ข้อมูลโดย ทีวีบูรพา
จิงโจ้ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้องที่ใหญ่ที่สุดในโลก (พันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดคือ Red Kangaroo สูงกว่า 2 เมตร
หนักเกือบ 100 กิโล ) การเดินของจิงโจ้ถือเป็นเรื่องที่ลำบาก
แต่การกระโดดกลับเป็นการเคลื่อนที่โดยปกติและธรรมดาืที่สุด จิงโจ้เดินถอยหลังไม่ได้ และมันยังกระโดดได้สูง ถึง 3 เมตร
เร็วและไกลเฉลี่ยประมาณ 20 — 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
มีหางที่ยาวและแข็งแรงมีวิธี ป้องกันตัวโดยการเตะต่อย เป็นสัตว์พื้นถิ่นของประเทศออสเตรเลีย
อาศัยอยู่มาก่อน ที่จะมีการค้นพบทวีปนี้เสียอีก กระจัดกระจายอยู่ในแทบทุกพื้นที่ของประเทศตั้งแต่ป่าฝนที่มีอากาศหนาว
เย็นไปจนถึงทุ่งหญ้าแบบทะเลทรายและในพื้นที่เขตร้อน
ภาษาสเปน Canguro (กังกู้โหระ)
ภาษาโปรตุเกส Canguru (กังกู้รู)
ภาษาอิตาลี Canguro (กังกู้โหระ)
ภาษาฝรั่งเศส Kangourou (กองกูครุ)
ภาษาเยอรมัน Känguru (แคงกูครุ)
ภาษารัสเซีย Кенгуру (แกงกูรู)
ภาษากรีก Καγκουρώ (กังกูโร่)
ตามตำนานเล่าต่อกันมาว่า กัปตันเจมส์ คุก
ได้เดินทางมาสำรวจยุโรป และพบเจ้าสัตว์นี้กระโดดอยู่จึงถาม
Guugu Yimidhirr ชาวพื้นเมืองแอบอริจิ้น (Aborrigine) ว่าคืออะไร แต่ด้วยไม่เข้าใจภาษาอังกฤษก็ตอบไปว่า “gunggurru” ซึ่งแปลว่า
ฉันไม่เข้าใจคุณ กัปตันคุกก็เข้าใจว่าเจ้าตัวนี้มีชื่อ
ว่าเช่นนั้นจิงโจ้จึงถูกเรียกว่า “ Kangaroo” แต่นั้นมา
จิงโจ้ในออสเตรเลียมีประมาณ 60 สายพันธุ์ รวมแล้วราว ๆ
เกือบร้อยล้านตัว ซึ่งเป็นที่
มาว่าทำไมถึงหาดูจิงโจ้ในออสเตรเลียได้ง่ายดาย
ทำให้กลายเป็นตราสัญลักษณ์ของออสเตรเลียที่เป็น
ที่รู้จักทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นตราประจำตระกูล บนหน้าธนบัตร
แม้แต่สายการบินอันโด่งดัง Qantas จึงไม่แปลกที่แทบจะทุกอย่างในออสเตรเลีย จะมีจิงโจ้ร่วมอยู่เสมอ
นอกจากภาพความน่ารักที่มีลูกน้อยอยู่ในกระเป๋าหน้าท้องของแม่แล้ว
โดยแท้จริง“จิงโจ้”จัด
ได้ว่าเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่าได้มหาศาล ตั้งแต่การรับประทานเนื้อไปจนกระทั่งการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
“อาชีพนักล่าจิงโจ”้ เป็นอีกอาชีพหนึ่งของชาวออสเตรเลีย แต่ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการทดสอบต่าง ๆ
ทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการล่ามากว่า 30 อย่าง อาทิ
กฎหมายข้อบังคับในการล่า โรคที่อาจเกิดจากจิงโจ้
แม้กระทั่งความสะอาดของรถที่ใช้ในการล่า เป็นต้น
และต้องเป็นผู้ที่มีใบอนุญาต จากรัฐบาลเท่านั้น
เพราะการล่าจิงโจ้จะถูกกำหนดเป็นจำนวนโควต้าพื้นฐาน จากจำนวนประชากรจิงโจ้ทั้งหมด ที่สำรวจเป็นประจำทุกปี
เพื่อรักษาสมดุลของจำนวนจิงโจ้ในธรรมชาติไว้
ซึ่งโดยเฉลี่ยนแล้วในแต่ละปี จะมีการล่าจิงโจ้เพื่อการค้าประมาณ
10 -15 %
สำหรับคนที่เลือกกินเนื้อจิงโจ้นั้น
แม้แต่พ่อครัวก็บอกว่าจัดเป็นเนื้อชั้นเลิศในบรรดาเนื้อสัตว์ป่า
ทั้งหมด
นอกจากเรื่องของรสชาติแล้วเนื้อจิงโจ้ยังมีความบางเป็นพิเศษ
มีไขมันอิ่มตัวในปริมาณที่น้อยมาก คือน้อยกว่า 2%
จึงเหมาะกับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพหรือผู้ที่ควบคุมน้ำหนักและอุดมไป
ด้วยโปรตีน สังกะสี และเหล็ก
นอกจากนี้ หนังและขนของจิงโจ้ยังถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
ที่หลากหลาย แถมยังมี
คุณสมบัติเฉพาะที่สร้างความโดดเด่นและเพิ่มมูลค่ามากอีกด้วย
ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงทนทานน้ำ
หนักเบา ซึ่งถือเป็นที่สุดของหนังที่ดี
ดังนั้นหนังจิงโจ้จึงถูกนำไปผลิต เป็นรองเท้าใส่สบาย ๆ ทั่วไป
หรือผลิต เป็นรองเท้าคอมแบตสำหรับทหารและผู้ชื่นชอบการเดินป่า
ไม่เว้นแม้แต่กระเป๋า ถุงมือ อุปกรณ์กีฬา แต่ที่ นิยมทำมากที่สุด
คือ รองท้าเตะฟุตบอล
จะเห็นได้ว่า “จิงโจ้”
สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับออสเตรเลียได้เป็นจำนวนมาก
แต่่ไม่ว่าจิงโจ้ใน
ออสเตรเลียจะมีมากมายแค่ไหนก็ตามรัฐบาลออสเตรเลียยังได้ออกมาตรา
การหรือกฎหมายควบคุม เพื่อ ความเป็นระเบียบและอนุรักษณ์ให้
“จิงโจ้” ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของชาวออสซี่ ประเทศออสเตรเลีย ไปอีก
นานหรือตลอดไป
จอมณรงธร (ตี๋)
ประธานชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2555-56
กลุ่ม "รวมบาป"
6 มกราคม 2013
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น