วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

สับปะรด ไทยนำมาจากไหน?

 ข้อมูลโดย mahidol.ac.th

 

     สับปะรดมีถิ่นกำเนิดในประเทศแถบทวีปอเมริกาใต้ มีความทนทานต่อสถาพแวดล้อมได้ดี ชาวสเปน (Piña = ปิ้นยา - ภาษาสเปนแปลว่าสับปะรด) นำสับปะรดไปปลูกในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซียเมื่อราว 500 ปีมาแล้ว อุตสาหกรรมการทำสับปะรดกระป๋องเริ่มมีขึ้นเป็นครั้งแรกในหมู่เกาะฮาวาย และสิงคโปร์เมื่อประมาณ 200 ปีมาแล้ว ปัจจุบันสับปะรดมีปลูกทั่วไปในเขตร้อนและกึ่งร้อนทั่วโลก ประเทศผู้ผลิตสับปะรดสำคัญของโลก ได้แก่ สหรัฐ เม็กซิโก ไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย 

      สับปะรดเป็นผลไม้ชนิดผลรวม ตาสับปะรดแต่ละตาคือ 1 รังไข่ที่เจริญขึ้นมา สับปะรดนอกจากเป็นผลไม้กินสด และนำไปปรุงอาหารได้มากมายแล้ว ยังสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย เช่น ทำเป็นผลไม้กระป๋อง ผลไม้กวน น้ำผลไม้ น้ำส้มสายชู ไอศกรีม ไวน์ แยมและเยลลี่ น้ำคั้นก้านช่อดอกและเปลือกผลซึ่งเป็นกากเหลือทิ้งยังสามารถนำไปสกัดเอา เอนไซม์โปรตีเอส (protease) ทำเป็นผงหมักเนื้อ เส้นใยจากใบสามารถนำไปทอผ้าพินา (pina cloth) ยอดสับปะรดนำมาปรุงอาหารได้แบบเดียวกับยอดมะพร้าว 

 

 ข้อมูลโดย coopthai.com

     สับปะรดในประเทศไทยสันนิษฐานว่า มีการนำสับปะรดเข้ามาโดยพ่อค้าชาวโปรตุเกส ( Pinha = ปิ้นยา - ภาษาโปรตุเกส แปลว่า สับปะรด) ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สับปะรดที่นำเข้ามานั้นเป็นสับปะรดในกลุ่มสแปนนิส (Spanish) เช่น พันธุ์อิทรชิต ซึ่งมีการปลูกกันทั่วไปจนเข้าใจกันว่าเป็นพันธุ์พื้นเมือง
     

     ส่วนสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียนั้นนิยมปลูกกันมากเพื่ออุตสาหกรรมแปรรูปและบริโภคสด แหล่งเริ่มปลูกนั้นอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในอำเภอปราณบุรี โดยนำพันธุ์มาจากประเทศอินโดนิเซีย และได้นำไปปลูกที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ต่อมาได้มีการนำสับปะรดพันธุ์ปัตตาเวียจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปปลูกทางภาคเหนือที่จังหวัดลำปาง และแพร่หลายในภูมิภาคนี้ แต่สับปะรดที่รู้จักกันมากคือสับปะรดบริโภคสดพันธุ์ปัตตาเวีย ปลูกที่ตำบลนางแล อำเภอเมือง ที่เรียกกันว่าสับปะรดนางแล เช่นเดียวกับพันธุ์ภูแล (พันธุ์ภูเก็ต) 

ข้อมูลโดย greenerald.com

     สับปะรด จัดเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพอีกชนิดหนึ่ง โดยประโยชน์ของสับปะรดนั้นมีอยู่หลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินต่างๆจำนวนมาก ซึ่งได้แก่ คาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 กรดโฟลิก ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุแมงกานีส ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุสังกะสี เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายและสุขภาพเราเป็นอย่างมาก และสรรพคุณสับปะรดทางสมุนไพรนั้น ก็ชวยรักษาอาการต่างๆได้อย่างหลากหลายเช่นกัน เช่น โรคบิด โรคนิ่ว ช่วยบรรเทาอาการแผล เป็นหนอง ขับปัสสาวะ เป็นต้น

      การรับประทานสับปะรดแนะนำให้ทานสดๆ ไม่ผ่านกระบวนการประกอบอาหารหรือผ่านความร้อนเพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามิน โดยสับปะรดที่เริ่มนิ่มแล้วและมีน้ำเหนียวๆไหลออกมา แสดงว่าเริ่มเน่าหรือสุกมากจนเกินไป จึงไม่ควรรับประทาน



Únete al grupo de Facebook "Club de las lenguas occidentales de la Universidad de Ramkhamhaeng" al https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

สมัครเข้ากลุ่มเฟส "ชมรมภาษาตะวันตกของมหาวิทยาลัยรามคำแหง" ได้ที่ https://www.facebook.com/groups/365756166805480/

จอมณรงธร (ตี๋)
กรรมการชมรมภาษาตะวันตก
ปีการศึกษา 2556-57
กลุ่ม "Fanclub FS"
16 กุมภาพันธ์ 2014





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น