ข้อมูลจาก sad-love-story.exteen.com
เทพผู้เป็นเจ้า
แห่งการสงครามคือ มาร์ส (Mars) หรือ เอเรส (Ares)
ซึ่งเป็นชู้รักของเทวีอโฟรไดท์ เธอเป็นบุตรองค์หนึ่งของเทพปริณายก ซูส
กับเจ้าแม่ ฮีรา และเป็นที่เกลียดชังของเทพและมนุษย์ทั้งปวงเว้นแต่ชาวโรมัน
ผู้มีนิสัยชอบการสงคราม
เอเรสเป็นโอรสขององค์เทพซูสกับฮีร่าเทวี และทรงเป็นโอรสที่เทพบิดาซูสตรัสใส่หน้าเลยว่า "เจ้าเป็นที่น่าชังที่ สุดในบรรดาลูกของข้า ทั้งโหดร้าย ดื้อด้านเหมือนแม่เจ้าไม่ผิด!" ซึ่งวาทะประโยคนี้นับว่าวิจารณ์อุปนิสัยใจคอของ เอเรสได้ตรงเป็นที่สุด นอกจากโหดร้ายและดื้อดึง เอเรสยังบุ่มบ่าม โกรธง่าย และนิยมความรุนแรงมาก นับว่าเป็นอุปนิสัยที่ แตกต่างกับเจ้าแม่เอเธน่า มากซึ่งเป็นเทวีแห่งสงครามเหมือนกัน เอเธน่านั้นสุขุม เฉลียวฉลาดและกล้าหาญ จึงได้รับการ ยกย่องทั่วทุกหนแห่ง เป็นเหตุให้เอเรสเกิดจิตริษยาเอามาก เป็นดั่งว่า "ฟ้าให้เอเรสเกิดแล้วไฉนให้เอเธน่ามาเกิดอีกเล่า" เวลาพบกันทีไรจึงมักมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ มีครั้งสำคัญอยู่ครั้งหนึ่ง เมื่อไปพบกันกลางทางและมีเรื่องทะเลาะกัน อย่างเคย เทพเอเรสเกิดบันดาลโทสะ จึงขว้างจักรอันเรืองฤทธิ์แรงกล้าพอ ๆ กับอสนีบาตขององค์ซูสเทพบิดา เข้า ใส่เอเธน่า เจ้าแม่เอี้ยวหลบแล้วทรงยกเอาหินที่วางอยู่แถว ๆ นั้นขึ้นทุ่มตอบกลับไป หินก้อนนั้นมิใช่หินธรรมดา แต่เป็นหินที่ตั้งไว้เพื่อ แสดงเขตแดนของนคร หินนั้นกระทบถูกเอเรสเข้าให้ถึงกับทรุดลงกองกับพื้น ก่อนที่เทวีเอเธน่าจะกลับไป เจ้าแม่ยังกล่าวเยาะ ให้เจ็บใจเล่นด้วยว่า "เจ้างั่ง! เพียงแค่นี้ เจ้าก็เดาได้แล้วใช่ไหมว่าเรี่ยวแรงของเรามากขนาดไหน อย่าแหยมมารบกวน เราอีกต่อไปเลย!"

เทพเอเรสมักเสด็จไปไหน ๆ โดยรถศึกเทียมม้าฝีเท้าจัดมากมาย แสงเกราะและแสงศาตราวุธของเธอส่องแสงเจิดจ้าบาดตาผู้พบเห็น มีบริวารที่ติดสอยห้อยตามอยู่ 2 คนคือ เดมอส (Deimos) ซึ่งแปลว่าความกลัว กับ โฟบอส (Phobos) แปลว่าความน่าสยองขวัญ บริวารนี้บางตำนานกล่าวว่าเป็นโอรสของเทพเอเรส ในทาง ดาราศาสตร์เมื่อตั้งชื่อดาวอังคารว่า มาร์ส ตามชื่อเทพแห่งสงครามแล้ว ก็เลยตั้งชื่อดวงจันทร์บริวารทั้งสองของดาวอังคารว่า เดมอสกับโฟบอสตามตำนานไปด้วยเลย
ในด้านความรักของเอเรสนั้นเร่รักไป เรื่อยเช่นเดียวกับเทพบุตรอื่น ๆ ในโอลิมปัส ไม่ได้ยกย่องใครเป็นชายา แต่มีเรื่องรักสำคัญของเอเรสอยู่ครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้น ได้แก่การลักลอบเป็นชู้กับเทวีแห่งความงามและความรักนาม อโฟรไดที่

อาเรสมีบุตรชายกับวีนัส 2 คน คือ อีรอส (Eros) กับ แอนตีรอส (Anteros) และบุตรสาว 2 คน คือ ฮาร์โมเนีย (Harmonia) หรือ เฮอร์ไมโอนี (Hermione) กับ อัลซิปเป (Alcippe)
เฮอร์ไมโอนีนั้นวิวาห์กับแคดมัส (Cadmus) ต่อมาภายหลังถูกคำสาปของอาเรสทำให้ลูกหลานต้องประสบเคราะห์กรรม ส่วนอัลซิปเปถูกโอรสของโพเซดอน Halirrhotius ลักพาตัวไป อาเรสโกรธจึงตามไปฆ่าโอรสของโพเซดอนเสีย โพเซดอนฟ้องร้องต่อศาลสวรรค์ ว่าอาเรสทำเกินกว่าเหตุ แต่ศาลสวรรค์ตัดสินให้อาเรสชนะความ การตัดสินนั้นมีขึ้นที่ยอดเขา
แห่งหนึ่งในกรุงเอเธนส์ ต่อมาจึงให้ชื่อยอดเขานั้นตามชื่ออาเรสว่า อาเรโอปากัส (Areopagus)
อาเรสมีความสัมพันธ์กับนางรีอาซิลเวีย (Rhea Silvia บางที่ว่าชื่อ อีเลีย) ธิดาของท้าว นิวไมเนอร์ เจ้าเกาะอัลบา แต่นางเป็นหญิงพรหมจารีเวสตัล (Vestal คือ สาวกของเทวีแห่งเตาไฟ เฮสเตีย (Hestia: ชื่อกรีก) หรือ เวสตา (Vesta : ชื่อโรมัน) พี่สาวคนโตของซีอุส เป็นเทวีที่คอยดูแลความผาสุขในบ้าน และเป็นเทวีพรหมจารี ดังนั้นจึงมีข้อห้ามเวสตัล สาวกของพระนาง ไม่ให้แต่งงานจนกว่าจะพ้นหน้าที่ (การคัดเลือกเวสตัลใช้การจับฉลาก แต่เดิมมี 4 นาง ต่อมาเพิ่มเป็น 6 นาง เด็กหญิงที่ถูกจับฉลากให้เป็นเวสตัล จะทำหน้าที่ตั้งแต่อายุ 6-10 ขวบ โดยการดูแลไฟศักดิ์สิทธิ์ในวิหารแห่งเวสตาและจะพ้นหน้าที่เมื่ออายุประมาณ 40 ปี หลังจากนั้นถึงอนุญาตให้มีสามีได้ เวสตัลที่ละเมิดกฏนี้จะถูกฝังทั้งเป็น)
รีอาซิลเวียให้กำเนิดลูกชายแฝดของอาเรส ชื่อ โรมิวลัส (Romulus) กับ รีมัส (Remus) ก่อนที่จะถูกฝังตามกฏ ต่อมา อัมมิวเลียส น้องชายของท้าวนิวไมเนอร์ได้ชิงราชบัลลังก์ของพี่ชาย และเอาลูกทั้งสองของรีอาซิลเวียไปลอยแพในแม่น้ำไทเบอร์ เมื่อแพไปเกยฝั่ง ก็มีแม่สุนัขป่ามาเจอเด็กทั้งสองและคาบไปเลี้ยงเป็นลูก พอทั้งคู่โตได้สักหน่อย ก็มีชายเลี้ยงแกะมาพบและพาไปเลี้ยงดูอีก
เมื่อโตเป็นหนุ่มทั้งคู่ก็รวบรวมผู้คนไปขับไล่อัมมิวเลียส และคืนบัลลังก์ให้ท้าวนิวไมเนอร์ผู้เป็นตา (ผมสงสัยอยู่ว่าตากับหลานรู้จักกันได้อย่างไร) จากนั้นทั้งคู่คิดจะสร้างเมืองใหม่ บริเวณริมฝั่งน้ำที่เคยอยู่ตอนเป็นเด็ก ระหว่างที่สร้างเมืองเกิดไม่ลงรอยกัน จนโรมิวลัสบันดาลโทสะฆ่ารีมัสตาย โรมิวลัสสร้างเมืองต่อไปจนเสร็จ ตั้งชื่อว่า โรม (Rome) ตามชื่อตน (แต่บางที่กล่าวว่าผู้ที่สร้างกรุงโรมคืออีเนียส ผู้ที่หนีรอดไปจากสงครามเมืองทรอย) เนื่องจากบุตรชายเป็นผู้สร้างเมือง อาเรสจึงดูแลกรุงโรมเป็นพิเศษ ครั้งหนึ่งเกิดกาฬโรคระบาด อาเรสก็มอบโล่ของตนเพื่อคุ้มครองโรมให้พ้นจากภัยพิบัติ ชาวโรมันเกรงจะมีใครมาขโมยโล่นั้น จึงสร้างโล่ปลอมอีก 11 อัน วางเรียงอยู่กับโล่จริงภายในวิหารแห่งอาเรสมีเพียงหัวหน้าผู้ดูแลวิหารเท่านั้นที่รู้ว่าโล่อันใดเป็นของจริง
อาเรสมีความสัมพันธ์กับน้องสาวของตนเองอีกคนหนึ่ง คือ เทวีแห่งความแตกร้าวอีริส (Eris : ชื่อกรีก) หรือ ดิสคอร์เดีย (Discordia : ชื่อโรมัน) (เทวีที่โยนแอปเปิ้ลแห่งความแตกร้าวเข้าไปในงานแต่งจนเกิดสงครามทรอยนั่นแหละ Discord = ความบาดหมาง,แตกแยก)
มีโอรสด้วยกัน 2 องค์คือ
ไดมอส (Deimos) แปลว่า ความกลัว
โฟบอส (Phobos) แปลว่า ความหวาดสยอง
นอกจากนี้อีริสยังมีโอรสอีก 1 องค์ กับซีอุสบิดาของตัวเอง คือ เอตี (Ate)
แปลว่า ความบันดาลโทสะ

มีโอรสด้วยกัน 2 องค์คือ
ไดมอส (Deimos) แปลว่า ความกลัว
โฟบอส (Phobos) แปลว่า ความหวาดสยอง
นอกจากนี้อีริสยังมีโอรสอีก 1 องค์ กับซีอุสบิดาของตัวเอง คือ เอตี (Ate)
แปลว่า ความบันดาลโทสะ
จอมณรงธร ศรีอริยนันท์ (ตี๋)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น