งเศสก็เลยทำขนมปังขึ้น แต่แทนที่จะทำเป็นก้อนหรือว่าเป็นแผ่น ชาวฝั่งเศสทำเป็นแท่งยาวแทน เพราะง่ายต่อการพกพา และสามารถจะกินได้หลายวัน และสามารถเหน็บเอาไว้ที่ขา แถวด้านข้างหน้าแข้งได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดขนมปังฝรั่งเศสขึ้นและเป็นที่นิยมกัน

     ผลิตภัณฑ์ขนมอบเบเกอรี่เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช หรืออาจจะพูดได้ว่าตั้งแต่ที่มีการนำเอาแป้งสาลีเข้ามา แต่ก็ยังไม่เป็นที่นิยมเนืองจากมีราคาค่อนข้างแพง และคิดว่าสมัยก่อนคนยังทำไร่ ทำนา จึงกินข้าวกันมากกว่า 


Rejoignez le groupes de facebook "Le Club des Langues occidentales de Université Ramkhamhaeng" à https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
11 กุมภาพันธ์ 2014



     














วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Romeo Santos y Mario Domm - Rival


นักร้อง : Romeo Santos y Mario Domm
สัญชาติ : americano y méxicano (อเมริกัน และเม็กซิกัน)
ภาษา : español (ภาษาสเปน)
เพลง : Rival (คู่ปรับ)

Un minuto de silencio es lo que estoy pidiendo.
หนึ่งนาทีของความเงียบสงบคือสิ่งที่ฉันกำลังขอ

Un minuto de tu tiempo no estaría demas.
หนึ่งนาทีจากเวลาของเธอคงไม่มากนัก

Para que hoy te enteres que mi alma ya no esta muriendo.
เพื่อว่าวันนี้ เธอจะได้เข้าถึงวิญญาณของฉันที่ไม่ได้ตายลง

Te equivocaste en lo absoluto, ni intentes en regresar.
เธอเข้าใจผิดอย่างแน่นอน และเธอไม่พยายามในการกลับมา

Prefiero vivir mil años sin ti.
ฉันอยากมีชีวิตอยู่เป็นพันปีโดยไร้เธอมากกว่า

Que una eternidad pasándola así.
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบนี้

Fuiste el amor de mi vida.
เธอเคยเป็นความรักของชีวิตฉัน

Y hablándote claro no te voy a mentir.
และกำลังบอกเธออย่างชัดเจน โดยจะไม่โกหกเธอ

Me da lo mismo lo que puedas sentir.
มันทำให้ฉันเหมือนสิ่งที่เธอสามารถสัมผัสได้

Esto es una tormenta y continuará.
นี่คือลมมรสุมและจะมีอย่างต่อเนื่อง

Es como ir hundiéndose en el mar.
มันเหมือนกำลังจมอยู่ในทะเล

Seria un poco absurdo un final pactar.
มันคงเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นการยินยอมครั้งสุดท้าย

¿Porque seguir haciendo daño?
ทำไมยังคงทำให้เสียหายต่อไป

Vivir así a tu lado no es normal.
มีชีวิตอยู่ข้างเธอแบบนี้ มันไม่ปกติ

Yo busco paz y tú eres tempestad.
ฉันค้นพบสันติสุขและเธอเป็นความวุ่นวาย

Prefiero darme por vencido y terminar.
ฉันอยากให้ตัวเองถูกกำจัดและตายไปมากกว่า

No quiero ser más tu rival.
ฉันไม่อยากเป็นคู่แค้นของเธอยิ่งกว่านี้

Han pasado muchos años y yo resistiendo.
มันผ่านมาหลายปี และฉันกำลังแข็งขืน

Hasta que borre el sabor de la felicidad.
จนกว่ามันจะลบล้างรสชาติของความสุขไป

Me fuiste convirtiendo en tu enemigo.
เธอกำลังทำให้ฉันกลายเป็นศัตรูของเธอ

Siendo la culpable y me perdí.
กำลังรู้สึกมีมลทินและหลงทาง

En tu laberinto de que hoy quiero escapar.
ในเขาวงกตของเธอซึ่งฉันอยากหนีออกไปวันนี้




ข้อมูลโดย Wikipedia 
 
     Anthony "Romeo" Santos (nacido el 21 de julio de 1981 en El Bronx) es un cantautor estadounidense. Fue el líder, vocalista y principal compositor de la agrupación de bachata Aventura. Como miembro de Aventura, Santos ha sido una figura clave en la popularización de la bachata a nivel internacional, llevando canciones al top de las listas de Billboard Latino y a los charts de Europa.
     แอนโธนี "โรเม้โอ" ซั้นโตส (เกิดวันที่ 21 กรกฎาคม 1981 ในเขตบรองซ์) เป็นนักแต่งเพลงชาวสหรัฐอเมริกา เขาเคยเป็นร้องนำ และนักประพันธ์เพลงของกลุ่ม "บาช้าตา อาเบนตู๊รา" ในฐานะสมาชิกของอาเบนตู๊ร ซั้นโตสถือเป็นคนสำคัญซึ่งเป็นที่นิยมระดับนานาชาิติของเพลงแนวบาช้าตา หลายเพลงติดอันดับบนจากรายชื่อบิลบอร์ดละตินและหลายชาร์ตของทวีปยุโรป

 

     Mario Alberto Domínguez Zarzar. mejor conocido como Mario Domm (n. 22 de enero de 1977 en Torreón, Coahuila) es un cantautor mexicano
     มาริโอ อัลเบร์โต โดมิงเกซ ซาร์ซาร์ เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ มาริโอ โดม (เกิด 22 มกราคม 1977 ในเมืองโตเรโอน รัฐโกอาอุ๊ยลา) เป็นนักแต่งเพลงชาวเม็กซิกัน 


Únete al grupo de Facebook "Club de las lenguas occidentales de la Universidad de Ramkhamhaeng" al https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/
  
จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
10 กุมภาพันธ์ 2014

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Nek - La mitad de nada

 

นักร้อง : Nek (Filippo Neviani - ฟิลิปโป เนวิอานี)
สัญชาติ : italiano (อิตาลี) 
ภาษา : español (ภาษาสเปน)
เพลง : La mitad de nada (ครึ่งหนึ่งของความไม่มีอะไร)
เนื้อเพลง

¿A qué estás esperando?
เธอกำลังรออะไรอยู่?

¿No ves que estoy aquí?
เธอไม่เห็นว่าฉันอยู่ตรงนี้หรือ?

Si ahora das un solo paso , tú llegarás a mi.
ถ้าตอนนี้เธออยากให้เหลือเพียงก้าวเดียว เธอจะมาหาฉัน

No hay tanta distancia.
จะไม่มีระยะห่างมาก

Entre nosotros dos.
ระหว่างสองเรา

Me faltan hoy tus manos una eternidad.
วันนี้สองมือเธอทำให้ฉันขาดแคลนไปตลอดกาล

Y no lo puedo soportar.
และฉันไม่อาจทนกับมันได้

¿Y por qué no encuentras ya palabras ni un por qué?
และทำไมเธอไม่หาคำพูดว่าเป็นเพราะอะไร?

Y ahora ves, te paras.
และเวลานี้เธอมอง , เธอนิ่งเฉย

Si ahora tu te vas , yo ya no puedo ver , el brillo en tu mirada.
ถ้าตอนนี้เธอจากไป ฉันไม่อาจเห็นประกายในแววตาเธอได้อีก

Nos hacen el amor y yo no puedo ser , ni una mitad de nada.
มันสร้างความรักให้เรา และฉันไม่สามารถเป็นแค่ครึ่งหนึ่งของความไม่มีอะไร

No me hablas más , no me escuchas ya y no llegas.
เธอไม่พูดกับฉันอีก เธอไม่ฟังฉันแล้ว และเธอไม่มาหา

Tu me matas con esta distancia.
เธอฆ่าฉันด้วยระยะห่างนี้

Y me siento como consecuencia.
และฉันรู้สึกเหมือนเป็นหมายสำคัญ

La mitad de nada.
ถึงครึ่งหนึ่งของความไม่มีอะไร

¿En qué estás pensando?
เธอกำลังคิดอะไรอยู่

Me dices: ¿Cómo estas?
บอกฉันที เธอสบายดีไหม?

Aunque sé que estoy corriendo yo me quedo aquí
อย่างไรก็ตาม ฉันรู้ตัวว่ากำลังวิ่งอยู่ ฉันอยู่ที่นี่

Porque esta vez yo lucharé por ti.
เพราะว่าครั้งนี้ ฉันจะสู้เพื่อเธอ

¿Y por qué no tienes ganas ya de compartir?
แล้วทำไมเธอไม่มีความกระหายที่จะร่วมชีวิตกันอีกแล้ว?

¿No sientes que te apagas?
เธอไม่รู้สึกว่ากำลังปิดตัวเองอยู่หรือ?

No me tocas ya. no sonríes más y te escondes.
เธอไม่สัมผัสฉันแล้ว ไม่หัวเราะอีก และเธอปิดบังตัวเอง

Y no me buscas más , yo no te encuentro ya si te vas adviérteme
เธอไม่มาหาฉันอีก ฉันพบเธอไม่ได้แล้ว ถ้าเธอจากไป มันเป็นการเตือนฉัน

 

 

 ข้อมูลโดย Wikipedia

     Filippo Neviani, meglio conosciuto come Nek, (Sassuolo, 6 gennaio 1972) è un cantautore italiano.
     ฟิลิปโป เนวิอานี เป็นที่รู้จักกันดีในนาม "เน็ก" (เมืองซัสซูโอโล , 6 มกราคม 1972) เขาเป็นนักร้องชายชาวอิตาลี
     Nel 1986 ha formato insieme a Gianluca Vaccari il duo di musica country i Winchester. Nel 1989 Nek è diventato cantante e bassista di un gruppo rock chiamato White Lady e ha scritto le prime canzoni. 
     ในปี 1986 ตั้งวงด้วยกันกับ "จิอันลูกา วักการี" เป็นนักร้องคู่ดนตรีแนวท้องถิ่นชื่อ วินเชสเทอร์ ในปี 1989 เน็กกลายเป็นนักร้อง และนักเล่นกีตาร์เบสของวงดนตรีร็อคที่เรียกว่า "ไวท์ เลดี้" และได้เขียนเพลงแรกขึ้นมา

 

     Sergio Dalma, cuyo nombre real es Josep Sergi Capdevila i Querol, es un cantante español nacido el 28 de septiembre de 1964 en Sabadell (Barcelona).
     เซร์ฆิโอ ดัลมา ชื่อจริงคือ โฆเซ็ป กัปเดบิลา อี เกโรล เป็นนักร้องชายชาวสเปน เกิดวันที่ 28 กันยายน 1964 ในเขตซาบาเดล (เมืองบาร์เซโลนา)
     Sergio Dalma inició su carrera cantando en bandas y coros, hasta que ganó el programa TV Gent d'aquí, de la Televisión Española en Cataluña , que le valió un contrato para cantar en el club nocturno de Barcelona.
     เซร์ฆิโอ ดัลมา เริ่มต้นอาชีพของเขาเป็นนักร้องในวงดนตรีและคณะร้องประสานเสียง จนกระทั่งชนะเลิศในรายการโทรทัศน์ "เฆ็นท์ ดากี" ของสถานีโทรทัศน์สเปนในแคว้นกาตาลุ้นยา ซึ่งทำให้เขาได้รับสัญญาสำหรับการร้องเพลงในคลับกลางคืนของเมืองบาร์เซโลนา

Únete al grupo de Facebook "Club de las lenguas occidentales de la Universidad de Ramkhamhaeng" al https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

 จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
9 กุมภาพันธ์ 2014


วันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Ricky Martin - Come With Me


นักร้อง : Ricky Martin (ริกกี้ มาร์ติน)
สัญชาิติ : Puertorriqueño (เปอร์โตริกัน)
ภาษา : El español (ภาษาสเปน)
เพลง : Come with me

 เนื้อเพลง

Yo sé bien lo que me escondes
ฉันรู้ดีถึงสิ่งที่เธอปกปิดฉัน

Tras tu mirada angelical
เบื้องหลังแววตาเทพธิดาของเธอ

Tus ojos me responden
ดวงตาเธอมันตอบรับฉัน

Y sé que quieres darme más
และฉันรู้ว่าเธออยากให้ฉันยิ่งกว่านี้

Tus manos no me mienten
มือของเธอไม่ได้โกหกฉัน

Me atrapan y me encienden
มันคว้าฉันและจุดไฟให้ติด

Y siento que me van a quemar
และฉันรู้สึกว่ามันทำให้ร้อนรุ่ม

Let's stop talking about it
หยุดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้เถอะ

No pensemos about it
เราจะไม่คิดถึงมัน

Let's get crazy about it...
มารับความบ้าคลั่งไปจากมันเถอะ

I got you now
ตอนนี้ฉันได้ตัวเธอแล้ว

Voy a llevarte al límite irreal
ฉันจะพาเธอเข้าไปในขอบเขตอันเหลือเชื่อ

Mucho más
มากยิ่งกว่านี้

Por eso come with me tonight

ดังนั้น มากับฉันเถอะ คืนนี้

Come with me tonight 

มากับฉันเถอะ คืนนี้

No existe el fin en para siempre
ไม่มีจุดสิ้นสุดไปตลอดกาล

Y el cielo no tiene final
และท้องฟ้าไม่มีจุดจบ

Crucemos juntos el presente
เรามาก้าวข้ามปัจจุบันด้วยกัน

Hasta que el sol vuelva a brillar
จนกระทั่งพระอาทิตย์กลับมาส่องแสง




 

อ่านประวัตินักร้องคนนี้ คลิก

Únete al grupo de Facebook "Club de las lenguas occidentales de la Universidad de Ramkhamhaeng" al https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
8 กุมภาพันธ์ 2014

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Carlos Baute - en el buzon de tu corazón


นักร้อง : Carlos Baute (การ์โลส เบ๊าเต)
สัญชาิติ : Venezolano (เวเนซูเอลัน)
ภาษา : El español (ภาษาสเปน)
ชื่อเพลง : En el buzon de tu corazón (ในตู้ไปรษณีย์ของหัวใจเธอ)

 เนื้อเพลง

Caminando por la calle he recordado tus besos
(กามินั้นโด โปร์ ลา ก๊าเย เอ เรโกร์ด๊าโด ตูส เบ้โซส)
ฉันกำลังเดินไปตามถนน ยังคงนึกถึงจูบของเธอ

Pensando tantos momentos bellos 

(เป็นซั้นโด ตั๊นโตส โมเม้นโตส เบ๊โยส)
กำลังคิดถึงช่วงเวลาที่สวยงามมากมาย

En especial cuando estás sonriendo

(เอ็น เอสเปเซียล กว๊านโด เอสตาส โซนเรี้ยนโด)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่เธอกำลังยิ้ม

En nuestro viaje a DF fue aquella noche perfecta

(เอ็น น้วยโตร เบี๊ยเฆ อา เด เอเฟ ฟวย อาเก๊ลยา โน้เช เปร์เฟ็กตา)
ในการเดินทางของเราที่เม็กซิโก ค่ำคืนนั้นช่างดีเลิศ

Nos fuimos de discoteca

(โนส ฟุ้ยโมส เด ดิสโกเต๊กา)
พวกเราออกมาจากดิสโกเทค
   
Bailamos Franco De Vita y Fonseca

(ไบล้าโมส ฟรั้งโก เด บีตา อี โฟนเซ้กา)
 เต้นรำเพลงของฟรั้งโก เด บีตา และ โฟนเซ้กา ด้วยกัน

Recuerdo te ofrecí ese mes de Octubre en Londres

(เรก๊วยร์โด เต โอเฟรซี เอ้เซ เมส เด โอกตู๊เบระ เอ็น โลนเดรส)
ฉันจำได้ว่าเสนอให้เธอ ในเดือนตุลาคมนั้นที่กรุงลอนดอน

Mi apellido a tu nombre

(มิ อาเบยิโด อา ตู โน้มเบระ)
นามสกุลฉันไปสู่ชื่อของเธอ

Y te estremecí con besos

(อี เต เอสเตรเมซี โกน เบ๊โซส)
และฉันทำให้เธอสั่นสะท้านด้วยจูบ

Después ya nos fuimos y rompimos el hielo

(เดสป๊วยส์ ยา โนส ฟุ้ยโมส อี โรมปีโมส เอล เอี๊ยโล)
หลังจากที่เราจากกันแล้ว และได้ทำลายน้ำแข็งด้วยกัน

Hoy amanecí con el deseo de enviarte flores

(โอย อามาเนซี โกน เอล เดเซ้โอ เด เอ็นเบียร์เต โฟ้ลเรส)
วันนี้ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความปรารถนาที่จะส่งดอกไม้ให้เธอ

Y 26 cartas a tu nombre

(อี เบนตีเซย์ส การ์ตาส อา ตู โน้มเบระ)
และจดหมาย 26 ฉบับที่มีชื่อของเธอ

Escritas en tantos aviones

(เอสกรีตาส เอ็น ตั๊นโตส อาบีโอเนส)
ที่เขียนในเครื่องบินหลายลำ

Te cuento que allí te resumí lo que son mis sentimientos

(เต เกว้นโต เกะ อายี เต เรซูมี โล เกะ โซน มิส เซ็นติเมี้ยนโตส)
ฉันบรรยายให้เธอฟังถึงสิ่งที่เป็นความรู้สึกของฉันทั้งหมดที่นั่น

Por el correo te envié mi amor

(โปร์ เอล โกเร้โอ เต เอ็นบิเอ้ มิ อาโมร์)
ด้วยจดหมายที่ฉันส่งให้เธอ ที่รัก

En el buzón de tu corazón

(เอ็น เอล บูโซน เด ตู โกราโซน)
ในตู้ไปษณีย์ของหัวใจเธอ

No ha sido nada secreto

(โน อา ซีโด น้าดา เซเก้รโต)
มันไม่เป็นความลับอะไรเลย

El reencontramos de nuevo

(เอล เรเอ็นโกนตร๊าโมส เด น้วยโบ)
ที่เราได้พบกันใหม่อีกครั้ง

Lo que faltaba era tiempo

(โล เกะ ฟัลต๊าบา เอ้รา เตี๊ยมโป)
สิ่งที่เคยขาดหายไปคือเวลา

Para este amor que es eterno

(ป๊ารา เอสเต อาโมร์ เกะ เอส เอเตร์โน)
สำหรับความรักครั้งนี้ที่เป็นนิรันดร

No me olvido de tus besos

(โน เม โอลบีโด เด ตูส เบ๊โซส)
ฉันจะไม่ยอมลืมจูบของเธอ

Ni cuando nos vimos y rompimos el hielo

(นิ กว๊านโด โนส บีโมส อี โรมปีโมส เอล เอี๊ยโล)
ไม่แม้ยามเราจากกัน และทำลายน้ำแข็งด้วยกัน

Jamas existirá quien de la vida por tí mi amor

(ฆ้ามาส เอ็กซิสติร่า เกียน เด ลา บีดา โปร์ ติ มิ อาโมร์)
จะไม่มีใครอื่นในชีวิตนี้เพราะเธอ ที่รัก

Y que te escriba como yo

(อี เกะ เต เอสกรีบา โกโม โย)
และที่เขียนให้เธอได้เหมือนฉัน

No existe nadie en este mundo

(โน เอ็กซิสเต น้าดี เอ็น เอสเต มุ้นโด)
ไม่มีใครในโลกใบนี้

Que te ame tanto como yo a tí

(เกะ เต อ้าเม ตั๊นโต โก๊โม โย อา ติ)
ที่รักเธอได้มากเท่าฉัน

Yo te prometo mi niña hermosa

(โย เต โปรเม้โต มิ นิ้นยา เอร์โมซา)
ฉันขอสัญญากับเธอ แม่โฉมเฉลาของฉัน

Que en esta vida te haré feliz

(เกะ เอ็น เอสตา บีดา เต อาเร่ เฟลิส)
ว่าในชีวิตนี้ ฉันจะทำให้เธอมีความสุข






 อ่านประวัตินักร้องคนนี้ คลิก

Únete al grupo de Facebook "Club de las lenguas occidentales de la Universidad de Ramkhamhaeng" al https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
7 กุมภาพันธ์ 2014

วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Paella ข้าวอบสเปน

ข้อมูล : Wikipedia
 

      Paella (ปาเอ๊ยา) คืออาหารประจำชาติอย่างหนึ่งของประเทศสเปน มีส่วนประกอบหลักที่สำคัญคือ "ข้าว" ต้นกำเนิดนั้นมาจากแคว้น Valencia (บาเล้นเซีย) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวอันดับต้น ๆ ของประเทศสเปน อาหารจานนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเรียบง่ายทางขนบธรรมเนียมและประวัติ ศาสตร์ของแคว้นบาเล้นเซียได้เป็นอย่างดี

      ความมีชื่อเสียงและแพร่หลายของปาเอ๊ยานั้น มาจากการที่สามารถดัดแปลงใช้วัตถุดิบที่หาได้ตามแต่ละท้องถิ่น สร้างปาเอ๊ยาที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละแคว้นขึ้นมาได้โดยง่าย ยกตัวอย่างเช่น 


 


-แคว้น Galicia (กาลิเซีย) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ติดกับทะเล สามารถใช้อาหารทะเล เช่น กุ้ง หอย ปลา หรือปลาหมึก เป็นส่วนประกอบหลักทำปาเอ้ยาทะเล (Paella marinera - ปาเอ๊ยา มาริเน้รา)
-แคว้น Castilla y león (กาสตียาและเลออน) จะใช้เนื้อหมูหรือเนื้อไก่ซึ่งสามารถหาได้ง่ายกว่ามาใช้เป็นส่วนประกอบหลัก

      สำหรับปาเอยาสูตรต้นตำรับ เกิดขึ้นในแคว้นบาเล้นเซีย โดยพื้นที่ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแหล่งกำเนิดของอาหารจานนี้คือ บริเวณทะเลสาบ Albufera (อัลบูเฟ้รา) เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศสเปน มีที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองบาเล้นเซีย


 
 
      นอกจากนี้ลักษณะทางภูมิศาสตร์ก็เอื้ออำนวยต่อการใช้วัตถุดิบอื่น ๆ ในการทำปาเอ๊ยาเช่นดียวกัน สำหรับปาเอยาสูตรต้นตำรับนั้น ในหนังสือของ Dionisio Pérez (ดีโอนีซีโอ เปเรซ) นักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาหารสเปน กล่าวว่า วัตถุดิบที่รวมอยู่ด้วยได้แก่ ปลาไหล หอยทาก และถั่วเขียว อุปกรณ์ที่ใช้คือ หม้อก้นโค้งที่มีฝาปิดได้และใช้ความร้อนจากไฟที่เกิดจากการก่อฟืน




      ในสมัยแรก ๆ นั้นปาเอ๊ยาเป็นเพียงอาหารที่ใช้เรียกผู้คนเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลต่าง ๆ แต่ทุกวันนี้ได้มีการจัดงานเทศกาลการเฉลิมฉลองสำหรับปาเอ๊ยาโดยเฉพาะ หนึ่งในงานที่มีชื่อเสียงมากจัดขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1961 ซึ่งมีการแข่งขันทำปาเอ๊ยานานาชาติในเมือง Sueca (ซ้วยกา) แคว้นบาเล้นเซีย จากงานนี้ได้ก่อให้เกิดธรรมเนียมปฏิบัติที่พบเห็นได้ทั่วไปตามเทศกาลต่าง ๆ ในแต่ละเมืองของแคว้นบาเล้นเซียในปัจจุบัน โดยจะมีการใช้กระทะขนาดใหญ่และก่อไฟจากฟืนเพื่อทำ "ปาเอ๊ยายักษ์" แจกให้กับผู้ที่มาร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ การทำปาเอยาในลักษณะนี้มีชื่อเรียกเหมือนกันในทุกเมืองว่า "Paelles al Carrer" (ปาเอ๊เยส อัล กาเรร์)


Únete al grupo de Facebook "Club de las lenguas occidentales de la Universidad de Ramkhamhaeng" al https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

 จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
5 กุมภาพันธ์ 2014

วันอังคารที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

กำเนิด Croissant (ครัวซองต์)

 ที่มา : komkid.com 

       
     มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าขนมปังรูปพระจันทร์เสี้ยวนี้ คงมีที่มาจากประเทศฝรั่งเศส แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น

      ครัวซองต์กำเนิดขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 ในปี ค.ศ.1683 จักรวรรดิออตโตมานของชาวเติร์กได้ส่งกองทัพจำนวนหนึ่งแสนนาย ไปปิดล้อมกรุงเวียนนา (เมืองหลวงประเทศออสเตรีย พูดภาษาเยอรมัน) ในสงครามครั้งนั้น ชาวเติร์กได้ล้อมเมืองอยู่นานหลายเดือน จนชาวเวียนนาพากันสิ้นหวังที่จะมีโอกาสรอดจากเงื้อมมือของข้าศึกได้

 


      หลังจากที่เข้าตีเมืองหลายครั้งแต่ก็ยังไม่อาจทำลายกำแพงลงได้ ทหารเติร์กจึงได้ดำเนินกลอุบายขุดอุโมงค์ลอดใต้กำแพงเมืองเพื่อเข้าโจมตี แต่คนทำขนมปังที่เข้าเวรในกะดึกได้ยินเสียงขุดอุโมงค์ของพวกเติร์ก จึงได้แจ้งเตือนทหารรักษาเมืองจนสามารถป้องกันไม่ให้ทหารเติร์กขุดอุโมงค์ เจาะผ่านกำแพงกรุงเวียนนาเข้ามาได้ และช่วยรักษาเมืองเอาไว้ จนกระทั่งกองทัพของกษัตริย์จอห์นที่สามแห่งโปแลนด์ ได้ยกพลมาถึงกรุงเวียนนาและขับไล่กองทัพออตโตมานออกไปได้ 

 


      ชัยชนะในครั้งนั้น ทำให้บรรดาคนทำขนมปังในเวียนนาจัดการเฉลิมฉลองด้วยการทำขนมปังแบบใหม่ โดยอบแป้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเลียนแบบสัญลักษณ์บนธงของพวกเติร์ก โดยเรียกขนมดังกล่าวว่า คิปเฟล (Kipferl) ซึ่งเป็นภาษาเยอรมัน แปลว่า พระจันทร์เสี้ยว 


 


      ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นครัวซองต์ในปี ค.ศ. 1770 หลังจากที่มารี อังตัวแนตเสด็จมาเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 โดยช่างทำขนมปังชาวฝรั่งเศสได้ทำคิปเฟลถวายพระนางทุกวัน และหลังจากนั้นคิปเฟลก็เริ่มเป็นที่แพร่หลายในประเทศฝรั่งเศสและกลายมาเป็น ครัวซองต์ในทุกวันนี้


Rejoignez le groupes de facebook "Le Club des Langues occidentales de Université Ramkhamhaeng" à https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/


 จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
4 กุมภาพันธ์ 2014