ข้อมูลโดย wikipedia และ bp-smakom.org
ทวีปอเมริกาใต้มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 4 รองจากทวีปเอเชีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือตามลำดับ ส่วนจำนวนประชากรมีมากเป็นเป็นอันดับ 5 รองจากทวีปเอเชีย แอฟริกา ยุโรป และอเมริกาเหนือ

ประชากรในทวีปอเมริกาใต้ สันนิษฐานว่าอพยพมาจากทวีปเอเชียเข้าสู่ทวีปอเมริกาเหนือโดยผ่านช่องแคบแบริง แล้วเดินทางลงใต้ผ่านอเมริกากลางจนถึงอเมริกาใต้เช่นปัจจุบัน ดังนั้นชนพื้นเมืองของทวีปอเมริกาใต้และอเมริกาเหนือจึงมีความสัมพันธ์กัน ทางเชื้อชาติ โดยในเปรูชนพื้นเมืองอินเดียนได้สร้างอาณาจักรอินคา ครอบคลุมอาณาเขตกว้างขวางทางตะวันตกของทวีป โดยมีเมืองคุชโกเป็นศูนย์กลางของอาณาจักร
มีความแตกต่างกันทางด้านกายภาพมากแห่งหนึ่งของโลก กล่าวคือ เป็นดินแดนที่มีระบบภูเขาซึ่งมีแนวต่อเนื่องกันยาวที่สุดในโลก และมีที่ราบลุ่มแม่น้ำที่ปกคลุมด้วยป่าดิบชื้นที่กว้างขวางที่สุดในโลก ขณะที่ดินแดนบางส่วนของทวีปนี้มีอากาศแห้งแล้งมาก นอกจากนี้ประชากรในทวีปอเมริกาใต้ ยังมีความหลากหลายในด้านเชื้อชาติและการดำเนินชีวิต คือ มีทั้งชาวอินเดียน ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมืองดั้งเดิมชาวสเปนและโปรตุเกสซึ่งเป็นพวกผิวขาว พวกผิวดำชาวแอฟริกา พวกผิดเหลืองชาวเอเชีย ซึ่งเป็นผู้อพยพเข้ามาอยู่ใหม่ และพวกเมติโซซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์เลือดผสม ส่วนวิถีการดำเนินชีวิต มีตั้งแต่สภาพความเป็นอยู่ตามธรรมชาติแบบเก่าแก่ดั้งเดิม จนกระทั่งการมีชีวิตที่ทันสมัยแบบชาวเมืองยุโรป
ในปี พ.ศ. 2042 คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เดินทางด้วยเรือมายังรอยต่อของอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ซึ่งชื่อของเขาก็เป็นที่มาของประเทสโคลอมเบียในปัจจุบัน กระทั่ง พ.ศ. 2043 ประเทศต่างๆในยุโรปโดยเฉพาะประเทศสเปน อิตาลี โปรตุเกส อังกฤษ และฝรั่งเศส ได้เข้ามาสำรวจ และยึดครองดินแดนเป็นอาณานิคมเป็นจำนวนมาก ประเทศเจ้าของอาณานิคมจากยุโรปยึดครองและได้ผลประโยชน์จากดินแดนใน ทวีปอเมริกาใต้มานานหลายร้อยปี จนกระทั่งใน พ.ศ. 2261 โฮเซ เดอ ซาน มาร์ติน ปลดปล่อยประเทศอาร์เจนตินา ชิลี โคลอมเบีย เอกวาดอร์ เวเนซุเอล่า ให้เป็นอิสระจากสเปนและปลดปล่อยประเทศบราซิลให้เป็นอิสระจากประเทศโปรตุเกส ในลำดับถัดมา
ทวีปอเมริกาใต้ ประกอบด้วย
2.ซูรินาเม
3.กายอานา
4.หมู่เกาะฟอล์กแลนด์
5.อุรุกวัย
6.ชิลี
7.เอกวาดอร์
8.ปารากวัย
9.โบลิเวีย
10.เวเนซุเอลา
11.โคลัมเบีย
12.บราซิล
13.เปรู
14.อาร์เจนตินา
ทวีปอเมริกาใต้เป็นแหล่งอารยธรรมดั้งเดิมของชาวอินเดียนเผ่าอินคา มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ของประเทศเอกวาดอร์,เปรู,โบลิเวียและทางตอนเหนือของประเทศชีลิในปัจจุบัน อาณาจักรนี้มีความเจริญสูงสุด
ประมาณตอนกลางของพุทธศตวรรษที่ 20 สิ่งที่แสดงถึงอารยธรรมของพวกอินคา
ได้แก่ การนำหินมาปูถนน การทำสะพานแขวนด้วยเชือกเพื่อทอดข้ามลำธาร
แม่น้ำและหุบเขาแคบๆ การสกัดหินภูเขาออกมาเป็นแท่งๆ
เพื่อนำไปก่อสร้างที่อยู่อาศัย
การปรับพื้นที่เนินเขาให้เป็นขั้นบันไดเพื่อใช้เพาะปลูกการขุดคลองเพื่อส่งน้ำเพื่อการเกษตร
ใน พ.ศ.2075 อาณาจักรอินคาต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของสเปน
สเปนจึงมีอำนาจปกครองดินแดนอันกว้างใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์นี้
การที่สเปนเข้ามามีอิทธิพลในทวีปอเมริกาใต้
ทำให้มีคำเล่าลือว่าทวีปอเมริกาใต้เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทองคำ
เงินและโลหะอื่นๆ ซึ่งเป็นดึงดูดใจให้ผู้คนในประเทศสเปนและโปรตุเกส
พากันเดินทางเข้ามาแสวงโชคลาภในทวีปนี้มากขึ้น
ดังนั้นทุกภูมิภาคในทวีปนอเมริกาใต้จึงตกเป็นอาณานิคมของสเปน
ยกเว้นบราซิลเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส
ปลายพุทธศตวรรษที่ 25 ชาวอาณานิคมได้ต่อสู้จนได้รับเอกราช
และได้สถาปนาเป็นประเทศเอกราชเกือบทั้งหมด ยกเว้นหมู่เกาะฟอล์กแลนด์และดินแดนเฟรนช์เกียนา
ในปี พ.ศ. 2525
เกิดสงครามฟอล์กแลนด์ระหว่างประเทศอาร์เจนตินาและอังกฤษเพื่อแย่งชิงเกาะ
ฟอล์กแลนด์
ซึ่งประเทศอังกฤษเป็นฝ่ายชนะและยังคงยึดครองเกาะฟอล์กแลนด์จนกระทั่ง
ปัจจุบัน
เช่นเดียวกับประเทศฝรั่งเศสที่ยังคงยึดครองดินแดนเฟรนช์เกียนาทางตอนเหนือ
ของทวีปเอาไว้
เชื้อชาติ ประกอบด้วยกลุ่มชน 3 กลุ่ม คือ กลุ่มชาวอินเดียน
กลุ่มชาวผิวขาวและกลุ่มชาวผิวดำ

กลุ่มอินเดียน เป็นชนเผ่าดั้งเดิม ที่สร้างสรรค์อารยธรรมในทวีปอเมริกาใต้เมื่อประมาณ
5,000 ปี ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแถบที่สูงของเทือกเขาแอนดีส
และบางส่วนอาศัยอยู่ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำแอมะซอนและชายฝั่งทะเลแคริบแบียน
เมื่อชาวผิวขาวได้เข้ามามีอิทธิพลในทวีปอเมริกาใต้ก็บังคับให้ชาวอินเดียนทำงานในไร่นาและเหมืองแร่ของตน
ต่อมามีผู้หญิงอินเดียจำนวนมากได้แต่งงานกับคนผิวขาว ทำให้มีลูกเลือดผสมเรียกว่า
เมสติโซ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ในทวีปอเมริกาใต้
ส่วนชาวอินเดียเลือดบริสุทธิ์ปัจจุบันมีอยู่จำนวนน้อยในบางประเทศ เช่น เปรู
โบลิเวีย เอกวาดอร์ บราซิล
กลุ่มผิวขาว ซึ่งอพยพเข้าไปตั้งหลักแหล่งเมื่อประมาณ พ.ศ.2400 ได้แก่ ชาวสเปน โปรตุเกส อิตาลี เยอรมัน และโปแลนด์ ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวญี่ปุ่น เป็นพวกผิวเหลืองได้อพยพเข้าสู่ทวีปอเมริกาใต้เป็นจำนวนมาก
กลุ่มผิวดำ จากทวีปแอฟริกาได้อพยพเข้าในฐานะใช้แรงงานในไร่นาและเหมืองแร่ของพวกผิวขาวในประเทศบราซิลและโคลัมเบีย ต่อมาคนผิวดำได้แต่งงานกับคนผิวขาว และมีลูกเลือดผสมเรียกว่า มูแลตโต ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศบราซิลและโคลัมเบีย
กลุ่มผิวขาว ซึ่งอพยพเข้าไปตั้งหลักแหล่งเมื่อประมาณ พ.ศ.2400 ได้แก่ ชาวสเปน โปรตุเกส อิตาลี เยอรมัน และโปแลนด์ ต่อมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ชาวญี่ปุ่น เป็นพวกผิวเหลืองได้อพยพเข้าสู่ทวีปอเมริกาใต้เป็นจำนวนมาก
กลุ่มผิวดำ จากทวีปแอฟริกาได้อพยพเข้าในฐานะใช้แรงงานในไร่นาและเหมืองแร่ของพวกผิวขาวในประเทศบราซิลและโคลัมเบีย ต่อมาคนผิวดำได้แต่งงานกับคนผิวขาว และมีลูกเลือดผสมเรียกว่า มูแลตโต ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศบราซิลและโคลัมเบีย
ศาสนา ประชากรร้อยละ 90
ของทวีปอเมริกาใต้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
ที่ชาวสเปนและโปรตุเกสเป็นผู้นำเข้ามาเผยแผ่ ส่วนนิกายโปรเตสแตนต์มีผู้นับถือน้อย
การศึกษา ประเทศที่มีการศึกษาพัฒนามากที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ ได้แก่
อาร์เจนตินา ชีลี กายอานา อุรุกวัย และซูรินาเม
ประชากรของประเทศเหล่านี้มีอัตราการอ่านเขียนได้สูง
เพราะเป็นประเทศมี่มีเศรษฐกิจค่อนข้างดี
จึงสามารถจัดการศึกษาบังคับแบบให้เปล่าได้ทั่วถึง ส่วนประเทศอื่นๆ
มีประชากรอ่านออกเขียนได้ อยู่ในอัตราที่ต่ำกว่านี้
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
16 กุมภาพันธ์ 2013
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น